โอฬาร ชี้ ปรเมศวร์ เหนือ อิทธิวัฒน์ ชิงนายกพัทยา คาดเสื้อแดงหนุนแชมป์เก่า ‘วันชัย’ มองบ้านใหญ่คะแนนลด แนะนายกฯ ใหม่ เร่งรื้อโครงสร้างพัทยา
ผศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า การเลือกตั้งเมืองพัทยาในครั้งนี้ มองว่าเป็นการเลือกตั้งระหว่างกลุ่มการเมือง เหตุผลที่นิยามแบบนี้ มองว่านายกเมืองพัทยาคนปัจจุบัน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ พยายามทำงานสร้างภาพลักษณ์ต่างๆ แยกออกจากกลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรี สร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ในการพัฒนาเมืองพัทยา แต่ถูกสังคมมองว่ายังอยู่ในเครือข่ายคนบ้านใหญ่ ปะทะกับบ้านเล็กอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มของนายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา ที่ส่งนายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร น้องชายลงสมัครรับเลือกตั้ง ที่ทำให้เห็นว่าไม่ใช่กลุ่มการเมือง โดยไปร่วมกับพรรคประชาชน หลายคนมองว่าเป็นยุทธศาสตร์ของนายนิรันดร์ ที่เห็นตนเองมีฐานคะแนนเสียงที่นาเกลือ และมีกระแสของพรรคส้มเพิ่มขึ้นในพัทยาตลอดเวลา หากเป็นการรวมตัวกลุ่มของนายนิรันดร์ กับกลุ่มของคนเสื้อส้มพัทยาจะมีโอกาสชนะนายปรเมศวร์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ยุทธศาสตร์ระหว่างกลุ่มการเมืองในพัทยาเท่านั้น

การที่กล่าวว่าเป็นกลุ่มการเมืองชนกลุ่มการเมือง เนื่องจากพรรคประชาชนเปลี่ยนแปลงตนเอง ก่อนหน้าที่พรรคประชาชนจะทำงานการเมืองรูปแบบใหม่ พยายามจะไม่ร่วมกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่น แต่การเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมาจะเห็นว่า พรรคประชาชนไม่ได้ทำตามเงื่อนไขที่วางไว้ แต่ไปร่วมกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่น แต่ฉากหน้ายังมี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มีเท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พยายามสร้างการเมืองแบบใหม่ แต่เนื้อในจริงๆ เป็นกลุ่มการเมืองที่จะชิงความได้เปรียบซึ่งกันและกัน
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงยังอยู่ในพื้นที่พัทยา หากจะรวมตัวกับกลุ่มส้มคงเป็นไปได้ยาก เพราะมันร้าวลึกและมีความขัดแย้งมาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญก่อนหน้านี้พรรคประชาชนเคยเปิดตัว ดร.เอิง หรือ น.ส.นิศามาศ เลาหรัตนาหิรัญ และยังเคยอยู่ในสมาชิกพรรคเพื่อไทย และกลุ่มพรรคไทยรักษาชาติที่ถูกยุบไป และทำกิจกรรมกับพี่น้องเสื้อแดงมาตลอด การที่พรรคประชาชนมาเปลี่ยนตัวผู้สมัครกลางคัน ถึงแม้ว่าจะมีเหตุผลอะไรก็ตาม
แต่ผมประเมินว่า จะทำให้มวลชนเสื้อแดงว่าการกระทำที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนเสื้อแดงด้วยเช่นกัน จะทำให้คะแนนส่วนนี้ไม่ลงให้พรรคส้ม และพรรคที่นายนิรันดร์สนับสนุน มองว่าคะแนนส่วนนี้อาจจะไปตกกับนายปรเมศวร์ ถึงแม้ว่าจะอยู่กลุ่มบ้านใหญ่ แต่ได้สร้างความโดดเด่นทางด้านผลงานเป็นที่ประจักษ์ และที่ผ่านมามีผลงานค่อนข้างชัดเจนในรอบ 4 ปี นอกจากนี้ยังจะเป็นการดึงฐานเสียงของคนเสื้อแดงผ่านทีมงานบริหาร เครือข่าย สม.พัทยาได้อีกด้วย ส่วนกระแสข่าวว่า ดร.เอิง อาจจะมาร่วมงานกับ นายอิทธิวัฒน์หากได้รับเลือกเป็นนายกเมืองพัทยา ผมมองว่าเป็นเรื่องของการต่อรองกันมากกว่า
ส่วนนายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ จะลงสมัครนายกเมืองพัทยาด้วยนั้น ผมมองว่าเป็นอดีตข้าราชการพยายามทำงานหาเสียงลงพื้นที่ อย่างไรก็ตามมองว่า ยังไม่ใช่คู่แข่งหลัก แต่เป็นเพียงองค์ประกอบของการเลือกตั้งมากกว่า ประกอบกับทีมงานและนโยบายการหาเสียงยังไม่เข้าใจวิธีคิดในการบริหารเมือง การเป็นนักการเมืองท้องถิ่น เดินเข้าพบประชาชนสะท้อนปัญหา แต่ยังไม่เข้าใจระบบบริหารงานแบบเมืองพิเศษ
หากให้วัดกำลังขณะนี้ระหว่างนายประเมศวร์ นายกเมืองพัทยา กับนายอิทธิวัฒน์ พรรคส้ม มองว่าความได้เปรียบอยู่ที่นายประเมศวร์ เพราะทำงานมาแล้ว 4 ปี และผลงานเป็นที่ประจักษ์จากการบริหารเมืองพัทยา ทำให้เห็นผลงานเป็นรูปธรรม จุดอ่อนคือปัญหาซับซ้อนของเมืองพัทยา เพราะพัทยาเป็นเมืองพิเศษก็จริง แต่มีปัญหาในข้อกฎหมายมีมากมาย ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เพราะหน่วยงานราชการเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะมาก และเป็นจุดอ่อนของผู้ที่ไม่เข้าใจบทบาทของนายกเมืองพัทยา
ปัญหาที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาในเรื่องการขุดเจาะ ปัญหาสายไฟฟ้า ปัญหาชายหาด จะไปโทษนายปรเมศวร์ไม่ได้ ในฐานะนายกเมืองพัทยา แต่จะต้องไปดูปัญหาภาพรวม และข้อจำกัดเมืองพัทยา แต่ประชาชนจำนวนมากไม่รู้จักบทบาทและข้อจำกัดของเมืองพัทยา ก็จะตีเป็นจุดอ่อนของนายปรเมศวร์
ขณะที่ว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยาของพรรคประชาชน จุดอ่อนมองว่าเป็นหุ่นเชิดของนายนิรันดร์ที่เป็นพี่ชาย หุ่นเชิดพรรคประชาชนที่ไม่สามารถหาใครมาแทนที่ได้ ต้องไปจับมือกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่น และไปแสดงวิสัยทัศน์ที่ไม่เข้าใจการบริหารงานของเมืองพัทยา เช่น จะเป็นคนไม่ยอมนอนจะทำงาน 24-25 ชั่วโมง แสดงว่าไม่เข้าใจการบริหารงาน ต้องรู้ว่าเวลาไหนควรพักผ่อน ทำงาน เมื่อจัดการเวลาตัวเองไม่ได้ แล้วจะไปบริหารงานบ้านเมืองได้อย่างไร ประการต่อมาพรรคประชาชน ระยะหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ไม่คงเส้นคงวากับหลักการ
กรณีที่นายธนาธร และเท้งมาช่วยหาเสียง ผมมองว่าช่วยไม่ได้เยอะ เปิดตัวช่วงที่ผ่านมาคนไม่เยอะเท่าที่ควร คนรุ่นใหม่ก็ไม่มาแสดงพลัง แต่อาจจะใช้กระแสโซเซียลช่วย แต่คิดว่าเมื่อนายธนาธรมาพูดครั้งนี้ มาแสดงความขัดแย้งมากกว่า ให้ร้าวลึกระหว่างคนพัทยาและคนลําพูนไปด้วย บางอย่างที่พูดเป็นข้อมูลที่ลึกครบถ้วน เช่น รถอีวีที่ จ.ลำพูนใช้ไปแล้ว แต่เอามาเปรียบเทียบกับเมืองพัทยาที่ยังไม่มี เหมือนกับมาดิสเครดิตนายกเมืองพัทยา ส่วนเท้งนั้นการพูดปราศรัยยังไม่สามารถโน้มน้าวคนพัทยาได้ แต่ยอมรับว่ากระแสพรรคส้มในเมืองพัทยา มีกระแสดีในโซเซียลและกระแสหน้าสื่อสาธารณะในชนชั้นกลางและคนรุ่นใหม่ ในที่สุดต้องไปวัดกันว่าคนเมืองพัทยาไปเลือกตั้งกันมากน้อยเพียงใด
การที่นายธนาธรมาหาเสียงในครั้งนี้ ต้องการคะแนนเสียงในระยะสั้น แต่ลืมไปว่าโลกของข้อมูลข่าวสารขณะนี้ สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นข้อมูลจริง ข้อมูลเท็จ หรือข้อมูลหวังผลคะแนนระยะสั้น
ในความคิดของผมแนวทางในการพัฒนาเมืองพัทยา อยากให้ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยาทุกคนเสนอนโยบายที่กล้าเปลี่ยนแปลงเมืองพัทยา เพราะมองไปแล้วเมืองพัทยาเหมือนกับเทศบาลนครปกติ ไม่มีอะไรพิเศษ เพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาซับซ้อนของเมืองพัทยาได้ โดยเฉพาะปัญหาประชากรแฝงกว่า 8 แสนคน มีความซับซ้อนในเชิงกฎหมาย ซับซ้อนในเชิงบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้เมืองพัทยาเองไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เพียงลำพัง อยากเห็นผู้สมัคร สม.ทุกคนเสนอกฎหมายที่สามารถปฏิรูปเมืองพัทยาได้
อาทิเช่น แก้กฎหมาย พ.ร.บ.เมืองพัทยา ยกระดับเมืองพัทยาเป็นเมืองพิเศษจริงๆ สามารถแก้ไขปัญหาความซับซ้อนของเมืองพัทยาได้ และส่งเสริมให้เมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวได้จริงๆ สุดท้ายหากไม่แก้ข้อกฎหมายของเมืองพัทยาได้ ในที่สุดการงานของนายกเมืองพัทยาก็เหมือนกับข้าราชการประจำคนหนึ่งเท่านั้นเอง ที่มาจากการเลือกตั้ง ที่เหลือไม่สามารถทำอะไรได้เลย ปัญหาจะวนลูปมาเป็นแบบเดิม
หากมองเกี่ยวกับพรรคส้มในการร่าง พ.ร.บ.เมืองพัทยาใหม่ จะต้องทำเป็นนโยบายต่อเนื่องของผู้ลงสมัคร สม.กับนโยบายของพรรคส้ม ที่ต้องแก้ปัญหาในเรื่องโครงสร้าง ในส่วนของนายประเมศวร์เองก็ต้องเสนอนโยบายของตัวเองด้วย เพื่อให้กลุ่มการเมืองระดับชาติ เห็นปัญหาและลงมาช่วยกันแก้ปัญหาให้กับเมืองพัทยา หากไม่มีการแก้ไขปัญหาในข้อกฎหมาย การเมืองของเมืองพัทยาก็จะมีปัญหาเหมือนเดิม คือนายกเมืองพัทยามาจากการเลือกตั้ง แต่ทำงานเหมือนกับข้าราชการประจำ ซึ่งการแก้ปัญหานายกเมืองพัทยาให้บริหารงานไปสู่เป้าหมายของเมืองพัทยาให้เป็นเมืองพิเศษจริงๆ จะต้องมีอำนาจในการใช้จ่ายงบประมาณ มีคนเพียงพอ และอำนาจในการบริหารงาน
การแก้ไข พ.ร.บ.เมืองพัทยาจะต้องมีพลังการเมืองระดับชาติมาช่วยเหลือด้วย ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะในประเทศไทยมีลักษณะหลายเมือง ที่เป็นเมืองพิเศษภายในของตัวมันเอง อาทิ เกาะสมุย ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา สงขลา หาดใหญ่ เช่น หาดใหญ่เกิดน้ำท่วมหนักแต่แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะโครงสร้างราชการมีข้อจำกัด
ดังนั้นการที่เมืองพัทยาจะเป็นเมืองพิเศษได้ นายกเมืองพัทยาจะต้องมีอำนาจเต็ม ในการสั่งจ่ายงบประมาณได้โดยตรง ข้าราชการขึ้นตรงกับนายกเมืองพัทยาคนเดียว ไม่ขึ้นกับผู้ว่าฯ อธิบดี แต่ขึ้นตรงกับผู้บริหารเมืองเพียงคนเดียวเท่านั้นในการสั่งการ หากต้องการเป็นได้เมืองพิเศษจริงๆ สมควรนำร่องที่เมืองพัทยาในรูปแบบเมืองพิเศษใหม่ โดยให้อำนาจเต็มที่อยู่นายกเมืองพัทยา

ดร.วันชัย จึงวิบูลย์สถิตย์ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ระยอง กล่าวว่า การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาครั้งนี้ มีการเปิดตัวผู้ลงสมัครนายกเมืองพัทยามาแล้วทั้งหมด 3 คนคือนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ กลุ่มเรารักพัทยา นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร พรรคประชาชน น้องชายนายนิรันดร์ วัฒนาศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา และนายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ อดีตนายอำเภอบางละมุง
หากมองไปแล้วการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาจะมีผู้เลือกตั้งทั้งหมด 2 กลุ่มคือ ประชากรแฝงที่ย้ายเข้ามาอาศัยในเมืองพัทยา ที่มีทะเบียนบ้านในพื้นที่กับคนพื้นที่พัทยา ก็ต้องมาดูที่นายปรเมศวร์ บริหารเมืองพัทยาผ่านมา 4 ปี มีผลงานโดดเด่นอะไรบ้าง ตามนโยบายที่ให้ไว้กับการหาเสียงลงสมัครนายกเมืองพัทยาสมัยที่ผ่านมา ถ้ามีผลงานเชิงประจักษ์ อาจจะกลับเข้ามาบริหารงานต่อ หากชาวเมืองพัทยาเห็นโครงการต่างๆ ประสบความสำเร็จในช่วงการทำงาน ซึ่งคนกลุ่มนี้หากเห็นผลงานก็จะไปลงคะแนนเสียงให้
แต่หากไม่สามารถทำตามนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชนได้ ก็น่าเห็นใจนายปรเมศวร์ โดยเฉพาะปัญหาที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ ปัญหาโครงสร้างของเมืองพัทยา ที่ทำให้เกิดปัญหารถติดเพราะมีการขุดถนน ไม่รู้ว่าจะเหมือนกับ กทม.หรือเปล่า และปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก หากปัญหาทั้ง 2 จุดดังกล่าวไม่สามารถทำให้ประชาชนพอใจได้ จะทำให้คะแนนเสียงของ นายปรเมศวร์ตกต่ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าคิดเหมือนกัน
หากให้มองในเรื่องของฐานคะแนนบ้านใหญ่ ต้องยอมรับว่าฐานคะแนนในขณะนี้ลดลงไปมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ หากเป็นสมัยก่อนอาจจะมีฐานคะแนนเยอะ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องดูระดับการศึกษาของคนด้วย ทำให้มีความคิดในการลงคะแนนเสียง โดยดูที่ผลงานมากกว่าความจงรักภักดีกับบ้านใหญ่ ที่สำคัญต้องยอมรับว่าแนวคิดของคนระยะหลังเริ่มเปลี่ยนแปลง ไม่ผูกพันในเรื่องของเรื่องบุญคุณ การที่ประชาชนจะเลือกนายปรเมศวร์ หรือไม่ก็ต้องดูที่ผลงาน ประกอบกับแรงหนุนของบ้านใหญ่บางส่วน แต่คะแนนของบ้านใหญ่ลดลงไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว ทำอย่างไรที่จะกู้คะแนนเสียงส่วนนี้คืนมาได้
ถ้าย้อนมาดูเรื่องการเมืองท้องถิ่นกับการเมืองระดับชาติจะต่างกัน เมื่อมามองนายอิทธิวัฒน์ เข้าสังกัดพรรคประชาชนเพราะต้องการฐานเสียงของคนรุ่นใหม่ หากดูการเลือกตั้ง สส.ที่ผ่านมาจะเห็นว่าคะแนนของคนรุ่นใหม่มาแรง หากมัดใจได้ก็จะได้ฐานคะแนนส่วนนี้ อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าคะแนนของพรรคก้าวไกลในอดีตจนมาถึงพรรคประชาชนฐานคะแนนช่วงนี้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้คะแนนของพรรคลดลง และเกิดกระแสตีกลับเหมือนกัน ทำให้คนที่เคยสนับสนุนพรรคประชาชนลดจำนวนลงมากเหมือนกัน
ส่วนนายศักดิ์ชัย จะเป็นรองทั้งนายปรเมศวร์ และนายอิทธิวัฒน์ ถึงแม้ว่าจะเคยคลุกคลีกับชาวบ้านหรือชุมชน แต่ถือว่าเป็นผลงานในอดีตไปแล้ว ยกเว้นประชาชนไม่เอาทั้งนายประเมศวร์ และนายอิทธิวัฒน์ แต่โอกาสน้อยมากที่นายศักดิ์ชัยจะโดดเด่น เว้นแต่ทั้ง 2 คนแข่งขันกันอย่างหนัก แต่ประชาชนไม่เลือก นายศักดิ์ชัยอาจจะเป็นตาอยู่ได้รับเลือกเป็นนายกเมืองพัทยาได้เหมือนกัน
อย่างไรก็ตามเสียดาย ดร.เอิง หรือ น.ส.นิศามาศ เลาหรัตนาหิรัญ ที่เปิดตัวว่าจะลงนายกเมืองพัทยา แต่พอโค้งสุดท้ายตัดสินใจไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ถึงแม้ว่าจะอ้างเหตุผลใดๆ ก็ตาม ต้องยอมรับว่า ดร.เอิงถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีของพรรคประชาชน เพราะยังถือว่ายังเป็นผู้สมัครที่ยังไม่มีตำหนิ โอกาสที่จะเป็นทางเลือกของประชาชนมีมาก หากดูไปแล้วนายปรเมศวร์ยังมีตำหนิ เพราะบริหารงานมาแล้ว ถ้าประชาชนไม่ชอบใจ ก็จะไม่ลงคะแนนเสียงให้เลย เสียดายอยู่เหมือนกันหาเสียงมานานหลายเดือน
ความหวังในฐานะนักวิชาการ สำหรับเมืองพัทยานั้น อยากได้นักจัดการเมืองพัทยามากกว่าเป็นนักการเมือง เพราะจะต้องเป็นนักวางแผน นักบริหารบ้านเมือง เพราะภายในข้อกฎหมายเมืองพัทยามีความซับซ้อนมาก อยากจะฝากผู้บริหารเมืองพัทยา เมื่อเมืองพัทยาเมื่อตั้งขึ้นมาเป็นเมืองพิเศษแล้ว ได้มีการวางเป้าหมายกรอบนโยบายไว้แล้ว อยากให้มีการสานต่อกรอบที่วางไว้ว่า จะให้พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยว จึงอยากให้มีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน ในการสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ชัดเจน เมื่อนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามามากแล้ว จะดึงการลงทุนเข้ามาในเมืองพัทยาอย่างมากมาย แต่ก็ต้องยอมรับว่าพัทยาเป็นเมืองพิเศษก็จริง แต่นายกเมืองพัทยาทำงานไม่ได้เต็มที่ เพราะติดด้วยระเบียบข้อกฎหมาย จึงอยากให้มีการร่าง พ.ร.บ.เมืองพัทยาใหม่ เพื่อให้นายกเมืองพัทยามีอำนาจเต็มในการบริหารเมืองพัทยาให้เป็นเมืองพิเศษจริงๆ





