นายกฯ ขึ้นเวที JFCCT หอค้าตปท. ดึงลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่โรงแรมดิ แอทธินี น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมงาน JFCCT Prime Minister’s Address Luncheon 2026 ซึ่งจัดโดยหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (Joint Foreign Chambers of Commerce in Thailand: JFCCT) โดยมีคณะรัฐมนตรี ประธานหอการค้าต่างประเทศ ผู้แทนภาคธุรกิจ และเอกอัครราชทูตจากประเทศสมาชิก JFCCT เข้าร่วมงานประมาณ 400 คน

จากนั้น นายกฯได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Thailand 2026: A Vision for Competitiveness, Investment, and a Future-Ready Economy: From Uncertainty to Confidence – Reform and Resilience in Business” โดยแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 50 ปีของ JFCCT พร้อมชื่นชมบทบาทขององค์กรในการเชื่อมโยงประเทศไทยกับภาคธุรกิจนานาชาติ และมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยมาอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา ผู้ที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้เป็นหุ้นส่วนสำคัญที่ร่วมขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยมาโดยตลอด เป็นเพื่อนที่ใกล้ชิดของไทย นักลงทุนในปัจจุบันมองหาความเชื่อมั่น ความสามารถในการคาดการณ์ และหุ้นส่วนที่มีความเข้มแข็งพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ซึ่งประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการลงทุนที่ได้รับความไว้วางใจ มีเสถียรภาพ และมีความยืดหยุ่นสูงสำหรับการลงทุนระยะยาว

นายอนุทิน กล่าวว่า 1. รัฐบาลมุ่งทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พร้อมสำหรับการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ผ่านการปรับปรุงกฎระเบียบ การขยายบริการภาครัฐในรูปแบบดิจิทัล การลดขั้นตอนการลงทุน และการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ความโปร่งใส และความแน่นอนสำหรับภาคธุรกิจ 2.รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมุ่งเสริมสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจในสาขาที่มีศักยภาพสูง อาทิ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เซมิคอนดักเตอร์ AI บริการดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ พลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมชีวภาพ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาคอาเซียน 3.รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยี โดยเชื่อว่าแม้ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน 4.รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเชื่อมโยงของประเทศไทยกับเศรษฐกิจโลก โดยอาเซียนยังคงเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างโดดเด่นที่สุดของโลก