
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งราชอาณาจักร (UKHSA) แถลงเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ว่า อังกฤษ ได้รับยาต้านไวรัส “ฟาวิพิราเวียร์” (Favipiravir) จากประเทศญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งของการตอบสนองต่อการระบาดของไวรัสฮันตา ที่เชื่อมโยงกับการพบผู้ติดเชื้อบนเรือสำราญ เอ็มวี ฮอนเดียส
UKHSA ระบุว่า เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อังกฤษได้รับยาฟาวิพิราเวียร์มาจากญี่ปุ่นแล้ว และยังอยู่ระหว่างการทดลองเพื่อใช้ในการรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตา โดยยาดังกล่าวจะช่วยเพิ่มปริมาณยาสำรองสำหรับการรักษา แม้ว่าความเสี่ยงในการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างภายในอังกฤษจะอยู่ในระดับต่ำมากก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ทั้ง UKHSH และทางการญี่ปุ่น ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนยาที่ส่งมอบให้แก่สหราชอาณาจักร
ขณะที่มีรายงานว่า เรือสำราญหรู เอ็มวี ฮอนเดียส ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของไวรัสฮันตา ได้เข้าเทียบท่าที่เมืองรอตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์แล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม โดยเจ้าหน้าที่ได้ยอมให้ลูกเรือและทีมบุคลากรทางการแพทย์ลงจากเรือแล้ว
ทั้งนี้ มีผู้โดยสารบนเรือที่เสียชีวิตจากไวรัสฮันตา 3 ราย จากผู้ติดเชื้อที่ยืนยัน 8 ราย และเข้าข่ายอีก 2 ราย ที่เกี่ยวข้องกับเรือสำราญลำดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีการรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตา ซึ่งปกติทั่วไปจะแพร่กระจายจากสัตว์ฟันแทะเป็นหลัก แต่ในบางกรณีที่พบได้ไม่บ่อย เชื้อสามารถที่จะแพร่จากคนสู่คนได้ หากมีการสัมผัสใกล้ชิดและต่อเนื่องเป็นเวลานาน การรักษาส่วนใหญ่จึงเน้นที่การรักษาตามอาการ เช่น การพักผ่อน การให้น้ำและสารน้ำ การดูแลระบบหายใจในผู้ป่วยอาการรุนแรง
ในประเทศญี่ปุ่น ฟาวิพิราเวียร์ จำหน่ายภายใต้ชื่อทางการค้า “เอวิแกน” (Avigan) โดยบริษัทในเครือของฟูจิฟิล์ม เพื่อใช้เป็นยาฉุกเฉินสำหรับไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่หรือไข้หวัดที่กลับมาระบาดอีกครั้ง โดยยาฟาวิพิราเวียร์ ทำงานโดยการยับยั้งเอนไซม์สำคัญที่ไวรัสหลายชนิดใช้ในการเพิ่มจำนวนตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ยาฟาวิพิราเวียร์นี้ ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในสหราชอาณาจักร
พีต เมส นักไวรัสวิทยาจากมหาวิทยาลัยบรัสเซลส์ อธิบายว่า การใช้ฟาวิพิราเวียร์ กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสฮันตา จะถูกจัดเป็นการรักษาเชิงทดลอง หรือการใช้ด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม มากกว่าการรักษาตามมาตรฐาน และมีแนวโน้มที่จะใช้กับผู้ป่วยอาการรุนแรงในระยะเริ่มต้น
โดยเมส กล่าวว่า หลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังมาจากห้องปฏิบัติการ และการศึกษาในสัตว์ และยังไม่มีข้อมูลจากการทดลองในมนุษย์ที่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะยืนยันได้ว่า ยานี้มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตา และยังไม่มีแนวทางการรักษาทางคลินิกระดับนานาชาติที่แนะนำให้ใช้ยาดังกล่าวเป็นมาตรฐานสำหรับไวรัสฮันตา




