ชัชชาติ เปิดโมเดล 425 บล็อก เสกกรุงเทพฯ เจริญทั้งเมือง ไม่ใช่แค่ใจกลาง จ่อนำร่อง 50 บล็อกใน 2 ปี

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่เขตดุสิต บริเวณด้านหน้าคลินิกปฐมภูมิเขตเมืองวชิรพยาบาล (U-PCU) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 พร้อมทีม ‘กรุงเทพฯ ทำงาน’ อาทิ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล นางสาวทวิดา กมลเวชช และ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. รวมถึงนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ อดีตผู้บริหารด้านความยั่งยืนฯ กทม. ร่วมลงพื้นที่หาเสียงในชุมชนซอยโซดาและชุมชนใกล้เคียง

ในตอนหนึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็น นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.)เสนอเรื่องการจัดทำแผนที่บริหารทรัพย์สินสาธารณะของกรุงเทพฯ ซึ่งระบุว่า เวลาเกิดปัญหา มักมีหน่วยงานที่โยนความรับผิดชอบกันไปมา อย่างกรณีรถไฟฟ้า เป็นต้น

นายวิศณุตอบว่า เรามีฐานข้อมูลนี้แล้ว สามารถเข้าไปดูเว็บไซต์ได้ว่า มีถนน มีบ่อขุดอะไร ใครเป็นเจ้าของ ใครรับผิดชอบ

ด้านนายชัชชาติเสริมว่า ที่ผ่านมามีการทำฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานไว้แล้ว แต่อาจมีบางจุดที่ยังไม่ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม มีการทำแผนที่ไว้แล้ว ว่ามีการขุดบ่อตรงไหนบ้าง บ่อนี้ผู้รับผิดชอบคือใคร ขั้นตอนถึงไหนแกระบวนการก่อสร้างแต่ละโครงสร้างเป็นอย่างไร และไม่ได้มีเฉพาะข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานของเมือง แต่ลงถึงขนาดที่ว่าผู้ป่วยติดเตียงอยู่ที่ไหน ประปาหัวแดงตรงไหน ถังดับเพลิงที่เอาไปติดตั้งในบ้านเรือนอยู่ตรงไหน และต่อไปอาคารที่มีปัญหาต้องตรวจสอบอาคาร 16,400 หลัง ก็จะบรรจุอยู่ในนี้ด้วย

Advertisement

“อาคารเบื้องต้น 9,000 หลังที่เป็นอาคารสูงขนาดใหญ่ ที่น่าจะบรรจุไปแล้ว และถ้าคลิกดูก็น่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ทางเข้า-ทางออก เป็นแนวคิดที่ดีที่จะทำโครงสร้างพื้นฐานลงบนดิจิทัล เพราะว่ามันง่าย แล้วต่อไปนี้การขออนุญาตต่าง ๆ ก็ขออนุญาตเป็นฟอร์แมตที่เป็นดิจิทัล ก็สามารถที่จะใส่ข้อมูลไว้ในแผนที่ได้เลย ถ้ามีปัญหาอย่าง ไฟไหม้ ก็คลิก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะรู้เลยว่าตึกนี้เข้าออกทางไหน” นายชัชชาติกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายชัชชาติมีการกล่าวถึง 425 บล็อกในกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติอธิบายว่า นายวิศณุคิดจะทำผังเมืองกรุงเทพมหานคร ปัญหาคือเมืองของเราเป็น mega block มีถนนใหญ่ล้อมเมือง แต่ข้างในเป็นเส้นเลือดฝอย ตัวอย่างที่เห็นชัด คือ ดอนเมือง วิภาวดี สรงประภา และแจ้งวัฒนะ เป็นบล็อกใหญ่ที่ล้อมไว้ แต่ข้างในมีเส้นเลือดฝอย มีถนนซอยย่อย เพราะฉะนั้นปัญหาต่างๆ จะอยู่ตรงจุดนี้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมที่อยู่ในซอยย่อยต่างๆ ปัญหารถเมล์ รถสองแถว การคมนาคม ถนนทรุดตัว ทางไม่เรียบ ฯลฯ

“ถ้าเราวิเคราะห์ปัญหาบล็อกพวกนี้ได้ จะทำให้แก้ปัญหาอย่างครบวงจรมากขึ้น แล้วถ้าเอาบล็อกแต่ละบล็อกมาต่อกัน ก็ทำให้ภาพรวมกรุงเทพดีขึ้น พยายามมองให้เป็นเรื่องเป็นการบูรณาการ ไม่ใช่มองว่าเป็นแค่เส้นเดียว หรือมองเป็นจุดเดียว ต้องมองว่า บล็อกนี้มีปัญหาอะไร

ยกตัวอย่างเช่น ดอนเมือง ดูเรื่องการระบายน้ำต้องดูเป็นบล็อก ย่อยออกมา 1 บล็อก ประมาณ 1.5 ตารางกิโลเมตร มี 1,600 ตารางกิโลเมตร ก็เอาเฉพาะเบื้องต้นก่อนประมาณ 425 บล็อก แล้วนำมาวิเคราะห์ ส่วนนี้จะช่วยเรื่องน้ำท่วมด้วย เพราะทำ simulation ว่าน้ำท่วม ฝนตก 300 มิลลิเมตร แล้ววิเคราะห์ว่าบล็อกไหนท่วม และจะระบายไปอย่างไร มันก็จะเห็นจิ๊กซอว์ที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งหลายเมืองทั่วโลกก็ใช้กัน” นายชัชชาติ กล่าว

เมื่อถามว่า ถ้าทำแล้วจะสวยเหมือนอยู่ปารีสหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ชีวิตคนก็น่าจะดีขึ้นนะ ตอนนี้หลายที่ในกรุงเทพก็สวยกว่าปารีสอีก ถามว่าทำไมถึงต้องทำ 425 บล็อก เพราะเราไม่อยากให้กรุงเทพฯ สวยเฉพาะในเมือง จะทำให้กรุงเทพทุกพื้นที่สวยทั้งหมด จึงเป็นเหตุผลที่มีสวน 15 นาที มีถนนสวยประจำเขต ทุกเขตต้องมีถนนสวย และมีการเชื่อมโยง ทางเดินเท้า เชื่อมโยงจากรถไฟฟ้าต่างๆ

“เชื่อว่าจะทำให้เมืองมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น และจะช่วยแก้ปัญหาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถติด เพราะเมืองจะกระจายตัวออกไปตามบล็อกต่าง ๆ มากขึ้น แทนที่ทุกคนต้องกระจุกอยู่แต่ในเขตเมือง ทำให้บ้านใกล้งาน งานใกล้บ้าน มีโรงพยาบาล มีศูนย์การค้า มีโรงเรียนที่อยู่ใกล้ชุมชน แต่ละบล็อกก็จะสร้างความเข้มแข็ง รวมกลุ่มกัน แล้วก็ทำให้เมืองมันกระจายออก การเดินทางจะน้อยลง การพัฒนาเมืองจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายชัชชาติกล่าว

เมื่อถามว่า ถ้านายชัชชาติได้เป็นผู้ว่าฯกรุงเทพมหานครอีก 4 ปี คิดว่าจะทำได้ไหม นายชัชชาติหันไปถามนายวิศณุ โดยนายวิศณุตอบว่า อยู่ใน KPI ตัวชี้วัดอยู่แล้ว แต่อาจจะต้องรองบประมาณ อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยให้รู้ว่าต้องทำอะไร ให้รู้ว่าบล็อกนี้มีปัญหาอะไร อย่างเมื่อวานที่ลงพื้นที่แถว RCA ก็รู้ว่า บล็อกนี้มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม มีทางรถไฟขวางอยู่ พอพิจารณาบล็อกแล้ว จะเห็นภาพรวม และค่อยๆ แก้ปัญหาได้ นอกจากนี้ การวางเป็นบล็อกก็จะได้ได้รับความร่วมมือและรับฟังความคิดเห็นทั้งคนที่อยู่ในบล็อกด้วย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก็ได้เข้าใจลักษณะพิเศษของแต่ละบล็อกด้วย

จากนั้นนายชัชชาติเสริมว่า ยกตัวอย่างตอนทำเลนจักรยาน ที่ซอยสุขุมวิท 39 ทำวันเดียว โดนด่าเปิง ซึ่งสะท้อนว่าอาจเพราะไม่เข้าใจความหมายของบล็อก

“เราเข้าใจว่าทำเส้นเดียวไม่เห็นมีปัญหาอะไร แต่ว่าบล็อกนี้มันต่อเนื่องกับหลายบล็อก มันเป็นบล็อกที่คนวิ่งผ่านเยอะ ชาวบ้านไม่ได้สน ชาวบ้านอยากมีเลนจักรยาน แต่เพราะว่าคนที่วิ่งผ่านแถวนี้มาจากบล็อกอื่น พอเราไม่ได้มองให้ละเอียดก็เลยมีปัญหามาก แต่เป็นตัวอย่างที่ดีที่จะทำให้เราปรับปรุง องค์การดูแลเมืองได้ดี” นายชัชชาติทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ทีมกรุงเทพฯทำงานระบุว่า แนวคิด 425 บล็อกยังเชื่อมโยงกับการพัฒนา “เมือง 15 นาที” (15-minute city) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายของทีมกรุงเทพฯ ทำงาน โดยใช้บล็อกเป็นกรอบในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการพื้นฐานระดับย่าน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันได้ใกล้บ้านมากขึ้น ทั้งทางเท้า ระบบระบายน้ำ การเดินทางเชื่อมต่อ พื้นที่สีเขียว ระบบสาธารณูปโภค โรงเรียน โรงพยาบาล พื้นที่ค้าขาย และพื้นที่พักผ่อน

ภายใต้แนวคิดนี้ หากมองกรุงเทพฯที่มีพื้นที่ประมาณ 1,500 ตารางกิโลเมตร เป็นบล็อกย่อยๆ แต่ละบล็อกจะมีระยะเดินภายในพื้นที่ประมาณ 15 นาที หรือราว 800 เมตร ทำให้ กทม.สามารถออกแบบการพัฒนาให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เช่น ย่านเศรษฐกิจ ย่านท่องเที่ยว ย่านที่อยู่อาศัย หรือย่านชุมชน โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่

กทม. ยังมีแนวทางใช้มาตรการทางผังเมืองและการควบคุมอาคารเพื่อส่งเสริมการพัฒนารายบล็อก เช่น การรวมพื้นที่สีเขียวหลายแปลงให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ในเมือง การโอนสิทธิการพัฒนาภายในพื้นที่ เช่น การโอน FAR การแบ่งปันทรัพยากรภายในบล็อก เช่น พื้นที่จอดรถ และการให้รัฐกับเอกชนร่วมกันจัดทำผังเมืองเฉพาะ เพื่อปรับการพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับชีวิตจริงของคนในย่าน

เป้าหมายเบื้องต้นคือการจัดทำแผนนำร่อง 50 บล็อก ครอบคลุมทุกสำนักงานเขตภายใน 2 ปี และขยายสู่ 425 บล็อกภายใน 4 ปี เพื่อให้การพัฒนาเมืองไม่ใช่เพียงโครงการขนาดใหญ่จากส่วนกลาง แต่เป็นการแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตจากระดับย่านขึ้นมา