
วินเซนเต้ เด ลา โอ เลวี รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ของประเทศคิวบา ระบุเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ว่าประเทศคิวบาไม่มีน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาเหลืออยู่แล้ว โดยโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศกำลังอยู่ในขั้นวิกฤต หลังสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะขึ้นภาษีประเทศใดก็ตามที่ส่งออกพลังงานให้กับคิวบา เพื่อต้องการโค่นล้มรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของคิวบา
ประเทศคิวบาเจอกับปัญหากระแสไฟฟ้าดับหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา หลังการแบนการส่งออกพลังงานให้กับคิวบาลากยาวเข้าสู่เดือนที่ 4 ด้านประเทศที่เคยเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ให้กับคิวบาอย่าง เม็กซิโกและเวเนซุเอลา ไม่ได้ส่งออกน้ำมันให้คิวบาอีกเลยนับตั้งแต่ทรัมป์ประกาศคำขู่ดังกล่าว และได้รับเพียงเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่เพียง 1 ลำจากรัสเซียเมื่อเดือนเมษายน
เด ลา โอ เลวีกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า น้ำมันดิบ น้ำมันดีเซล และน้ำมันเตาได้หมดจากประเทศคิวบาแล้วทั้งหมด สิ่งเดียวที่คิวบายังพอมีอยู่คือก๊าซที่ขุดขึ้นมาได้และกำลังมีการเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซ ผลกระทบจากการปิดกั้นภาคพลังงานของสหรัฐทำให้หลายพื้นที่ในกรุงฮาวานาเจอกับไฟฟ้าดับมากถึง 20-22 ชั่วโมงต่อวัน โรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศไม่สามารถปฏิบัติงานได้ และต้องมีการปิดสถานที่ราชการและโรงเรียน เช่นเดียวกับภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของคิวบาได้รับผลกระทบเช่นกัน
สหรัฐอเมริกายกระดับการปิดกั้นการส่งออกพลังงานไปยังคิวบาในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม หลังสหรัฐคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของคิวบาหลายคนในข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน มาตรการดังกล่าวและปัญหาภาคพลังงานในคิวบาทำให้ชาวคิวบาหลายร้อยคนออกมาประท้วงท่ามกลางความมืดในวันที่ 13 พฤษภาคม หลายคนจุดไฟเผาถังขยะและตะโกนเพื่อระบายความไม่พอใจที่ปัญหาพลังงานขาดแคลนทำให้พวกเขาไม่มีไฟฟ้าใช้นานหลายชั่วโมงต่อวัน
โรดอฟโฟ อลอนโซ ชาวกรุงฮาวานาคนหนึ่งกล่าวว่าย่านที่เขาพักอาศัยอยู่ไม่มีกระแสไฟฟ้ามานานกว่า 40 ชั่วโมงแล้ว อาหารของพวกเขาเริ่มเน่าเสีย และคนที่อยู่ในพื้นที่มีแต่คนแก่ หลายคนป่วยติดเตียง อิไรดา บราโว ชาวกรุงฮาวานาอีกคนเล่าว่าเธอต้องออกมานอนหน้าประตูบ้านนานหลายวันแล้วเพราะทนความร้อนในบ้านเมื่อไม่มีไฟฟ้าไม่ไหว
อย่างไรก็ตาม สหรัฐอ้างว่าคิวบาปฏิเสธข้อเสนอที่จะมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งโบสถ์คาทอลิกและองค์กรด้านมนุษยธรรมที่ไว้ใจได้จะเป็นผู้แจกจ่ายความช่วยเหลือ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุว่าขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคิวบาที่จะรับข้อเสนอด้านความช่วยเหลือของสหรัฐหรือไม่
ด้านองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกมาโจมตีมาตรการปิดกั้นทางพลังงานต่อคิวบาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดขวางสิทธิของชาวคิวบาในการพัฒนาประเทศ รวมถึงบ่อนทำลายสิทธิในการเข้าถึงอาหาร การศึกษา การรักษาสุขภาพ และสุขอนามัย




