ปชป.ปราศรัยย่อย ท่ามกลางสายฝน ขยี้ปมพิรุธ กทม.สมัยที่แล้ว อนุชา ลั่นหากได้นั่งผู้ว่าฯ จะไม่มีตั๋วพิเศษ

ปชป.ปราศรัยย่อย ท่ามกลางสายฝน ขยี้ปมพิรุธ กทม.สมัยที่แล้ว อนุชา ลั่นหากได้นั่งผู้ว่าฯ จะไม่มีตั๋วพิเศษ

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.เวลา 18.30 น. ที่ ปาร์ค สีลม ย่าศาลาแดง เขตบางรัก กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์เปิดเวทีปราศรัยย่อย 5X5 and more เปิดนโยบายเพื่อแก้ 5 ปัญหาของ กทม.เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) โดยมีนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขึ้นเวที พร้อมด้วยแกนนำพรรคฯ อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคฯ นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ นางรัดเกล้า อืนทวงศ์ สุวรณคีรี รองหัวหน้าพรรคฯ

นายสกลธี ภัทธิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่กทม. นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมพูดคุยถึงนโยบายในด้านต่างๆ ที่ต่อยอดจากสะดวก สะอาด สบาย ได้แก่ ความโปร่งใส การอำนวยความสะดวกให้ประชาชนด้านการเดินทาง การจราจรขนส่ง ใช้เทคโนโลยีเพื่อตรวจสอบการใช้งบประมาณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับบรรยากาศการปราศรัยมีประชาชนที่สนใจเข้าฟังการปราศรัย ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

โดยนายพงศกร กล่าวตอนหนึ่งว่า มีเสียงเล่าของข้าราชการในกทม. ถึงกระแสการล็อค เลี่ยงและล่องหนเกี่ยสกับการโยกย้าย ขรก.กทม. โดยเฉพาะผอ.เขต บางคนคุณสมบัติไม่ถึง แต่ล็อคมาแล้ว บางคนอายุราชการยังไม่ถึงก็เลี่ยงมาเป็นผู้ช่วยผอ.เขตก่อน มีการร้องเรียนไปในคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม กทม. แต่ที่สุดเรื่องร้องก็เงียบหายไป เป็นที่โจษจันถึงข้อครหา หากนายอนุชาเป็นผู้ว่าฯ กทม.จะแก้ไขอย่างไร เพราะทราบว่า กทม. ตอนส่งมอบงานยุคผู้ว่าฯ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง มีงบฯสำรองเหลือใช้ 7.6 หมื่นล้าน แต่ปัจจุบันเหลือแค่หลักพันล้านเท่านั้น

Advertisement

นายอนุชา กล่าวตอบว่า เข้าใจว่าบางคนมีตั๋วพิเศษที่ขึ้นไปได้ เป็นสิทธิพิเศษทั้งที่คุณสมบัติไม่ถึง ถ้าตนมีโอกาสบริหารจะเน้นระบบคุณธรรมยึดความรู้ความสามารถ ไม่ใช้ตั๋วพิเศษที่ต้องไปหาเบี้ยใบ้รายทางเก็บจากประชาชน ต๋ง ส่วย ค่าน้ำร้อนน้ำชาวิ่งเต้นมาจ่ายเพิ่มเติม ยุคของพรรคปรัชาธืปัตย์ จะไม่มีระบบนี้ ส่วนเรื่องการใช้งบฯต้องรอให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงสังคมด้วย

ขณะที่ช่วงหนึ่งการปราศรัยของ นางการดี ต่อการใช้เทคโนโลยีเพื่อตรวจสอบการใช้งบประมาณ ว่า ในการจัดงบประมาณเพื่อทำโครงการของกทม. พบว่าส่วนใหญ่ 90% เป็นการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง เพราะมูลค่าไม่เกิน 5 แสนบาท แต่ที่ผ่านมาพบพิรุธว่า โครงการของกทม. ที่มีกว่า 4 หมื่นโครงการที่เปิดเผยบนแพลตฟอร์มของรัฐ พบ 3.9 หมื่นโครงการ ที่ใช้การจัดจ้างแบบเจาะจง แม้ผู้บริหารคนเก่าบอกว่าทำถูกต้องตามระเบียบพัสดุ แต่หากพิจารณารายละเอียดแล้วพบพิรุธ เพราะการจัดจ้างแบบเจาะจง มีผู้รับเหมาเพียงบริษัทเดียวที่รับงานนมากถึง 500 โครงการ ในระยะเวลา 1-2 ปี

“เราไม่ได้มาจับโกง แต่เป็นความตั้งใจ ที่ต้องการเปิดกว้างให้เกิดการแข่งขัน บริหารจัดการงบประมาณให้ดีขึ้น หรือใช้งบเดิมมีประสิทธิภาพไม่รั่วไหล นโยบายกทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ คือ ต้องหยุดงบมืด เปิดทุกโครงการให้ประชาชนตรวจสอบได้ เพื่อแก้ปัญหาทุจริต หยุดงบซอย ทั้งทำในซอย และซอยย่อยโครงการ หยุดงบช้า และหยุดงบล็อค ทั้งนี้เมื่อเร็วๆ นี้พบโครงการที่มีราคากลางอยู่ที่ 4 พันล้านบาท ขณะที่ผู้เข้าแข่งขันซึ่งมี 2 เจ้าแข่งขัน ซึ่งเสนอราคาใกล้เคียง มีความต่างไม่ถึง 0.025% และโครงการนี้ได้ลงนามแล้วเมื่อ ม.ค.69 และหยุดงบไหล เลิกอ้างความถูกต้องของกฎหมาย ทำให้การบริหารจัดการให้ดีขึ้น ทั้งนี้สามารถทำได้ผ่านแอพลิเคชันส่องรัฐ” นางการดี กล่าว

ขณะที่ นายอนุชา กล่าวว่า การหาเสียงในช่วงนี้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องการโจมตีใคร แต่เพื่อต้องการทำให้การบริหารจัดการเมืองให้มีความโปร่งใส และเป็นประโยชน์ให้กับคนกทม. ทั้งนี้ในบทบาทของผู้ว่าฯกทม. ต้องมีบทบาทสำคัญในการพูดคุยกับ นายกฯ เพื่อขอความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน ทั้งงบประมาณ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐบาลกับกทม. ซึ่งตนเชื่อว่าจะทำให้กทม.เป็นได้มากกว่านี้

“วันนี้หากเราเดินหน้าให้กับกทม. ตามที่นโยบายนำเสนอต่อเนื่องแม้ว่าจะถูกทัวร์ลงหรือถูกตำหนิ ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่การโจมตี แต่นำข้อมูลให้ประชาชนตัดสินใจว่า หากมีข้อพิรุธ ต้องตั้งคำถาม หากมีพรรคการเมืองในสังคมไทยและพรรคประชาธิปัตย์ที่เดินหน้าตรวจสอบให้ดีขึ้น แต่หากมีโอกาสทำหน้าที่เดินหน้าไม่ใช่แค่ตรวจสอบ นำคนที่อยู่ในอำนาจออกจากตำแหน่ง แต่หากได้เข้าไปเป็นฝ่ายบริหารนโยบายที่เสนอจะทำให้เป็นรูปธรรม ผมมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ แม้จะรู้ว่าเป็นรอง แต่ส่ิงที่นำเสนอต้องการให้บ้านเมือง และ กทม.เดินหน้าต่อไป” นายอนุชา กล่าว

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวบนเวทีว่า เรื่องแพ้ชนะไม่เป็นไร แพ้อย่างน้อยก็จุดประเด็นหลักให้คนได้เป็นต้องไปทำ วันนี้ไม่รู้ทัวร์จะลงตนหรือไม่ แต่มีหน้าที่พูดความจริง ทั้งนี้ตนให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม.สอบผ่าน แต่ตนมองว่า กทม.เป็นได้ดีกว่านี้ได้ โดยเฉพาะการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งนายอนุชามีคุณสมบัติดังกล่าว ทั้งนี้หากคนกทม.เลือก นายอนุชา จะได้ตัวแถมอีกหลายคน ทั้งตน นายกรณ์ นางการดี และบุคลากรของพรรคประชาธิปัตย์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้นายชัชชาติบ่นว่าไม่มี ส.ก. ทำให้ติดขัดเรื่องการทำงานและออกข้อบัญญัติ เป็นต้น ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่านายชัชชาติส่ง ผู้สมัคร ส.ก.หรือไม่ แต่อากงจะส่งหรือไม่ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ตรงไปตรงมา ส่ง ผู้สมัครส.ก.50 เขต เพื่อสนับสนุนนโยบายพรรค และด้วยวัฒนธรรมของพรรค หากนายอนุชาที่ได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. แต่ทำไม่ถูกต้องคงไม่ปล่อยไว้ และ ส.ก.พรรคประชาธิปัตย์จะเป็นหูเป็นตาให้ประชาชนด้วย

“สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ อธิบายถึงโครงการหลีกเลี่ยงการประมูล ทำวงเงินเล็กลง แต่เป็นโครงการเดียวกันหรือซ้ำกัน และซื้อแบบเจาะจง ผมตกใจกับคำตอบของนายชัชชาติ ที่ว่าทำถูกระเบียบ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวเพราะอาจจะไม่โปร่งใส อย่างไรก็ดีมีประเด็นที่พบว่าการโยกย้ายแต่งตั้งนั้นไม่ชอบด้วยระเบียบ แต่กลับมีการแก้ไขระเบียบแล้วโยกย้ายกลับมา ซึ่งระหว่างที่พิจารณานั้นผู้ที่โยกย้ายแสดงตัวว่าอยู่ในตำแหน่ง อย่างไรก็ดีการส่งผู้สมัคร กทม. รอบนี้ ไม่มีตั๋วมาร์คใด อย่างไรก็ตามนโยบายของพรรคฯ หรือ กทม.สุจริต โปร่งใส เป็นได้มากกว่านี้เป็นเรื่องเดียวกัน และพรรคฯพร้อมสนับสนุนให้นายอนุชาไปทำงาน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ทั้งนี้ช่วงท้ายนายสกลธี กล่าวว่า ในวันที่ 26 มิ.ย. พรรคประชาธิปัตย์จะจัดปราศรัยใหญ่ ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และส.ก. ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวลา 18.00 น. ซึ่งจะดุเดือดมากกว่านี้ และมีตัวละครลับที่จะขึ้นเวทีและสนับสนุนให้นายอนุชาได้เป็นผู้ว่าฯกทม.