
นายกฯ สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนฝรั่งเศส ประกาศไทยคือ “ช่วงเวลาแห่งการลงทุน” ชูศักยภาพประตูสู่อาเซียน ดึงลงทุน EEC–พลังงานสะอาด–AI
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หารือกับสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส (MEDEF International) พร้อมกล่าวปาฐกถาในกิจกรรม Exclusive Meeting with the Prime Minister of Thailand โดยมี นายฟรองซัวส์ กอร์แบง (Mr. François Corbin) รองประธาน MEDEF International และประธานสภาธุรกิจฝรั่งเศส–ไทย พร้อมผู้แทนภาคเอกชนจาก MEDEF International เข้าร่วมกว่า 38 บริษัท
นายกฯ กล่าวแสดงความยินดีที่บริษัทชั้นนำ และผู้นำภาคธุรกิจของฝรั่งเศสจำนวนมาก ให้ความสนใจเข้าร่วมงาน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนฝรั่งเศสที่มีต่อประเทศไทย โอกาสนี้ ยังเป็นจังหวะสำคัญ เพราะเป็น “ช่วงเวลาต่อการเข้าการลงทุนในไทย” (Moment to invest in Thailand) รวมทั้งศักยภาพของไทยในฐานะประตูสำคัญสู่อาเซียนและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกไทยมีความศักยภาพ
ทั้งนี้ ฝรั่งเศสเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในสหภาพยุโรป โดยในปี 2568 มีมูลค่าการค้าระหว่างกันเกือบ 4.2 พันล้านยูโร ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้รับคำขอส่งเสริมการลงทุนจากบริษัทฝรั่งเศสเกือบ 100 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 725 ล้านยูโร
นายกฯ ได้เชิญชวนภาคเอกชนฝรั่งเศสเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ ได้แก่ พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม อุตสาหกรรมการบินและศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานและอุปกรณ์ (MRO) อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง และอุตสาหกรรมชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีชีวภาพ ตลอดจนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูง

พร้อมกันนี้ ยังสร้างความมั่นใจว่าไทยมีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงครบวงจร ทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพ ห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน ควบคู่กับมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่จูงใจ โดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ และกำลังเติบโตเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ รองรับอุตสาหกรรมขั้นสูงและความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระยะยาวในอนาคต
นายกฯ กล่าวอีกว่า ไทยเดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ให้นักลงทุนเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนได้ง่ายขึ้น รวมทั้ง โครงการ Thailand FastPass ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกแก่โครงการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ ลดระยะเวลาในการอนุมัติและออกใบอนุญาตต่าง ๆ อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงจุดแข็งของประเทศไทยทั้งต้นทุนการแข่งขันได้ บุคลากรที่มีทักษะสูง พันธมิตรท้องถิ่นที่เข้มแข็ง และการเข้าถึงเป็นประตูเชื่อมไปยังตลาดอาเซียนกว่า 700 ล้านคน และตลาดเอเชียด้วย
นอกจากนี้ การผลักดันความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศสสู่การเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป จะยิ่งเปิดโอกาสใหม่สำหรับความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น มากไปกว่านั้น กระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย คือหลักฐานของความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตราฐานกฏหมายไทยให้เป็นสากลในทุกๆด้าน
นายกฯ ยังได้แสดงความยินดี และพร้อมต้อนรับคณะผู้แทนจาก MEDEF International มีกำหนดเยือนไทยในเดือนมิ.ย.นี้ โดยจะได้มีการติดตามการพูดคุยและความร่วมมือในวันนี้ เพื่อร่วมกันสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย–ฝรั่งเศสที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อไป
ขณะที่ ผู้บริหารระดับสูงของสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส ให้ความสนใจสอบถามนโยบาย และแนวทางสำคัญของรัฐบาล อาทิ การพัฒนาคมนาคม การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานสู่พลังงานสะอาด การส่งเสริมทักษะกำลังคน รวมทั้งการใช้เทคโนโลยี ชั้นสูงในการดูแลรักษาโบราณสถานและส่งเสริมวัฒนธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง





