ส.ว.บัส รับเคสไว้เอง! ตามบี้ ’3 คดีสังหารคนเสื้อแดง‘ ส.ส.เสกสิทธิ์’ ร่ายกวี สดุดีดวงวิญญาณ

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 (คปช.53) จัดงานรำลึกและสดุดีวีรชน #16ปีเมษาพฤษภา53 ’นับถอยหลัง 4 ปี คดีหมดอายุความ‘ เพื่อเรียกร้องนิรโทษกรรมให้คนเป็น ทวงความยุติธรรมให้คนตาย

นำโดย นางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และ นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำ นปช. ในฐานะ คปช.53

ท่ามกลางตัวแทนนักการเมืองจากพรรคประชาชน เดินทางเข้าร่วมงาน อาทิ น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ หรือ ทนายแจม ส.ส.พรรคประชาชน, นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี, นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 2 ราชเทวี, น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ส.ส.สมุทรปราการ, นายเอกราช อุดมอำนวย ส.ส.กทม. , น.ท. กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ เป็นต้น พร้อมพวงหรีดในนามพรรคประชาชน

ร่วมด้วย นางประทีป อึ้งทรงธรรม ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป, นายวรัญชัย โชคชนะ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ฯลฯ, นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.), นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ส.ว. ตลอดจนเยาวชนคนรุนใหม่ อาทิ นายเจษฎา ศรีปลั่ง, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์, น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือ แหวน พยาบาลอาสาสมัครช่วงสลายชุมนุม 19 พฤษภาคม ปี 53 และ นายธนายุทธ ณ อยุธยา หรือ บุ๊ค เด็กหนุ่มแรพเปอร์ เป็นต้น

นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.

เวลา 18.55 น. นายเทวฤทธิ์ ส.ว. กล่าวว่า ตราบใดที่เรายังไม่ลืม เขาจะยังจดจำอยู่ในพวกเรา
โดยก่อนกล่าวอัพเดตความคืบหน้า ชวนมองด้านหลังคือ คืออาคารห้างสรรสินค้า ที่เปิดทำการแล้ว แต่คดีกลับไม่คืบหน้า

Advertisement

“เพียงแป๊บเดียว จำได้ว่าไม่กี่เดือนก็กลับมาเปิดใหม่ แต่คนที่ตายไป ยังไม่สามารถทวงคืนความยุติธรรมได้เลย ในปี 53 ผมอยู่ตรงไหน จำได้ว่า ในช่วงที่มีการปิดล้อม ตั้งแต่ราชปรารภ ศาลาแดง ทหารล้อมไปทั้งหมด มีการชุมนุมของ นปช. เป็นไข่แดงอยู่ตรงกลาง

ผมเองไม่สามารถเข้ามาได้ จัดชุมนุมอยู่รอบนอก สุดท้ายคืนวันที่ 18 พ.ค. ผมอยู่ที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จนมีการสลายการชุมนุม มีคนอยากเข้าไป เราจึงพยายามห้ามปราม คือสิ่งที่เกิดใน 19 พ.ค.53” นายเทวฤทธิ์เผย

นายเทวฤทธิ์กล่าวต่อว่า หลังจากนั้น ตนใช้เฟซบุ๊กบอกเล่าเหตุการณ์ ต่อมาได้เข้าไปทำงาน ในการรวบรวมข้อมูลผู้เสียหาย ในเวลานั้นต้องรบราฆ่าฟันด้วยข้อมูล เพราะสิ่งที่จะช่วยทวงคืนความยุติธรรมได้ คือ ‘ข้อเท็จจริง‘ บางคนเปลี่ยนใจ จนกระทั่งตนถูกกล่าวหาว่าเป็น ควายแดง

“อีกเรื่องที่ติดตาม คือ ‘การไต่สวนการตาย’ ซึ่งได้ไปติดตามถึงศาลในหลายกรณี ว่าผู้ตายเป็นใคร ด้วยเหตุอะไร หลายกรณีระบุชัดเจนว่า เสียชีวิตจากกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ อย่างน้อยถ้าไม่แคร์คนไทย ก็มีกรณีช่างภาพต่างชาติ ไม่ยี่หระ แม้กระทั่งพลทหารด้วยกันเอง คือพลทหารณรงฤทธิ์ ”

“บทบาทของ ส.ว. คือตั้งกระทู้ ติดตามความคืบหน้าในการไต่สวน หลังรัฐประหาร คดีไม่มีความคืบหน้า อีกเพียง 4 ปี คดีจะหมดอายุความ ก่อนหน้านั้นตั้งกระทู้ถาม รมว.ยุติธรรม

หลายเรื่องที่อาจเป็นความหวัง คือ คดียังไม่สะเด็ดน้ำ เช่น คดีของคุณอภิสิทธิ์ แบ่งกระบวนการร้องเป็น 2 กลุ่ม คือคดีวัดปทุมฯ ฟ้องไปที่ศาลทหาร มีอยู่ 3 คดีที่น่าสนใจ ซึ่งดีเอสไอ มีคำสั่งส่งไปอัยการ แต่อัยการมีคำสั่งไม่ส่งฟ้อง เพราะข้อมูลไม่เพียงพอ

”3 คดีนี้ ผมจะรับไปเสาะหาข้อเท็จจริงแล้วใช้กลไกตั้งกระทู้ หรือ กรรมาธิการพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชน

เราอาจหวังรัฐมนตรีคนหน้าไม่ได้ อย่างน้อยที่สุด 3 คดีนี้ ก่อนหมดอายุความ ผมจะรับไปเสาะหาเพิ่มเติม เราไม่ควรให้มันหมดอายุความ เบื้องต้น เราสู้เพื่อเพื่อนร่วมอุดมการณ์ แต่มันไม่หยุดแค่นั้น แต่ยังรวมถึงมาตรฐาน จะไม่มีใครมายิงประชาชนกลางเมืองได้อีกต่อไป“ นายเทวฤทธิ์กล่าว

นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 2 ราชเทวี

ด้าน นายเสกสิทธิ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 2 กล่าวว่า ผ่านมาแล้ว 16 ปี ยังไม่มีใครถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีนี้เลยสักคน อาจมีคนสงสัยว่า แล้วตนอายุเท่าไหร่ในเวลานั้น

“ผมอายุ 10 กว่าขวบ แต่บ้านผมอยู่ประตูน้ำ เห็นหมด สังหารหมู่การเมือง เห็นชีวิตคนธรรดาต้องมาสูญเสีย ทำอะไรกับประชาชน คนสามัญบ้าง ดังนั้น การมารำลึก เป็นการย้ำเตือนว่า ‘ภารกิจทวงความยุติธรรม’ ยังไม่จบสิ้น ภารกิจเพื่อให้เกิดประชาธิปไตย ยังต้องดำเนินต่อไป”

จากนั้น นายเสกสิทธิ์ อ่านบทกวีที่แต่งขึ้นเอง เมื่อนึกถึงเหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชน ความว่า

“สองขา ก้าวยืน หยัดสู้
สองมือ คว้าชู ความฝัน
เพียงอุดมการณ์ สามัญ
เราท่าน เท่ากัน คือคน”

“แม้นพวก เผด็จการ ข่มเหง
มิหวั่น มิเกรง คืนหม่น
ประกาศเกียรติก้อง ประชาชน
มิยอม จำนน กระบอกปืน
ประกาศเกียรติก้อง ประชาชน
มิยอม จำนน เผด็จการ”

“แม้เลือด โลหิต รินหลั่ง
นามยัง องอาจ กล้าหาญ
จารึก ตราบหล้า กาลนาน
ตลอดห้วง นฤพาน วีรชน”
จารึก ตราบหล้า กาลนาน
สดุดี จิตวิญญาณประชาชน”