เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง ประเด็นศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน ‘การเมือง กทม.ต้องการผู้นำเพื่อเปลี่ยนโครงสร้าง ชัชชาติหวังเป็นแค่ผู้ว่าฯ หรือคิดใหญ่กว่านั้น’ ผ่านทาง MatichonTV ดำเนินรายการโดย นายกุลพัทธ์ เพิ่มพูล และนายเอกภัทร์ เชิดธรรมธร
ในช่วงหนึ่ง พิธิกรได้ให้ประเมินภาพรวมการแข่งขันเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ที่กำลังจะมาถึง ว่าเห็นภาพการแข่งขันครั้งนี้อย่างไรบ้าง?
นายสาทิตย์เผยว่า เป็นการแข่งขันที่แปลกประหลาด เพราะคะแนนนิยมคุณชัชชาติโด่งไปถึง 50% แต่ก็ยังมีคนมาลงเยอะ คิดว่ายังไม่จบแค่นี้ วันสมัครคิดว่าน่าจะมีมาอีก เผลอๆ มีชื่อเซอร์ไพรส์โผล่มาด้วย คาดเดาอย่างนั้น มองอย่างมุมคนภายนอกของคุณชัชชาติยังไงก็กินหวานอยู่แล้ว
“แต่ในข้อเท็จจริงผมคิดว่า คนคาดว่าโหวตเตอร์ในกรุงเทพฯจะรับความคิด ความอ่าน ผ่านกระแสต่างๆ ได้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าผู้สมัครคนใดก็ตาม อาจจะเป็นคนที่ยังไม่เปิดตัวตอนนี้ หรือคนที่เปิดตัวแล้ว เกิดสร้างกระแสให้กับคนกรุงเทพฯ มองว่ามีโอกาส สนามแข่งผู้ว่าฯกทม. จะสนุกตอนดีเบต ต้องทำดีเบตดีๆ และคนที่เข้ามาจะมีอะไรที่ชาเลนจ์คุณชัชชาติเยอะมาก
เพราะคุณชัชชาติครั้งที่แล้วเรียกได้ว่า ‘ม้วนเดียวจบ’ แล้วการดีเบตถือว่าได้เปรียบ แต่รอบนี้คุณชัชชาติทำงานมาแล้ว 4 ปี มันก็วิจารณ์ได้ในหลายเรื่อง ซึ่งบางอย่างอาจจะไม่มีการพูดถึงตอนนี้ แต่จะขึ้นมาตอนดีเบต ส่วนเวที ส.ก. ผมว่าเข้มข้นแน่นอน ประชาธิปัตย์เราส่ง ส.ก.ครบ” นายสาทิตย์กล่าว
นายสาทิตย์กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าดูการทำงานของคุณชัชชาติ ดูเหมือนเราไม่เห็นว่าจุดบกพร่องใหญ่ๆ คืออะไร แต่งานที่ทำ เหมือนงานรูทีนทั่วไป เหมือนปลัด กทม.คนหนึ่ง แต่บังเอิญเป็นปลัดที่สื่อสารดี เข้าถึงชาวบ้าน เว้นถ้าใครก็ตามที่นำเสนอแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ที่ทำให้ กทม.ก้าวไปได้อีกจุดหนึ่ง ซึ่งปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง

ประเมินบทบาท อ.ชัชชาติอย่างไร ถ้ามองว่าหากไปต่อสมัยที่ 2 อาจเป็นจุดที่จะได้เฉิดฉาย และจะฉายไปเพื่อโอกาสข้างหน้าหรือเปล่า ?
นายสาทิตย์เผยว่า เริ่มมีความรู้สึกว่าคุณชัชชาติวิธีการเล่นการเมืองไม่ธรรมดา มาถึงจุดนี้ได้ รอบที่ 2 ก็จะลง-ไม่ลง ไม่พูดให้ชัด รอจังหวะ ไม่ส่งทีม ส.ก. และรับรู้มาว่าแวดวงคนใกล้ชิดมีการติดต่อ ส.ก.กลุ่มต่างๆ ไว้อย่างนี้
“ถ้าเกิดมีโอกาสดีเบต ถ้าเป็นผู้สมัคร ผมจะถามว่าผู้ว่าฯพูดได้ไหมครับ ว่าท่านจะเล่นแค่เป็นผู้ว่าฯกทม.? และไม่ไปการเมืองใหญ่ เพียงแต่สงสัยเท่านั้นเอง คุณชัชชาติทำการเมืองในฐานะผู้ว่าฯกทม. ด้วยความต้องการที่จะก้าวไปสู่การเมืองอีกจุดหนึ่งหรือเปล่า? หรือตั้งใจทำเพื่อการเมือง กทม.อย่างเดียวจริงจัง เป็นคำถามในใจเฉยๆ” นายสาทิตย์กล่าว
นายสาทิตย์กล่าวต่อว่า ถ้ามาลงสู่การเมืองใหญ่จริงๆ มันจะสังกัดพรรคการเมือง ตอนนี้ก็จะมีความรู้สึกว่า คุณชัชชาติจะมีการวางตัวค่อนข้างห่าง ห่างจากพรรคการเมืองคนอื่นๆ ถ้าไปการเมืองใหญ่จริงๆ ก็จะมีความเป็นพรรคการเมืองขึ้นมา ก็จะเปลี่ยนไปแล้ว
“โจทย์ที่ผมตั้งว่า จริงๆ คุณชัชชาติคิดแค่เป็นผู้ว่าฯ หรือคิดใหญ่กว่านั้น? คือ ‘เขาคิดได้ และเขาเป็นได้ด้วย’ เป็นแคนดิเดตก็เคยเป็นมาแล้ว แต่ว่าโจทย์ตรงนี้มันก็จะท้าทายมากถ้าเกิดคุณลงสมัย 2 ในฐานะผู้ว่าฯ เพื่อไม่ให้เป็นสปริงบอร์ดนะ แต่เพื่อมาทำ กทม. แนวคิดของคุณต้องมีความชัดเจนด้วย” นายสาทิตย์กล่าวทิ้งท้าย






