‘โอฬาร’ ย้ำ ศึกผู้ว่าฯ อย่าขายแต่ภาพลักษณ์ ลั่น กรุงเทพฯ ต้องการผู้นำ ‘ทำจริง’ ไม่ใช่แค่เรตติ้ง

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง ประเด็นศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน ‘การเมืองกทม.ต้องการผู้นำเพื่อเปลี่ยนโครงสร้าง ชัชชาติหวังเป็นแค่ผู้ว่าฯ หรือคิดใหญ่กว่านั้น’ ผ่านทาง MatichonTV ดำเนินรายการโดย นายกุลพัทธ์ เพิ่มพูล และนายเอกภัทร์ เชิดธรรมธร

ในช่วงหนึ่ง พิธีกรได้ให้ประเมินภาพรวมการแข่งขันเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ที่กำลังจะมาถึง ว่าเห็นภาพการแข่งขันครั้งนี้อย่างไรบ้าง?
รศ.ดร.โอฬาร เผยว่า เวลาการแข่งขันทุกคนจะพยายามสร้างให้เห็นว่าตนสามารถที่จะแก้ปัญหาซับซ้อนเหล่านี้ได้ แต่ไม่มีใครกล้าพูดเลยว่าโครงสร้างกรุงเทพฯ ถ้าไม่มีข้อเสนอในการที่จะชูปฏิรูปหรือว่าเปลี่ยนแปลงในเชิงโครสร้าง ไม่มีการแก้ปัญหานี้ได้ เหมือนที่อาจารย์ชัชชาติทำนโยบายเยอะแยะมากมายที่ผ่านมา สุดท้ายหลายๆอย่างไม่สำเร็จ

“เลยทำให้การเมืองกรุงเทพฯอยู่ที่กระแสมากกว่าอยู่ที่เนื้องานที่จะทำ ทุกคนถ้าไม่สามารถเสนอการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เป็นเมืองพิเศษจริงๆ จะกลายเป็นการช่วงชิงกระแสเพื่อชนะและไปทำงานรูทีนแบบปกติ สุดท้ายก็กลับมาเป็นลักษณะเดิม จะกลายเป็นการเมืองที่สร้างพื้นที่แต่ละพรรค ในการที่จะเห็นว่าพรรคมีคะแนนนิยมในส่วนกลาง พรรคมีคะแนนนิยมในเมืองหลวง ซึ่งมันมีผลต่ออนาคตในทางการเมืองระยะยาว” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

รศ.ดร.โอฬาร กล่าวต่อว่า ตอนนี้ถ้ามีผู้สมัครมาเยอะๆ “สำหรับผมดีครับ” แต่ขอให้ผู้สมัครเข้าใจบทบาท อำนาจหน้าที่ ข้อจำกัด และจะมีข้อเสนออย่างไรที่จะทะลุทะลวงข้อจำกัดเหล่านี้ เพื่อสร้างกรุงเทพฯให้เป็นเมืองหลวง ที่มีความเป็นพิเศษจริงๆ ตอนนี้เห็นแต่ “คนนี้พร้อม” “คนนี้มีกระแส” “คนนี้มีภาพลักษณ์” และคิดว่าแค่นี้ไม่สามารถแก้ปัญหากรุงเทพฯได้

Advertisement

“ด้านหนึ่งทำให้การเมืองลดทอนคุณค่ากรุงเทพฯ แทนที่จะคิดเรื่องเนื้อหา นโยบาย แต่กลับไปคิดว่า คนหล่อหรือเปล่า? มีกระแสหรือไม่? ผมคิดว่ากรุงเทพฯมันไม่ใช่เรื่องของการสร้างเรตติ้ง แต่กรุงเทพจะต้องมีคนที่จะมาเป็นผู้นำแล้วมีนโยบายทำได้จริงๆ สามารถสร้างกรุงเทพฯให้เป็นการปกครองท้องถิ่นพิเศษจริงๆ อันนี้คือความท้าทายมากๆ” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

รศ.ดร.โอฬาร กล่าวต่อว่า ในทางวิชาการคือ ทั้ง 2 ที่ ทั้งพัทยาและกรุงเทพฯ อย่างที่เคยศึกษาเรื่องท้องถิ่น รู้สึกว่าเวลาแข่งกันมันดี บรรยากาศการแข่งขันดี มีข้อเสนอเชิงนโยบาย แต่ถ้าเสนอนโยบายแล้วทำไม่ได้ ทำให้รู้สึกว่าเลือกใครก็ไม่ต่างกัน สุดท้ายก็เป็นลักษณะเดิม จึงอยากจะเชิญชวนผู้สมัครเสนอนโยบายที่ทำได้ทั้ง 2 ที่ ที่เป็นการปกครองท้องถิ่นพิเศษ สามารถทะลุทะลวงปัญหา และทำให้สามารถดูแลประชาชน ดูแลปัญหาที่ทับซ้อนได้จริงๆ

รศ.ดร.โอฬาร เผยถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ของอ.ชัชชาติ ว่า เวลาทำงานทางการเมือง ท่านไม่สร้างศัตรูเลย และจะเห็นว่าท่านรับข้อพากษ์วิจารณ์และพยายามทำงาน มองว่าเป็นวิธีการทำงานที่แตกต่างจากคนอื่นๆ และมัน “ถูกจริตกับคนกรุงเทพฯ” พยายามตอบตรงปัญหา พยายามที่จะเข้าไปแก้ปัญหา ได้มากได้น้อยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

“ถ้าเขาคิดไปไกลถึงการเป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะทำให้คนรู้สึกว่า ‘ต้องการผู้นำแบบนี้ที่ไม่สร้างเงื่อนไข ไม่สร้างความขัดแย้ง ภาพลักษณ์ ต้นทุนมันไม่มีเรื่องของอำนาจหรือเป็นนักการเมืองแบบหาผลประโยชน์’ เรื่องนี้มันไม่มี ทำให้คนรู้สึกว่า ท่ามกลางตัวเลือกที่มันมีอยู่ขณะนี้ ถ้าอ.ชัชชาติประสบความสำเร็จรอบนี้ คนจะโหยหาเขาเองว่า ‘ถึงเวลาจะเป็นนายกฯได้แล้ว’ แต่ต้องยอมรับว่าถ้าได้เป็นสมัย 2 จริงๆ ข้อวิพากษ์วิจารณ์มันเยอะ อย่างเช่นคนเอานโยบายทั้งหมดกี่พันโครงการมาดู อันไหนสำเร็จไม่สำเร็จ มันเหนื่อยนะ”รศ.ดร.โอฬาร กล่าวทิ้งท้าย