
คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือ 35% เกือบแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่กลับเข้ามารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ ตามข้อมูลจากโพลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดของรอยเตอร์/อิปซอส
ทรัมป์กลับเข้ามารับตำแหน่งในห้องทำงานรูปไข่ด้วยคะแนนนิยม 47% ในเดือนมกราคมปีที่แล้ว แต่ความนิยมของทรัมป์ลดลงอย่างหนักจากการเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านร่วมกับอิสราเอล ส่งผลให้ราคาพลังงานในสหรัฐสูงขึ้นตามมา โพลสำรวจล่าสุดระบุว่ามีชาวอเมริกันเพียง 35% พึงพอใจกับการบริหารประเทศของทรัมป์ ลดลง 1 % จากโพลสำรวจก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือน แต่ยังสูงกว่าตัวเลขคะแนนนิยมต่ำสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ 34%
ผลแบบสำรวจยังพบว่าผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันจำนวนมากขึ้นกำลังไม่พอใจผลงานของทรัมป์ โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 21% จากเดิมในช่วงแรกหลังเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐสมัยที่ 2 ที่เพียง 5% ผู้สนับสนุนของรีพับลิกัน 79% ยังคงมองว่าทรัมป์ยังทำผลงานอยู่ในเกณฑ์ดี ลดลงจากเดิมที่ 82% เมื่อต้นเดือน และน้อยกว่าตอนเริ่มเข้ารับตำแหน่งที่ 91%
ประเด็นที่ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันไม่พอใจทรัมป์มากที่สุดคือการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ แม้จะเป็นปัญหาที่ทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะแก้ไข ผู้สนับสนุนรีพับลิกันเพียง 47% พอใจผลงานการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ ตัดกลับมาที่ชาวอเมริกันโดยรวมมีเพียง 1 ใน 5 เท่านั้นที่พอใจการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของทรัมป์
ผลสำรวจล่าสุดยังพบว่า มีเพียง 62% ของผู้สนับสนุนรีพับลิกันที่เห็นด้วยกับวิธีที่ทรัมป์จัดการสถานการณ์ในอิหร่าน ขณะที่ 28% ไม่เห็นด้วย ส่วนพรรคเดโมแครตนั้นส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับ 2 ใน 3 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระ
โดยรวมแล้ว มีผู้ตอบแบบสำรวจเพียง 1 ใน 4เท่านั้น และประมาณครึ่งหนึ่งของผู้สนับสนุนรีพับลิกัน ที่มองว่าปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในอิหร่านนั้น“คุ้มค่า”
ผลสำรวจนี้ที่จัดทำทางออนไลน์จากผู้ตอบแบบสอบถามทั่วประเทศเป็นกลุ่มวัยผู้ใหญ่จำนวน 1,271 คน โดยมีค่าความคลาดเคลื่อน 3% สำหรับชาวอเมริกันโดยรวมและ 5% สำหรับกลุ่มผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน
ด้านนักวางแผนกลยุทธ์ทางการเมืองของพรรครีพับลิกัน กล่าวให้ความเห็นว่า การที่ความนิยมของทรัมป์ลดลง อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความกระตือรือร้นที่ลดลงในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งของพรรครีพับลิกัน ก่อนการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนซึ่งจะเป็นการเลือกตั้งเพื่อชิงอำนาจควบคุมทั้งสองสภาของรัฐสภาสหรัฐ




