
‘ชัยวัฒน์’ นำ สก. 50 เขต ปชน.มาสมัครสู้ศึกเลือกตั้ง กทม. ย้ำจุดขายเลือกยกทีม ชูนวัตกรรม “AI จับโกง” ล้างทุจริต ย้ำไร้ป้ายแคนดิเดตผู้ว่าฯ ‘ดวงฤทธิ์’ นำทีมกลุ่มคนทำงาน มุ่งมั่นทำงานฝ่ายนิติบัญญัติแก้กฎหมายให้ตอบโจทย์ กทม. ‘ม.ล.กรกสิวัฒน์’ ชูแก้ปัญหาเมืองครบวงจร ย้ำใช้ระบบสกัดทุจริต
บรรยากาศการสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภากกรุงเทพมหานคร(ส.ก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี2569 ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง เป็นไปอย่างคึกคัก โดยว่าที่ ผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.ทยอยเดินทางมาตั้งแต่เช้า โดยมีสื่อมวลชนและแฟนคลับ มารอติดตามความเคลื่อนไหว
ดร.โจ นำทีม ปชน.ลุยศึกเลือกตั้ง
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ว่าที่สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง 50 เขต เดินทางมายังศาลาว่าการ กทม. 2
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ตื่นแต่เช้ามารวมตัวกันที่อาคารไทยซัมมิท และเดินทางด้วยรถ EV ซึ่งวันนี้มีความพร้อมมาก และบรรยากาศพูดคุยก็เป็นกันเอง
สำหรับการลงชิงผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ถือว่าเป็นหนึ่งใน 3 ตัวเต็งคาดหวังว่าจะเป็นเบอร์ 1 ได้หรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ทั้งหมดชาวกรุงเทพฯ จะเป็นผู้ตัดสิน หน้าที่เราคือการใช้โอกาส เลือกตั้งกรุงเทพมหานคร นำเสนอวาระที่เราต้องการพัฒนา อนาคต กทม.ในอีก 4 ปีข้างหน้า และอนาคตของ 50 เขตที่อยู่ในพื้นที่ กทม.
โดยมีทั้งวาระเมือง และวาระเขต ขณะที่ตอนอยู่บนรถบัสเดินทางมาก็ได้มีการแนะนำวาระเขตของ ส.ก.ที่อยู่บนรถแล้วได้ทราบว่าแต่ละเขตมีวาระอะไรที่อยากจะสร้างและอยากผลักดันหากได้รับเลือก
ซึ่งวาระของพรรคประชาชน อยากให้เขตเกิดขึ้นจริง ก็ต้องเลือกผู้ว่าจากพรรคประชาชนด้วย เพราะหากนำวาระของ ส.ก.พรรคประชาชนไปฝากให้ผู้ว่าราชการท่านอื่นขับเคลื่อนก็น่าจะเป็นไปได้ยาก ซึ่งเป็นจุดขายที่เราอยากนำเสนอให้เลือกเรายกทีม ทั้งผู้ว่าฯและ ส.ก.
ส่วนหลังจากที่ได้รับฟังวาระจากผู้สมัครสก.เขตมีวาระใดที่เป็นวาระเร่งด่วนที่จะต้องรีบจัดการ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ปัญหาของกรุงเทพฯมีหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรงขยะ ซึ่งเราอยากมุ่งเน้น ปัญหาชงโครงสร้างและปัญหาเชิงระบบที่นำเสนอมาตลอด นอกจากจะแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอย หรือปัญหาที่เป็นลักษณะรูทีน เช่นการลอกท่อ สิ่งที่ต้องพัฒนาคือจุดที่ยังไม่ได้ทำมากเท่าที่ควรมาในอดีตโดยเฉพาะการจัดปัญหาทุจริตคอรัปชั่น
ซึ่งมีการนำเสนอระบบที่เราพัฒนาขึ้นมา กรุงเทพฯโปร่งใส AI จับโกง มาใช้ให้ฝ่ายบริหารกทม.สามารถจัดการกับปัญหาเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ตั้งแต่ต้นน้ำเพราะหากปล่อยปัญหานี้ไว้อำนาจในการจัดการของผู้ว่ามีจำกัด ดังนั้นสิ่งสำคัญคือจัดการปัญหาเหล่านี้ตั้งแต่ต้นน้ำ การทุ่มงบประมาณ การสืบหาราคากลาง ก่อนที่จะเข้ามาเสนอในสภา กทม. รวมไปถึงกลางน้ำ เช่นการออก TOR การประมูล ซึ่งระบบที่เราสาธิตให้ดูสามารถที่จะมาจัดการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้
เมื่อถามว่า หากสมมุติว่าผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯและ ส.ก.ไม่เป็นทีมเดียวกัน สามารถทำงานร่วมกับทีมอื่นได้ใช่หรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การทำงานทำด้วยกันได้ เราแสดงให้เห็นมาโดยตลอดแต่ถ้าหากเราอยากให้ประชาชนกรุงเทพฯได้เลือกวาระเมือง ที่แคนดิเดตผู้ว่าฯพรรคประชาชนนำเสนอได้ง่ายยิ่งขึ้นเพื่อทำให้เป็นเมืองแห่งสวัสดิการ ความเหลื่อมล้ำลดลง และเปิดประตูแห่งโอกาส ให้กับคนกรุงเทพฯ ดังนั้นหากอยากให้ผลักดันวาระเหล่านี้ต้องเลือกทั้งผู้ว่าและสก.ของพรรคประชาชน
เมื่อถามว่า ในส่วนของนายชัชชาติ สามารถเริ่มทำงานได้ทันทีหลังเลือกตั้ง ขณะที่ของพรรคประชาชนจะต้องเริ่มต้นใหม่มีความหนักใจอะไรหรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เรามี action plan ทั้งในระดับเขตซึ่ง ส.ก.ได้เดินไปพูดคุยกับชาวบ้านและลงพื้นที่จริงซึ่งทาง 50 คนมีวาระที่จะเสนอ ดังนั้นเรามีความพร้อมที่จะเริ่มงานทันที
เมื่อถามว่า ถึงวันนี้ยังยืนยันใช่หรือไม่ว่าจะไม่มีป้ายหาเสียง นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เป็นความตั้งใจ เราเริ่มจากสโลแกนกรุงเทพง่ายๆ ดังนั้นต้องทำให้เห็นว่า ง่ายได้ในทันที โดยเริ่มต้นจากการไม่มีป้ายหาเสียงของแคนดิเดตผู้ว่าฯจากพรรคประชาชน แต่เราจะมีป้ายหาเสียงของสก.เพราะมี 50 เขต และ 50 เบอร์
ดังนั้นเพื่อป้องกันประชาชนสับสน แต่จะมีการจำนวนลดป้ายของ ส.ก. แต่ในส่วนของตนก็ยังมีพื้นที่สื่อ ดังนั้นชาวกรุงเทพฯที่ตั้งใจจะเลือกตน เชื่อว่าคงไม่ได้ตัดสินใจจากการเห็นป้าย มิหนำซ้ำป้ายที่ติดตั้งในฤดูฝน อาจจะมีการบดบังทัศนียภาพ ทำให้การเดินทางเกิดความลำบาก เราไม่อยากให้เป็นภาระเพราะอยากทำกรุงเทพฯให้ง่ายดังนั้นจึงแสดงความจริงใจออกมา
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่กับคะแนนเสียงในกลุ่มของผู้สูงอายุ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เรามีการเติมเต็มในส่วนนี้ คือการติดตั้งผ้าใบไวนิลในย่านชุมชน อย่างน้อยผู้สูงอายุที่เดินในชุมชนจะได้เห็นแผ่นผ้าใบไวนิลซึ่งจะมีทั้งผู้ว่าและสก.คู่กันและเรามีการเข้าถึงแบบเคาะประตูบ้าน มีการแจกแผ่นพับใบปลิวให้กับผู้สูงอายุอยู่แล้วดังนั้นจึงไม่มีปัญหาในเรื่องนี้

ดวงฤทธิ์ นำทีม กลุ่มคนทำงาน มุ่งแก้ กม.ให้ตอบโจทย์ กทม.
นายดวงฤทธิ์ เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์ในการรับสมัครเลือกตั้ง ว่ามุ่งมั่นตั้งใจที่จะมาทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อคนกรุงเทพฯ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของเมือง พื้นที่ และกรุงเทพฯ ซึ่งมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะมาทำงาน
ส่วนมีการวางสเปคผู้ว่าฯ กทม. ที่จะสนับสนุนและร่วมทำงานด้วยแล้วหรือไม่ นายดวงฤทธิ์ ระบุว่า เราคุยกันแล้วจะดูที่นโยบายเป็นหลัก ถ้านโยบายเป็นเรื่องที่ดี ทำเพื่อเมืองของเรา กรุงเทพฯ ของเรา พวกเราพร้อมทำงานด้วยอย่างเต็มที่
นายดวงฤทธิ์ ยังกล่าวถึงความอิสระที่จะทำให้ได้รับเลือกเข้ามาว่า ในความเป็นอิสระเราสามารถทำงานได้ทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติใหญ่ เช่น เรื่องของเมือง ซึ่งพวกเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะมาทำ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของกรุงเทพฯ และของพวกเราในแต่ละเขตที่จะอาสาไปทำงาน
เมื่อถามว่า นโยบายของผู้ว่าฯ กทม. แต่ละคนเมื่อเห็นแล้วคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะสนับสนุนใคร นายดวงฤทธิ์ กล่าวว่า ตนว่ากรุงเทพฯ เป็นไปได้
ส่วนมีการวางเป้าจำนวน ส.ก. ที่จะได้รับเลือกไว้หรือไม่ นายดวงฤทธิ์ กล่าวว่า เนื่องจากเราเป็นกลุ่มอิสระ ไม่ใช่พรรคการเมือง ฉะนั้นความมุ่งมั่นตั้งใจของพวกเรา คือ เรื่องการทำงาน ไม่ได้วางเป้า ไม่ได้วางตัวเลข แต่วางเป้าหมายหลักของพวกเราไว้ว่า เราจะเข้าไปทำอะไร ซึ่งเราก็พูดคุยกันทั้งทีมทำงาน และที่ปรึกษาของพวกเราว่า ในคราวนี้ พวกเราจะร่วมกันพัฒนาเมืองของเราด้วยความยั่งยืน ซึ่งกลไกแรก คือ การแก้ไขพัฒนาปรับปรุงข้อบัญญัติ

‘กรกสิวัฒน์’ ชูแก้ปัญหาเมืองครบวงจร
ขณะที่ หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ เปิดเผยว่า วันนี้มีความพร้อมเต็มที่ มีทีมงานด้านต่างๆ แม้ไม่ครบทีมเพราะมีบางคนติดภารกิจ แต่ทุกคนเป็นกำลังสำคัญที่พร้อมบริหารกรุงเทพแบบไร้รอยต่อ
ซึ่งคนกรุงเทพมีปัญหาหลายด้าน ทั้งอากาศ น้ำ ขยะ รถติด เศรษฐกิจ ค่าครองชีพและการคอร์รัปชั่น ผู้ว่าฯต้องชนกับทุกด้าน เราจะไม่ตั้งรับให้ปัญหาเกิดแล้วไปไล่จับ ต้องใช้ระบบสยบทุจริตแก้ไขตั้งแต่ต้น โดยมีเป้าหมายทำให้กรุงเทพปลอดภัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





