
อนุทิน เผยคุย ‘เจ้าสัว-ซีอีโอ’ พร้อมรับข้อเสนอแนะ-แนวทาง สร้างเศรษฐกิจเข้มแข็ง ยก ‘เจ้าสัวธนินท์’ ชู น้ำมันบนดิน ชี้ช่องไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ- มีความมั่นคงทางอาหาร แจง Missing Link เชื่อมระนอง-ชุมพร เป็นจุดตั้งต้นก่อนขยายสู่แลนด์บริดจ์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับผู้ประกอบการระดับประเทศ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ใช้เวลาในที่ประชุม 2 ชั่วโมง และร่วมรับประทานอาหาร 1 ชั่วโมง ได้รับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจากบรรดาผู้ประกอบการภาคเอกชน ที่เราจะนำมาประมวลและนำข้อเสนอแนะต่างๆ มากำหนดเป็นแนวทางที่จะทำให้สิ่งที่คาดหวังของผู้ประกอบการได้รับผลสำเร็จมากที่สุด
เพราะประเทศของเราต้องพึ่งท่านเหล่านี้ในการขับเคลื่อนไปข้างหน้า ทำให้เศรษฐกิจมีความเข้มแข็ง ทำให้สังคมมีความสงบสุข มีการจ้างงาน และเสียภาษีต่างๆ รัฐและภาคเอกชนต้องเดินไปด้วยกัน
เมื่อถามว่า มีโครงการอะไรที่ภาคเอกชนอยากให้รัฐบาลเดินหน้าต่อ และมีโครงการอะไรที่มีความเป็นห่วงเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าเป็นเรื่องของสินค้านำเข้าส่งออก อยากให้ปรับปรุงในเรื่องเส้นทางขนส่ง เรื่องโลจิสติกส์ กำแพงภาษี เช่น นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสของเครือเจริญโภคภัณฑ์ บอกว่าเราต้องยกระดับเกษตรกรให้มากที่สุดในสถานการณ์ของโลกทุกวันนี้ โดยพูดว่า ของเราน้ำมันบนดิน ก็คืออาหารเป็นอู่ข้าวอู่น้ำได้
สอดคล้องกับที่ตนได้เคยพูดและนำไปพูดในที่ประชุมผู้นำอาเซียนว่า น้ำมันที่เป็นพลังงานกินไม่ได้แต่ว่าอาหารที่เอาไว้ยังชีพ ที่เมืองไทยมีมากกว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์แย่สุดประเทศจะอยู่ได้นานกว่า สามารถอดทนได้มากกว่าเพราะเรามีความมั่นคงทางด้านอาหาร เราเอาความมั่นคงทางด้านอาหาร ที่ตอนนี้เป็นสิ่งที่ผู้นำประเทศในอาเซียนทุกคนได้หยิบยกขึ้นมาว่า
เราจะต้องมั่นใจว่าห่วงโซ่ของอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร จะต้องมีความเข้มแข็ง และในอาเซียนประเทศไทยถือว่ายืนหนึ่งในเรื่องนี้ เราต้องมาเน้นให้มีความเข้มแข็งในด้านนี้ จะทำให้การไปเจรจาพูดคุยกับประชาคมโลกอื่นๆ เป็นสิ่งที่สร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศไทย
เมื่อถามว่า ในวงผู้ประกอบการได้พูดคุย เรื่องการพัฒนาท่าเรือระนองและเส้นทางรถไฟที่ขาดหาย (Missing Link) ระหว่างชุมพรและระนองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว แลนด์บริดจ์จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น แต่Missing Link ส่วนที่ขาดไป ทุกวันนี้คือทางรถไฟที่ไปทางซีกตะวันตก ยังไม่มี เราต้องต่อเติมในช่วงที่ขาดหายไป ทำให้ไม่ขาด จึงจะทำให้วงจรเครือข่ายของการคมนาคมขนส่งทางรางในประเทศไทย ที่เชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เหนือ ใต้ ออก ตก มีความสมบูรณ์ขึ้น สิ่งเหล่านี้ คือจุดเริ่มของแลนด์บริดจ์
ส่วนตัวโครงการแลนด์บริดจ์เราให้มีการศึกษากันอยู่ ซึ่งรัฐบาลรับฟังเรื่องของความคุ้มทุน มีแล้วจะทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพการเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่ง ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ได้มากน้อยเพียงใด ในส่วนของตัวแลนด์บริดจ์ก็จะศึกษาตรงนี้ แต่อย่างน้อยส่วนของMissing Link จะนำไปสู่การขยายเป็นถึงระดับแลนด์บริดจ์หรือไม่นั้นก็ควรจะต้องเกิดขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





