สกัดจับ 2 หนุ่มแก๊งยา ลอบขนยาไอซ์ล็อตใหญ่จากอีสานเข้ากรุง 300 กิโล 33 ล้าน สารภาพได้ค่าจ้างเป็นเงินสด จำนวน 250,000 บาท
วันที่ 11 พ.ค.69 ที่กก.ดส. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น. พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส., พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์ พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์ รอง ผกก.ดส. พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สว.กก.ดส. ร.ต.อ.รติภัทร แก้วสมบุญ รอง สว.กก.ดส. พร้อมตำรวจ ชปส.ดส.
ร่วมกันแถลงจับกุมนายรัตชานนท์ หรือนนท์ อายุ 20 ปี ทำหน้าที่ขับรถบรรทุกยาเสพติด และนายวิพัฒน์ หรือตูน อายุ 39 ปี ทำหน้าที่ขับรถนำสำรวจเส้นทาง พร้อมของกลางยาไอซ์ 300 กก. รถยนต์ ยี่ห้อ อีซูซุ สีเขียว ที่ใช้ในการบรรทุกยาเสพติด 1 คัน รถยนต์ ยี่ห้อ MG สีดำ ที่ใช้ในการนำทาง 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง มูลค่ารวมประมาณ 33,000,000 บาท
สืบเนื่องชุดปราบปรามยาเสพติดกก.ดส.บช.น.ทำการสืบสวนขยายผลกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลักลอบทำการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่จังหวัดในภาคอีสาน เพื่อนำมาเก็บรักษาและลักลอบจำหน่ายให้แก่ลูกค้าทั่วไปในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ต่อมาสวนจนทราบว่าวันที่ 10 พ.ค. 69เครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวจะทำการลำเลียงยาเสพติดจากจังหวัดในภาคอีสานลงมาเก็บรักษาไว้ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพื่อรอการจำหน่ายต่อไป
จากการตรวจสอบพบ รถยนต์ต้องสงสัยที่เชื่อว่าจะใช้บรรทุกยาเสพติดและใช้ในการนำทาง ขับมาตามถนนมิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข 2 อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเรียกตรวจค้น พบ ยาไอซ์ของกลาง อยู่ภายในรถยนต์ ยี่ห้อ อีซูซุ สีเขียว ซึ่งมี นายรัตชานนท์ หรือนนท์ อายุ 20 ปี แสดงตัวเป็นผู้ขับขี่ และพบ นายวิพัฒน์ หรือตูน อายุ 39 ปี แสดงตัวเป็นผู้ขับรถยนต์ ยี่ห้อ MG สีดำ ซึ่งทำหน้าที่ขับรถนำทางในการไปรับและส่งยาเสพติดของกลางในครั้งนี้
จากการสอบถาม นายรัตชานนท์ให้การรับว่า ตนเองขับรถยนต์ฯไปรับยาเสพติดของกลาง ที่จ.นครพนม เพื่อนำไปส่งต่อให้กับผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ชั้นในต่อไป ส่วนนายวิพัฒน์ให้การรับว่า ตนเองทำหน้าที่ขับรถนำสำรวจเส้นทางให้ ตามคำสั่งของนายคิด ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง โดยได้รับค่าจ้างในการลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้เป็นเงินสด จำนวน 250,000 บาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันจําหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจําหน่ายโดยไม่ได้ รับอนุญาต อันเป็นการกระทําเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และ ทําให้กระทบต่อความมั่นคง ของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมด้วยของกลาง มายัง กก.ดส.บช.น.เพื่อทำการสืบสวนขยายผล และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








