
หนุ่มร้องขอความเป็นธรรม ถูกอดีตตำรวจเมา เฉี่ยวชนไม่ยอมชดใช้ อ้างยศตำแหน่งกลางวงเจรจา ด้านภรรยาแจงแทนยอมรับไปสังสรรค์มาก่อน พร้อมรับผิดชอบค่าเสียหาย
จากกรณีโลกโซเชียลแชร์คลิปชายแต่งชุดดำมีพฤติกรรมคล้ายมึนเมา อ้างตัวเป็นอดีตนายตำรวจยศพันตำรวจเอก หลังขับรถเฉี่ยวชนแล้วไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหาย เหตุเกิดภายในซอยเทียนทะเล 19 ถนนบางขุนเทียนชายทะเล แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ นั้น
เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามผู้เกี่ยวข้อง โดยนายธนสินภิญโญ อายุ 23 ปี ผู้ถ่ายคลิป เล่าว่า ขณะนั่งรถยนต์ Toyota สีดำไปกับเจ้าของรถเพื่อออกไปทำธุระ คู่กรณีได้ขับรถเฉี่ยวชนบริเวณท้ายรถด้านขวา ก่อนพยายามขับต่อไป จึงขับติดตามและปาดหน้าให้จอดเพื่อพูดคุย
นายธนสินภิญโญ ระบุว่า คู่กรณีมีอาการคล้ายมึนเมา พูดจาวกวน และอ้างตัวเป็นพันตำรวจเอก แต่ไม่ยอมบอกสังกัด เมื่อตนสอบถามเรื่องค่าเสียหาย อีกฝ่ายให้ไปคุยกับบริษัทประกัน ทำให้มองว่าเป็นการใช้อ้างยศเพื่อข่มขู่
อย่างไรก็ตาม ภายหลังทราบว่าคู่กรณีเป็นอดีตตำรวจยศพันตำรวจเอกจริง ส่วนค่าเสียหายที่พูดถึง 30,000 บาทนั้น ยอมรับว่าเป็นการพูดด้วยอารมณ์โมโห เบื้องต้นเตรียมให้บริษัทประกันเข้ามาดำเนินการ
ด้านนายวรวุฒิ อายุ 28 ปี เจ้าของรถ Toyota สีดำ กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะขับรถไปส่งน้อง คู่กรณีได้ขับรถตีโค้งเข้ามาเฉี่ยวชนบริเวณท้ายรถด้านขวา จึงขับติดตามเพื่อพูดคุยเรื่องค่าเสียหาย โดยยืนยันว่าคู่กรณีพูดลักษณะข่มขู่ว่ามียศตำแหน่ง พร้อมบอกให้พวกตนในฐานะ “เด็ก” ฟังผู้ใหญ่ และมาทราบภายหลังว่าเขาเป็นอดีตตำรวจ และเป็นทนายความ
นายวรวุฒิ กล่าวว่า ภายหลังมีคนในชุมชนเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย และทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยปรับความเข้าใจกันบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่สามารถตกลงเรื่องค่าเสียหายได้ เนื่องจากคู่กรณีเสนอให้ต่างฝ่ายต่างรับผิดชอบความเสียหายของตนเอง ซึ่งตนมองว่าไม่เหมาะสม เพราะอีกฝ่ายเป็นฝ่ายเฉี่ยวชน นอกจากนี้ ตนยังมีภารกิจแข่งขันรถจักรยานยนต์ที่จังหวัดบุรีรัมย์ จึงกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถ
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านของคู่กรณี แต่ไม่พบตัว พบเพียงภรรยา ซึ่งเปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยกันแล้ว โดยหากคู่กรณีมีค่าเสียหายจริง สามารถนำใบเสร็จมาเบิกค่าใช้จ่ายได้ พร้อมยืนยันว่าสามียินดีรับผิดชอบตามความเป็นจริง
ภรรยาของคู่กรณียอมรับว่า สามีเป็นอดีตตำรวจยศพันตำรวจเอกที่เกษียณอายุราชการแล้ว และก่อนเกิดเหตุได้ออกไปสังสรรค์มา ส่วนลักษณะการพูดจาโผงผาง อาจทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดได้




