ปีเตอร์ นั่นนายเหรอ?

เกิดเป็นกองทัพ ‘แมลงสาบ’ ในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อคนรุ่นใหม่ในประเทศก่อม็อบ หลังรู้สึกสิ้นหวังกับตลาดแรงงานและคอร์รัปชันในหมู่รัฐบาล
สาเหตุที่ต้องเป็นแมลงสาบนั้นก็มาจากเหตุการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2026 ที่ประธานศาลฎีกาเปรียบเทียบคนรุ่นใหม่ว่าเป็น “แมลงสาบ” และ “ปรสิต” ที่ว่างงาน ก่อนภายหลังมาแก้ต่างว่า จริงๆ แล้วหมายถึง เด็กที่เรียนจบมาด้วยวุฒิเก๊ๆ ไม่ใช่เยาวชนทั้งหมด
แก้ตัวไปก็เท่านั้น เพราะตอนนี้อินเดียมี ‘พรรคประชาชนแมลงสาบ’ (Cockroach Janta Party) เป็นของตนเองแล้ว ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของคนรุ่นใหม่ที่ “ว่างงาน ขี้เกียจ ไถโลกออนไลน์ทั้งวัน และมีความสามารถในการบ่นระดับมืออาชีพ”
ปัจจุบัน พรรคประชาชนแมลงสาบที่เกิดจากการประชดประชันและความสิ้นหวังของคนรุ่นใหม่มีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมกว่า 22.7 ล้านคนแล้ว เยอะกว่าผู้ติดตามพรรครัฐบาลอินเดียเสียอีก
นี่คือเสียงของแมลงสาบผู้ว่างงานสู่รัฐบาลผู้ยิ่งใหญ่

แม้มันจะฟังดูเหมือนการมาปั่นกันเล่นเฉยๆ แต่จริงๆ แล้ว มันคือความตลกร้ายของการเกิดเป็นเยาวชนในอินเดียที่ต้องต่อสู้กับ ‘ภาวะการว่างงาน’ มากกว่าคนรุ่นก่อน
จากข้อมูลในปี 2025 ราว 9.9% ของประชาชนอินเดียวัย 15-29 ปี อยู่ในสถานะว่างงาน โดยเฉพาะเด็กในเมืองที่ว่างงานมากกว่าใครเพื่อนในสัดส่วน 13.6% ชนิดที่ว่าต่อให้มีคุณสมบัติพร้อมแค่ไหน ก็ต้องมาต่อสู้ในสมรภูมิการหางานของยุคนี้อยู่ดี
หลักๆ แล้ว ประเด็นการประท้วงของพรรคประชาชนแมลงสาบคือเพื่อวิจารณ์ถึงระบบการศึกษาในอินเดีย เพราะล่าสุดเพิ่งมีข่าวการรั่วไหลของข้อสอบวัดความถนัดแพทย์ ที่ก่อเป็นความไม่ยุติธรรมในหมู่เยาวชน
นอกจากนั้น พรรคประชาชนแมลงสาบยังออกมาเรียกร้องถึงปัญหาคอร์รัปชันของรัฐบาลด้วย ซึ่งจากประเด็นทั้งหมดก็ได้ไปจุดประกายให้คนรุ่นใหม่ในประเทศใกล้เคียงอย่างเนปาลและบังกลาเทศลุกขึ้นมาประท้วงบ้านตนเองเช่นกัน
อินเดียมีแมลงสาบ จีนก็มีหนูท่อ

อินเดียไม่ใช่ประเทศแรกที่เยาวชนรู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรมเช่นนี้ เพราะคนรุ่นใหม่ใน ‘จีน’ ก็เรียกตนเองว่าเป็น ‘หนูท่อ’
หนูท่อนั้นหมายถึงคนรุ่นใหม่ในจีนที่ภูมิใจกับการไม่ทำอะไรเลย เอาแต่อยู่บนเตียง ไถอินเทอร์เน็ตไปวันๆ และสั่งอาหารมาส่งที่บ้าน
นี่คือภาคต่อของ ‘Lying Flat’ ซึ่งหมายถึงการที่วันๆ ไม่ทำอะไรเลย เพียงแค่รอบนี้จริงจังกว่าเดิม เนื่องจากการเป็นหนูท่อของพวกเขาเกิดขึ้นเพื่อต่อต้านระบบการทำงาน 72 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ของจีน รวมถึงวัฒนธรรมการทำงานแบบ ‘996’ ที่ให้พนักงานทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม เป็นเวลา 6 วันต่อสัปดาห์
ฟังดูเหมือนปั่นอีกเช่นเคย แต่เบื้องหลังของชาวหนูท่อนี้ มาจากสภาพเศรษฐกิจในจีนที่ชะลอตัวลง ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดในตลาดแรงงาน จนทำให้คนรุ่นใหม่หลายคนรู้สึกสิ้นหวัง
จากตัวเลขในเดือนมีนาคม 2025 ราว 16.5% ของคนเมืองวัย 16-24 ปีในจีน ประสบปัญหาว่างงาน ขณะที่กลุ่มที่มีงานทำ ก็รู้สึกเหมือนถูกลงโทษด้วยระบบ 996
อย่างไรก็ตาม ‘Eric Fu’ นักวิจัยอาวุโสท่านหนึ่งมองว่า เทรนด์หนูท่ออาจไม่ใช่เรื่องแย่เท่าไร เพราะมันสะท้อนถึงวิวัฒนาการด้านมุมมองที่สังคมมีต่อวัฒนธรรมการทำงาน
“มันแสดงว่าผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับความหมายของชีวิตและงานที่พวกเขาอยากทำจริงๆ มันยังแสดงให้เห็นอีกว่า ในมุมหนึ่ง สังคมจีนก็มีความหลากหลายมากขึ้น” Fu กล่าว
Brand Inside มองว่า ไม่ใช่แค่เยาวชนในอินเดียกับจีนหรอกที่ต้องเผชิญกับภาวะการว่างงาน รวมถึงระบบที่ไม่เอื้อให้คนรุ่นใหม่เช่นนี้ เพราะเด็กจบใหม่ในไทยหลายคนก็ต้องเตะฝุ่นไม่ต่างกัน
ต้องยอมรับจริงๆ ว่า คนรุ่นใหม่ยุคนี้เจอความท้าทายในการหางานมากกว่าคนรุ่นอื่น และคงเป็นสิ่งที่เผชิญกันในหลายประเทศทั่วโลก ดังนั้น เยาวชนที่อยู่รอดได้ นอกจากจะดิ้นรนเองแล้ว คงต้องอยู่ในบ้านเมืองที่รัฐบาลพร้อมแก้ไขปัญหาด้วย
ที่มา: Business Insider (1), (2)
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




