ขึ้นแบล็กลิสต์ หนุ่มจีนหัวร้อน ถีบ Auto Gate เพิกถอนวีซ่า ห้ามเข้าไทยตลอดชีวิต สั่งชดใช้ 4.5 แสน

ขึ้นแบล็กลิสต์ หนุ่มจีนหัวร้อน ถีบ Auto Gate ในสนามบินสุวรรณภูมิพัง เพิกถอนวีซ่า ห้ามเข้าไทยตลอดชีวิต สั่งชดใช้ 4.5 แสน เตรียมส่งตัวดำเนินคดี พร้อมผลักดันออกนอกประเทศ

จากกรณี ชายชาวจีน ใช้เท้าถีบประตูช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ หรือ Automated Border Control ที่พื้นที่ ตม.ขาออก สนามบินสุวรรณภูมิ และมีเหตุการณ์ขัดขืน ด่าเจ้าหน้าที่ด้วย อ่านข่าว แจ้งจับ หนุ่มจีนหัวร้อน กลางสุวรรณภูมิ ถีบ Auto Gate พัง ด่ากราด ปรี่จะชกจนท.

ล่าสุดวันที่ 14 พ.ค.69 พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ตม. โฆษก สตม. เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวนั้น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 พ.ค.69 เวลาประมาณ 14.00 น. ผู้ก่อเหตุชื่อ นาย ลีเว่ย เซง อายุประมาณ 30 ปี สัญชาติจีน กำลังเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออก ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อโดยสารเที่ยวบินไปประเทศจีน

เมื่อ นายลีเว่ย เดินเข้าช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ ไม่ดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามที่เครื่องแนะนำ โดย นายลีเว่ย ได้วาง Boarding Pass ลงบนช่องอ่านหนังสือเดินทาง เครื่องจึงไม่ทำงาน ประตูบานแรกไม่เปิด

เป็นเหตุให้ นายลีเว่ย แสดงอาการโกรธ ใช้เท้าถีบประตูกระจกใสของเครื่องจนได้รับความเสียหาย แล้วเดินกลับมาอีกครั้ง วางหนังสือเดินทางแต่วางไม่ถูกต้อง เครื่องก็ไม่ทำงานอีก คราวนี้ใช้เท้าถีบประตูอีกครั้ง และเดินฝ่าเครื่องออกไป โดยไม่ผ่านการตรวจ ตามที่ปรากฏในคลิป

เจ้าหน้าที่ ตม.ขาออก ได้เข้าควบคุมตัว แต่ นายลีเว่ย กลับด่าทอเป็นภาษาจีน และภาษาอังกฤษใส่เจ้าหน้าที่ ตม.ด้วยถ้อยคำหยาบคาย และพยายามจะเข้ามาทำร้าย แต่ภรรยาของ นายลีเว่ย เข้ามาห้ามปรามไว้ก่อน ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตม. และฝ่ายรักษาความปลอดภัยของการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดำเนินคดี

โดยแจ้งข้อกล่าวหา ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ นอกจากนั้นต้องชดใช้ค่าเสียหายของช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ ของการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่าความเสียหายประมาณ 450,000 บาท

นอกจากนั้นยังดำเนินคดีในความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดจำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะดำเนินการส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการในวันที่ 15 พ.ค.นี้

กรณีดังกล่าว พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 เพิกถอนวีซ่า นายลีเว่ย และสั่งให้ลงข้อมูลเป็นบุคคลต้องห้ามในระบบ สตม.หรือ Blacklist เนื่องจากมีพฤติการณ์เป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม ห้ามเข้าประเทศไทยตลอดชีวิต พร้อมกับสั่งการให้ติดตามผลการดำเนินคดีจนถึงที่สุด และเมื่อสิ้นสุดคดี ให้ผลักดัน นายลีเว่ย กลับประเทศต่อไป

พล.ต.ท.ภาณุมาศ ได้ฝากประชาสัมพันธ์ และเตือนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางเข้าไทยว่า ประเทศไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน ทุกชาติ ที่ให้เกียรติต่อคนไทย และประเทศไทย การแสดงกิริยาและกระทำผิดใดๆ ในทุกรูปแบบ ทั้งคดีอาญา หรือแม้กระทั่งศีลธรรมอันดีของไทย ย่อมเป็นเหตุให้ถูกเพิกถอนวีซ่า และถูกส่งกลับประเทศทุกรายโดยเด็ดขาด