ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้ ได้ร้องขอให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ช่วยเป็นผู้นำการเจรจาทางการทูตเพื่อแก้ปัญหาพิพาทกับเกาหลีเหนืออย่างสันติ
การร้องขอดังกล่าวได้รับการเปิดเผยจาก คัง ยูจอง โฆษกสำนักงานประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่แถลงว่า เกิดขึ้นในระหว่างที่ผู้นำทั้งสองได้พบปะทักทายกัน ในระหว่างการร่วมถ่ายรูปหมู่กับผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ (จี7) ในการประชุมสุดยอดที่เมืองเอเวียง-เลส์-แบงส์ของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ได้สอบถามกับประธานาธิบดีอีถึงสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับเกาหลีเหนือในขณะนี้
โฆษกสำนักงานประธานาธิบดีเกาหลีใต้กล่าวว่า ประธานาธิบดีอีได้ขอให้ประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นผู้นำในการเจรจาแก้ไขปัญหาเกาหลีเหนืออย่างสันติเช่นเดียวกับที่ผู้นำสหรัฐได้ทำในสงครามตะวันออกกลาง โดยประธานาธิบดีทรัมป์ตอบรับว่าเขาจะจัดการปัญหาเกาหลีเหนือ

ที่ผ่านมาทรัมป์เคยกล่าวอวดโอ้หลายครั้งว่าเขาได้สร้างสันติภาพให้บังเกิดขึ้นในพื้นที่ที่เกิดข้อพิพาทขัดแย้งระหว่างประเทศหลายแห่ง
ขณะที่ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยได้พบปะพูดคุยกับนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาเหนือ ถึง 3 ครั้งในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยแรก ได้แก่ การพบปะสุดยอดที่ประเทศสิงคโปร์ในปี 2018 ครั้งที่ 2 ที่กรุงฮานอยของเวียดนามในปี 2019 และปลายปีเดียวกันที่พบกันในเขตปลอดทหารระหว่างสองเกาหลี ซึ่งทำให้ทรัมป์กลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐที่อยู่ในตำแหน่งคนแรกที่ได้เข้าไปในเกาหลีเหนือ
อย่างไรก็ดี การเจรจาทางการทูตได้ล้มเหลวหลังจากการประชุมสุดยอดที่ฮานอยไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการยุติโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือและการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรที่นำโดยสหรัฐได้
ทรัมป์ได้ส่งสัญญาณหลายครั้งในการฟื้นการเจรจาทางการทูตโดยตรงกับผู้นำคิม โดยในเดือนสิงหาคมปี 2025 ทรัมป์กล่าวว่าเขาตั้งตารอที่จะได้พบกับผู้นำเกาหลีเหนือในเวลาที่เหมาะสมในอนาคต และย้ำถึงท่าทีนี้อีกครั้งในเดือนตุลาคม
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่กี่ชั่วโมงหลังประกาศบรรลุกรอบความตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน ทรัมป์ยังได้โพสต์รูปถ่ายของตนเองที่เดินเคียงคู่ คิม จองอึน ภายในสวนแห่งหนึ่งที่ทั้งสองได้พบปะกันที่สิงคโปร์ในปี 2018 ลงบนทรูธโซเชียล โดยไม่มีคำบรรยายใต้ภาพ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าอาจเป็นการส่งสัญญาณบอกถึงการเปิดกว้างต่อการฟื้นการเจรจาสุดยอดกับเปียงยางอีกครั้ง แม้ว่าเกาหลีเหนืออาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญเร่งด่วนสำหรับรัฐบาลทรัมป์ในขณะนี้ก็ตาม




