เคาะระฆัง ศึกเสาชิงช้ายกที่ 1 ผ่ากลยุทธ์ 3 ตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.

ผู้ว่าฯ กทม.
คอลัมน์ : Politics policy people forum

ศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ใกล้เปิดฉากอย่างเป็นทางการ

ในบรรดาผู้สมัครเก้าอี้พ่อเมือง คนที่ผลสำรวจความคิดเห็นโพลหลายสำนักระบุตรงกันว่า “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” พ่อเมืองคนปัจจุบันที่ระบุว่า “นอนมา” ชูแคมเปญสานต่อจาก 4 ปีก่อน ทำงาน ทำงาน ทำงาน มาเป็น Work Work เวิร์ก-กรุงเทพฯ ทำงานมีตัวสอดแทรกจากพรรคประชาชน “ดร.โจ-ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “กรุงเทพง่าย ๆ” ด้วยนโยบาย 4 ง่าย

อาทิ เลี้ยงครอบครัวง่าย  ค้าขายง่าย กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากด้วยหวยใบเสร็จ SMEs เดินทางง่าย สร้างเมืองที่เดินเท้าได้ ปรับปรุงทางเท้าให้เรียบ พัฒนาการขนส่งสาธารณะรองรับทุกช่วงวัย และใช้ชีวิตง่าย ลดขั้นตอนการติดต่อราชการ กทม.

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ส่งอดีตโฆษกรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “อนุชา บูรพชัยศรี” ชูสโลแกน ใช้ชีวิตง่าย ลดขั้นตอนการติดต่อราชการ กทม. โดยมี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคเป็นกำลังสำคัญในการสู้ศึก-เรียกกระแสครั้งนี้

อ่านจุดแข็งชัชชาติ

การเข้าโค้งแรกศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ยกแรก แม้มีผู้สมัครในนามอิสระ แต่โฟกัสที่ 3 ผู้สมัคร “ชัชชาติ-ชัยวัฒน์-อนุชา”

Advertisement

“ดร.สติธร ธนานิธิโชติ” จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  อ่านเกมแล้วฟันธงว่า “ชัชชาตินอนกลิ้งเข้าเส้นชัยสบาย ๆ”

นักวิชาการรัฐศาสตร์รายนี้ชี้ให้ “ดูลีลา” ของชัชชาติ ตั้งแต่การวางจังหวะลาออกจากตำแหน่ง จังหวะการเดินออกที่ทำงาน หลังจากสัมภาษณ์ทุกสื่อ ทั้งตัวเองและทีม โดยเฉพาะ “ทวิดา กมลเวชช” รองผู้ว่าฯ กทม. มีการปูทาง-วางแผนมาทั้งหมด ไม่ได้เตรียมการเล่น ๆ และสภาพคู่แข่งแต่ละคนที่เปิดตัวออกมาจะเอาอะไรไปสู้

Advertisememt

หัวใจสำคัญ “ดร.สติธร” อ่านจุดแข็งของ “ชัชชาติ” ว่า จุดแข็งไม่มีพิษไม่มีภัย

“การแสดงออกทางการเมืองของคุณชัชชาติ ภาพลักษณ์ทางการเมืองไม่มีใครเกลียดแกลง ถ้าคน กทม.ไม่ต้องการนโยบายที่พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน คุณชัชชาติก็ไม่ขาดตกบกพร่อง คนใน กทม.ก็อยู่ปกติสุข อาจมีเหตุตึกถล่ม แผ่นดินไหวแทรกเข้ามา คุณชัชชาติก็รับมือได้ดี ปัญหาน้ำท่วม น้ำขัง คนก็ไม่ได้บ่นด่าทั้งปีเหมือนยุคก่อน ต่อให้น้ำไม่ได้หายไปเลย แปลว่าในการทำงานไม่ได้ขาดตกบกพร่องอะไร ถ้าคนไม่ได้คาดหวังอย่างอื่นที่อำนาจผู้ว่าฯ กทม.จะทำได้”

“ส่วนที่มีการบอกว่าคุณชัชชาติไม่ได้มีโครงการใหญ่ อันนั้นคนคาดหวังผิดที่ ของแบบนี้คุยกันรู้เรื่อง ว่าสุดท้ายอำนาจ กทม.ทำได้หรือไม่ โครงการขนาดใหญ่จะทำอะไร โปรเจ็กต์ใหญ่หวังรัฐบาลชาติทำให้ได้ก่อน”

ดร.โจเปิดแล้วแป้ก

ส่วน “ดร.โจ” แม้โปรไฟล์ดี หน้าตาโอเค แต่จังหวะเปิดตัววันแรกไม่ได้สร้างความประทับใจแรกให้คน กทม. จึงทำให้ยากลำบาก ถ้าเปิดตัวมาแล้วมีภาพเชิงบวก ทำให้คน กทม.รู้สึกอะไรสักหน่อยก็จะดีกว่านี้แต่กลับ “เปิดปุ๊บแป้กปั๊บ”

“เทียบกับวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อารมณ์เดียวกัน พรรคไม่ได้เตรียมคนมาแข่ง แต่กรณีวิโรจน์ พรรคก้าวไกลตอนนั้นยอมเฉือนเนื้อเอาตัวจัดจ้านมาลุย และลุยในสถานการณ์ที่ตัวเต็งไม่ได้เป็นแชมป์เก่า ไม่เคยทำงานด้วยกันทั้งคู่ แต่วันนี้พอเปิดตัวลักษณะเดียวกัน แต่เบอร์ใหญ่ก็ไม่เท่ากัน”

“ถ้าจะสู้ให้สมน้ำสมเนื้อ ต้องเปิดตัวตั้งแต่พรรคก้าวไกลแพ้ครั้งที่แล้ว ถ้าจะให้คุณวิโรจน์แข่งผู้ว่าฯ ก็ต้องประกาศตั้งแต่แพ้เลือกตั้งคราวที่แล้ว มุ่งมั่นเป็นแคนดิเดตเลือกตั้งสมัยหน้า เกาะติดงาน กทม.มา 4 ปีต่อเนื่อง หรือบอกไม่เอาคุณวิโรจน์ ก็ต้องเปิดตัวเร็วกว่านี้ เพราะตอนนี้เปิดตัวแล้วเงียบ ดูเหมือนไม่ตั้งใจ เพราะรู้อยู่แล้วว่าสนาม กทม.มีวาระชัดเจน ในฐานะที่เป็นพรรคการเมือง ที่เป็นแชมป์เลือกตั้งใน กทม. ก็ต้องเปิดตัวไหม.. ต้องมีทีม กทม.ตั้งใจเข้ามาบริหาร กทม.ในนามพรรคส้ม ประกอบด้วยบุคลากรแบบนี้” 

“พรรคประชาชนเป็นพรรคตัวแทนชนชั้นกลาง คนรุ่นใหม่ และ กทม.เป็นสนามของคุณ เลือกคุณแทบจะทุกเขต ต้องตั้งใจ อย่างน้อยต้องไม่แพ้คณะก้าวหน้าที่พยายามลุยท้องถิ่นทั่วประเทศ แต่อารมณ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ความมุ่งมั่นยังไม่สู้สนามนายก อบจ.เลย”

ดร.สติธรวิเคราะห์เกมพรรคส้มว่า แม้พรรคประชาชนมี สส.ทั้ง 30 เขตแบบแลนด์สไลด์ แต่ก็ไม่ได้ช่วยคะแนนผู้ว่าฯ กทม. แต่อ่านเกมดูแล้ว พรรคประชาชนหวังเอา สก. การที่ส่ง ดร.โจลงผู้ว่าฯ กทม.เพื่อบิลต์บรรยากาศ อย่างน้อยให้มีการแข่งขัน ให้พรรคสีส้มอยู่ในเกม แล้วอย่างน้อย ๆ ทำให้คนออกมาเลือกตั้งประมาณหนึ่ง เพื่อยึดเสียงข้างมากในสภา กทม.ให้ได้ 

เรตติ้งอภิสิทธิ์ช่วยไม่ได้

ส่วน “อนุชา” จากประชาธิปัตย์ “ดร.สติธร” ประเมินว่า สถานการณ์อาจหนักกว่า ดร.โจ พรรคประชาชน เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีแรงพอที่จะชักชวนใครมา ถ้าชวนเบอร์ใหญ่แล้วแพ้เละเทะก็จะหน้าแตก เขาก็ไม่มีใครอยากมา สภาพจึงเป็นอย่างที่เห็น แต่โจทย์คล้ายกับพรรคประชาชน ที่รู้ว่าชนะชัชชาติยาก แต่ยิ่งได้เบอร์ใหญ่ความน่าสนใจจะลงไปที่ สก. ก็เหมือนกับที่พรรคประชาชนทำ แต่พอส่งคุณอนุชามาสร้างอิมแพ็กต์ไม่มาก

แต่สถานการณ์นี้ก็ต่างจากพรรคประชาชน ที่อยากให้คนทั่วไปมาเลือกตั้งเยอะ ๆ เพื่อเลือก สก. แต่พรรคประชาธิปัตย์มี 2 ขา ฐานใน กทม.เป็นฐานจัดตั้ง สก.สายจัดตั้งไม่ชอบให้คนออกมาเยอะ ถ้าออกมาเยอะจะคุมไม่ได้ ว่าออกมาเลือก สก.พรรคประชาธิปัตย์ หรือ สก.พรรคประชาชน ดังนั้น มาแบบเหงา ๆ ดีแล้ว อย่างเขตที่เขาได้ครั้งที่แล้ว ถ้าคนออกมาเลือกตั้งเท่าครั้งที่แล้ว สก.ประชาธิปัตย์เอาอยู่ แต่ถ้าออกมามากกว่าเดิมเขาก็เหนื่อย เพราะไม่รู้ว่าคนที่ออกมาคือฐานเสียงเขาไหม

“ผู้นำพรรคอาจอยากได้กระแส แต่คนที่ลงเล่นเองเขารู้ว่ากระแสไม่ได้ช่วยเขาเสมอไป”

แล้วกระแสเรตติ้ง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคจะช่วยได้ไหม “ดร.สติธร” กล่าวว่า “มันยาก…ถ้าช่วยได้จริงเลือกตั้งระดับชาติก็น่าจะช่วยได้ดีกว่านี้ เราเห็นสภาพแล้ว กระแสคุณอภิสิทธิ์ก็ได้ประมาณหนึ่ง ไม่ได้หวือหวาน่ากลัว แม้กระทั่งพื้นที่ที่พรรคประชาธิปัตย์มี สก.แข็ง ๆ ก็ยังไม่ได้ สส.เลย ดังนั้น กระแสตัวคุณอภิสิทธิ์ไม่ได้มีผลมาก ยิ่งสนามท้องถิ่นยิ่งยากเข้าไปอีก”

“จะมีผลต่อเมื่อ ถ้าเป็นอภิรักษ์ โกษะโยธิน มา ก็จะมีภาพประชาธิปัตย์รุ่นใหญ่เอาจริง มาลุยกันเอาจริง ไม่ใช่แค่อภิสิทธิ์คนหนึ่งจะทำอะไรได้หมด แต่พอแคนดิเดตประมาณแค่นี้ ก็จะเป็นอารมณ์เดียวกับการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา ได้คะแนนเท่าที่เห็น”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง