
ฟีฟ่าเริ่มแจกรางวัล “รองเท้าทองคำ” สำหรับดาวซัลโวสูงสุดของศึกฟุตบอลโลกตั้งแต่ปี 1982 โดยตอนแรกใช้ชื่อว่า Golden Shoe ก่อนเปลี่ยนเป็น Golden Boot ในปี 2010
กรณีที่มีคนทำประตูสูงสุดเท่ากันในแต่ละทัวร์นาเมนต์ ตั้งแต่ปี 1994 เป็นต้นมา ฟีฟ่าก็ออกกฎว่าจะต้องไปดูสถิติแอสซิสต์ต่อ ใครแอสซิสต์มากกว่าจะได้รางวัลนี้ไป และถ้ายังแอสซิสต์เท่ากันอีก ก็จะได้ครองรางวัลร่วม กระทั่งฟีฟ่าเพิ่มกฎใหม่ตั้งแต่ปี 2006 ว่า คนที่ลงสนามน้อยกว่าคิดเป็นนาทีจะได้รางวัลนี้ เพราะหมายความว่านักเตะคนนั้นมีประสิทธิภาพในการทำประตูมากกว่านั่นเอง
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือนอกจากรางวัลรองเท้าทองคำแล้ว แต่ละทัวร์นาเมนต์จะมีรางวัล “รองเท้าเงิน” (Silver Boot) และ “รองเท้าทองแดง” (Bronze Boot) สำหรับคนที่ทำประตูมากที่สุดอันดับ 2 และ 3 ด้วย
เกร็ดที่น่าสนใจอีกอย่างคือ นักเตะที่คว้ารางวัลรองเท้าทองคำของฟุตบอลโลกแต่ละครั้งนั้น มักไม่ได้มาจากทีมที่เป็นแชมป์โลก ยกเว้น 2 ครั้ง คือปี 1982 ซึ่งรางวัลเป็นของเปาโล รอสซี่ ดาวยิงทีมชาติอิตาลีที่ช่วยให้ทีมแดนมักกะโรนีคว้าแชมป์ที่สเปน และปี 2002 ซึ่งบราซิลคว้าแชมป์โลก และดาวซัลโวสูงสุดก็คือ โรนัลโด้ ตำนานดาวยิงแซมบ้า
สำหรับเจ้าของรางวัลรองเท้าทองคำของเวิลด์คัพตั้งแต่เริ่มแจกรางวัลนี้มา มีดังนี้
ฟุตบอลโลก 1982 – เปาโล รอสซี่ (อิตาลี) 6 ประตู
ฟุตบอลโลก 1986 – แกรี่ ลินีเกอร์ (อังกฤษ) 6 ประตู
ฟุตบอลโลก 1990 – ซัลวาตอเร่ สกิลลาชี่ (อิตาลี) 6 ประตู
ฟุตบอลโลก 1994 – โอเล็ก ซาเลนโก้ (รัสเซีย) และฮริสโต้ สตอยคอฟ (บัลแกเรีย) 6 ประตู และ 1 แอสซิสต์เท่ากัน
ฟุตบอลโลก 1998 – ดาวอร์ ซูเคอร์ (โครเอเชีย) 6 ประตู
ฟุตบอลโลก 2002 – โรนัลโด้ (บราซิล) 8 ประตู
ฟุตบอลโลก 2006 – มิโรสลาฟ โคลเซ่ (เยอรมนี) 5 ประตู
ฟุตบอลโลก 2010 – โธมัส มุลเลอร์ (เยอรมนี) 5 ประตู
ฟุตบอลโลก 2014 – ฮาเมส โรดริเกซ (โคลอมเบีย) 6 ประตู
ฟุตบอลโลก 2018 – แฮร์รี่ เคน (อังกฤษ) 6 ประตู
ฟุตบอลโลก 2022 – คีเลียง เอ็มบัปเป้ (ฝรั่งเศส) 8 ประตู




