
นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร
‘นิรัตน์‘ เปิดใจน้อมรับมติ ครม.ย้ายนั่งรองปลัด มท. ยันไม่ท้อ พร้อมรายงานสถานการณ์ภูเก็ตต่อนายกฯ รับมีคนไม่พอใจ หลังเตือนห้ามรับผลประโยชน์-วัดพลังในพื้นที่
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้สัมภาษณ์ครั้งแรก ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีคำสั่งโยกย้ายให้มาเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย หลังจากมีประเด็นปัญหาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตว่า รับทราบถึงคำสั่งดังกล่าวแล้ว ขอคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อน พร้อมย้ำว่าเคารพการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีเสมอ
เมื่อถามว่า การโยกย้ายดังกล่าวทำให้เสียกำลังใจในการทำงานหรือไม่ นายนิรัตน์ยืนยันว่า ไม่เสียกำลังใจ และย้ำอีกครั้งว่าเคารพนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามว่า มีประเด็นปัญหาเรื่องการทำงานในพื้นที่ใช่หรือไม่ นายนิรัตน์กล่าวว่า ผมไม่ได้มีปัญหากับใคร และเป็นคนที่ลงไปแก้ปัญหาความขัดแย้ง ขอให้ไปดูในเพจข่าวต่าง ๆ ให้ดี ว่าความขัดแย้งมีมาก่อนที่จะไปดำรงตำแหน่ง ไปเพื่อไปแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ไปทำหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่เป็นพวกของใครคนใดคนหนึ่ง หากเชื่อตนก็มีคนปรับตัว แต่คนไม่เชื่อตนก็ไม่ปรับตัว และเมื่อไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จะต้องถูกกระทรวงมหาดไทยพิจารณา และถูกปรับย้ายอะไรก็เคารพการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง
นายนิรัตน์ ยังกล่าวอีกว่า การเดินทางมาในวันนี้เป็นการเดินทางมารายงานสถานการณ์ในพื้นที่ เพราะในหลาย ๆ อย่างมีความคืบหน้าดีมาก ไม่ใช่แก้อะไรไม่ได้ มาเฟียต่างชาติ ถ้าตามข่าวขณะนี้ก็นิ่งไปแล้ว แต่ความขัดแย้งภายในพื้นที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาระดับกระทรวง ซึ่งก็จะมารายงานนายกรัฐมนตรี ไม่มีอะไร
นายนิรัตน์ ยืนยันว่าไม่ท้อ ในการทำงานและจะตั้งใจทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด และรักษาความถูกต้อง ทำได้เท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ประเมิน ซึ่งบางเรื่องที่เราทำไม่สำเร็จ ก็ต้องยอมรับ
ส่วนเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบถึงกรณีดังกล่าวที่มีการเสนอในที่ประชุมเมื่อวาน จะยังคงเดินหน้าต่อใช่หรือไม่ นายนิรัตน์กล่าวว่า ตามความเห็นของคนในพื้นที่ คิดว่าน่าจะมีกรรมการมากกว่า 1 กรมที่ลงไปสอบ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยควรจะส่งกรรมการลงไปสอบ โดยมีประธานที่เป็นระดับรองปลัดกระทรวง ที่จะทำให้ทุกกรมทุกหน่วยที่อยู่ในสังกัด พูดคุย และตรวจสอบได้ตามอำนาจหน้าที่มากยิ่งขึ้น
เมื่อถามว่า หลังจากที่มีการย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จะทำให้ปัญหาในพื้นที่คลี่คลายหรือไม่ นายนิรัตน์กล่าวว่า ความขัดแย้งต้องแยกออกไปก่อน 1.ความขัดแย้งของการมองเรื่องผลประโยชน์ในพื้นที่ และเป็นหน้าที่ของผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในปัจจุบันเข้าไปแก้ไข แต่เรื่องปัญหาความขัดแย้งของบุคลลในระดับพื้นที่ ถ้าบุคคลที่อ้างว่าขัดแย้ง เขาถูกย้ายออกไปก็หมดไปกับบุคคล
เมื่อถามว่า มองอย่างไรมีการตั้งข้อสังเกตว่าการถูกย้ายไปเป็นผู้ว่าฯภูเก็ต ถูกรับน้องจากรองผู้ว่าฯ นายนิรัตน์ย้อนถามกลับว่า “ผมนี่หรือน้อง ผมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด อยู่ระดับ ซี 10 ปีที่ 9 อาวุโสที่สุดในประเทศไทย ผมไม่ใช่น้องของใครแล้ว ผมเห็นทุกคนเป็นน้อง และมีหน้าที่ช่วยให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง
ช่วยเตือนหากไปดูข่าวในพื้นที่ ผมได้สั่งห้ามทำอะไรที่นอกกฎหมาย ห้ามไปเรียกรับจากใคร อย่าไปเบียดเบียนใคร และได้เตือนเมื่อมีการปะทะกันหรือวัดพลังกัน และได้เตือนในที่ประชุมอย่างเปิดเผย และในที่สาธารณะอย่างชัดเจน ผมไม่ใช่น้องของใคร ผมเป็นพี่ของข้าราชการทุกคนในจังหวัดและไม่ใช่คู่ขัดแย้ง”
เมื่อถามว่า การที่ไปเตือนข้าราชการไม่ให้เกิดการวัดพลังหรือเรียกรับผลประโยชน์เป็นชนวนเหตุที่ทำให้ พวกเขาไม่พอใจใช่หรือไม่ นายนิรัตน์ตอบเพียงว่า แน่นอน





