
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 7/2569 ซึ่งมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม เกี่ยวกับเรื่องความคืบหน้าการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030
ดร.ก้องศักด เปิดเผยว่า ในวันนี้ไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องเสนอตัวเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิก แต่ได้เสนอไปที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาไปพิจารณาตามแนวทางที่การกีฬาแห่งประเทศไทย และ คณะกรรมการโอลิมปิคฯ เบื้องต้นเห็นว่ายูธโอลิมปิก มีประโยชน์ในเรื่องของการพัฒนากีฬา และฟื้นเศรษฐกิจในอนาคต จึงมีความเห็นร่วมกัน ว่าหากรัฐบาลมีความจำเป็นเรื่องของบประมาณ ที่จะต้องนำไปช่วยเหลือประชาชน ก็อาจจะดูตามความเหมาะสมขอเลื่อนเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจากปี 2030 เป็นปี 2034 แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อยุติเบื้องต้น เป็นเพียงแนวคิด และข้อเสนอที่ได้เห็นชอบร่วมกันในการเสนอต่อรัฐบาล
ขณะที่ความเคลื่อนไหวเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกนั้น ดร.ก้องศักดิ เผยว่า ที่ประชุมไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ แต่เราอยากจะให้ทุกคนได้ดู ในส่วนของกกท. เราทำหน้าที่ของเราแล้ว ด้วยการแนะนำทางกรมประชาสัมพันธ์ว่าเราเคยดำเนินการอย่างไรในคราวที่แล้ว ซึ่งเราก็ให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน และยินดีให้การสนับสนุนทุกอย่าง เพื่อให้คนไทยได้ดูฟุตบอลโลก
ดร.ก้องศักดิ กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการจ่ายเบี้ยเลี้ยงตรงไปยังนักกีฬาว่า เรื่องของการจ่ายตรงเบี้ยเลี้ยงไปยังตัวนักกีฬามีการสรุปผลการทดลองจากที่กองทุนได้มีมติให้นำร่องใน2โครงการ คือ เอเชี่ยนบีชเกมส์ และ กีฬาเยาวชนแห่งชาติที่ สุราษฎร์ธานี ผลปรากฏว่า มีผลตอบรับที่ดีในเชิงบวก แต่ยังมีอุปสรรคในเรื่องของการทำความเข้าใจกับสมาคมกีฬายังเป็นที่กังวลว่า ถ้ามีการจ่ายตรงไปยังตัวนักกีฬาจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการความแข็งแรงของสมาคมกีฬา ซึ่ง ณ วันนี้ยังไม่มีการอนุมัติว่า จะมีการปรับเปลี่ยนการจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงตรงทั้งหมดแต่เป็นการรายงานรับทราบผลและนำข้อสังเกตุไปพิจารณาและปรับปรุงก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการอีกทีว่าจะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่




