เว็บไซต์ขแมร์ไทม์ส รายงานว่า กัมพูชา ได้แจ้งต่อที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ครั้งที่ 36 ว่า กัมพูชาได้เริ่มดำเนินกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาดังกล่าวแล้ว หลังจากประเทศไทยได้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2544 ฝ่ายเดียว
นายแก้ว เชีย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรกัมพูชา ประจำสหประชาชาติ กล่าวในที่ประชุมซึ่งจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 15-18 มิถุนายน ว่า การที่ไทยยกเลิก MOU ดังกล่าว ทำให้กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องดำเนินการตามกระบวนการประนอมข้อพิพาทภาคบังคับภายใต้ UNCLOS

ทั้งนี้ ตามที่คณะผู้แทนทูตกัมพูชา ระบุว่า MOU ดังกล่าว เคยทำหน้าที่เป็นกรอบกฎหมายทวิภาคีพื้นฐานในการจัดการกับข้อเรียกร้องสิทธิเหนือพื้นที่ทับซ้อนบริเวณไหล่ทวีประหว่างทั้งสองประเทศ
ขณะที่นายยอง จันโสเพีย รองผู้แทนถาวรกัมพูชา ได้ใช้สิทธิชี้แจงต่อถ้อยแถลงของตัวแทนฝ่ายไทย โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า กัมพูชาหลีกเลี่ยงการเจรจาทวิภาคีและพยายามที่จะยกระดับข้อพิพาทนี้ให้เป็นเรื่องระหว่างประเทศ และว่า ที่ผ่านมา ไทยได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องของกัมพูชาในการเจรจาทวิภาคี ภายใต้กรอบ MOU ที่มีอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมกล่าวเสริมว่า ไทยเป็นฝ่ายยกเลิก MOU ปี 2544 ฝ่ายเดียว และมีการใช้กำลังทหารอันเป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา

นายจันโสเพีย กล่าวว่า กัมพูชายังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสันติ แต่ได้เลือกใช้กระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับเพื่อปกป้องและรักษาอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของตน
ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้ มีรัฐภาคีของ UNCLOS เข้าร่วม 171 รัฐ และองค์กรระดับภูมิภาคอีก 1 องค์กร โดยในที่ประชุม เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ผู้แทนยังได้เลือกสมาชิกของศาลระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายทะเล (ITLOS) โดย กานา ตูนิเซีย เวียดนาม อินเดีย บราซิล รัสเซีย และเนเธอร์แลนด์ ได้รับเลือกให้เป็นผู้พิพากษาของศาลดังกล่าว




