ปิดหน้าออนไลน์: เบื้องลึกDSI เครือข่ายForex เถื่อน โยง ส.ส.ภาวุธ เส้นเงินชัดหรือลดปมร้อน?

หากย้อน ไปเมื่อช่วง เช้าวันที่ 16 มิถุนายน ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายจุดในกรุงเทพฯ และจังหวัดโดยรอบ  จุดเริ่มต้นของปฏิบัติการที่ถูกตั้งชื่อว่า Shutdown the Laundering ไม่ได้เป็นเพียงภาพของเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นตามหมาย แต่เป็น ภารกิจซึ่งหน่วยงานรัฐมองว่าเป็นความพยายามครั้งใหญ่ในการตัดวงจรเครือข่ายการเงินที่ซับซ้อนที่สุดเครือข่ายหนึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 24 จุด ครอบคลุมกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เป้าหมายไม่ได้จำกัดอยู่แค่สำนักงานหรือบริษัท

แต่รวมถึงสถานที่พักอาศัยของบุคคลที่อยู่ในแนวทางการสืบสวนด้วยผลจากปฏิบัติการครั้งนั้น เจ้าหน้าที่อายัดบัญชีธนาคารจำนวนมาก  พร้อมตรวจยึด รถยนต์หรู จำนวน 5 คัน รถยนต์ทั่วไปจำนวน 15 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 4 คัน เงินสด จำนวน 65,270,000 บาท

วัตถุคล้ายทองคำแท่งและทองรูปพรรณ น้ำหนักรวมประมาณ 50 บาท เครื่องประดับทองคำและเครื่องประดับเพชรจำนวนหนึ่ง กระเป๋าแบรนด์เนมได้มากกว่า 40 ใบ นาฬิกา จำนวน 113 เรือน

เงินแท่งน้ำหนักรวม 12 กิโลกรัม เงินสกุลต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 600,000 บาท อาวุธปืนจำนวน 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน คอมพิวเตอร์ จำนวน 55 เครื่อง แท็บเล็ตจำนวน 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือจำนวน 30 เครื่อง Hardware Wallet สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Bitcoin และสกุล USDT จำนวน 4 ชิ้น

Advertisement

 

แต่สิ่งสำคัญ กลับไม่ใช่ทรัพย์สิน ที่มองเห็นได้หากเป็นข้อมูลที่ซ่อนอยู่ภายในคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และอุปกรณ์จัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุ เพราะสิ่งที่เจ้าหน้าที่กำลังตามหา ไม่ใช่เพียงว่าเงินอยู่ที่ไหน แต่คือการตอบคำถามว่า เงินเหล่านั้นเดินทางมาอย่างไร ผ่านใครและใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์ในปลายทาง

จากการสืบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบว่าโครงสร้างของเครือข่าย ที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ ไม่ได้ทำงานแบบตรงไปตรงมา หากแต่แบ่งบทบาทกันอย่างเป็นระบบ

ขั้นแรก คือกลุ่มผู้สร้างความน่าเชื่อถือ ทำหน้าที่ชักชวนและดึงคนเข้าสู่ระบบผ่านคอร์สลงทุน กลุ่มออนไลน์ และการสื่อสารภาพความสำเร็จทางการเงิน รถหรู ชีวิตหรู และเรื่องราวของผลตอบแทนจำนวนมาก ถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจมากกว่าการโฆษณาแบบเดิม ชื่อของบุคคลหลายรายถูกกล่าวถึงในบริบทของการสร้างเครือข่ายและกิจกรรมทางการตลาด

ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบบทบาทและระดับความเกี่ยวข้อง โดยยังไม่มีข้อสรุปว่าบุคคลใดมีส่วนร่วมในการกระทำผิด

ขั้นตอน ต่อมา เมื่อมีผู้สนใจนำเงินเข้าสู่ระบบ กลไกส่วนถัดไปจึงเริ่มทำงาน เงินไม่ได้ถูกส่งตรงไปยังจุดหมายปลายทาง แต่ค่อย ๆเคลื่อนผ่านระบบธุรกรรมหลายชั้น ผ่านบริษัทตัวกลางและช่องทางรับชำระเงิน ก่อนบางส่วนจะถูกเปลี่ยนรูปเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลและส่งต่อไปยังปลายทางอื่น

อย่างไรก็ตาม ในแนวทางการตรวจสอบ มีการกล่าวถึงชื่อของบริษัทหลายแห่ง

ซึ่งถูกตรวจสอบในฐานะผู้เกี่ยวข้องกับระบบรับ–ส่งเงินและธุรกรรม ได้แก่ บริษัท เรนนี่ คอร์ปอเรชัน จำกัด บริษัท เพย์โซลูชั่น จำกัด บริษัท ALPFX และบริษัท Spark Digital

โดยเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าแต่ละแห่งมีบทบาทอย่างไร และกิจกรรมทางธุรกิจสอดคล้องกับเส้นทางเงินที่พบหรือไม่

อีกด้านหนึ่งคือระบบซื้อขายที่ถูกนำเสนอว่าเชื่อมต่อกับตลาดต่างประเทศ ชื่อของ QRS Global, HFM, GOFX และ Eterwealthถูกกล่าวถึงในข้อมูลการตรวจสอบ

โดยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ พยายามพิสูจน์ ว่าระบบดังกล่าวดำเนินธุรกรรมจริงหรือไม่และมีการควบคุมกลไกบางอย่างอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า ประเด็นที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบรวมถึงความสอดคล้องของราคา ความเร็วของการส่งคำสั่งซื้อขาย และเงื่อนไขในการถอนเงิน  ยิ่งขยายผลลึกขึ้น

คดียิ่งได้รับความสนใจจากสังคม เมื่อแนวทางการสืบสวนพบธุรกรรมที่เชื่อมโยงไปยังบุคคลสาธารณะ หนึ่งในกรณีที่ถูกกล่าวถึง คือ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรประชาชน

มีรายงานว่า เส้นทางการเงินที่ตรวจพบจากบริษัท ALPFX ก็มีความเชื่อมโยงกับบริษัท สปาร์ค ดิจิทัล ที่ได้มีการโอนเงินไปยังบุคคลที่เป็นนักการเมือง คือ นายภาวุธ ปัจจุบันเป็น สส. จำนวนประมาณ 28 ล้านบาท (วันที่ 18 ก.ค.67) มีการโอนมาครั้งละ 2 ล้านบาท รวมจำนวน 14 ครั้ง

แต่ไม่ได้หมายความว่าการรับโอนเงิน จะบ่งชี้ว่าบุคคลนั้น ๆ จะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด หรือเป็นคนผิดในทีเดียว แต่ทางเรายินดีจะรับฟังคำชี้แจงและข้อมูฃจากทุกด้านเพื่อพิจารณาระหว่างเร่งรวบรวมข้อมูล

สำหรับขั้นตอนว่าเส้นทางการเงินเชื่อมโยงมาถึงนานภาวุธได้อย่างไรนั้น รายละเอียดตรงนี้ตนยังไม่ขอเปิดเผยมากนัก แต่เงินที่กลุ่มบริษัทโบกเกอร์โอนไป ซึ่งก็อาจมีการโอนผ่านนิติบุคคลอีก 2 ทอด

อย่างไรก็ตาม นายภาวุธ ได้ออกมาชี้แจงว่าเป็นธุรกรรมทางธุรกิจ เทรดทอง และการลงทุนที่สามารถอธิบายได้พร้อมปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายผิดกฎหมาย

ขณะเดียวกัน ชื่อของ “ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ก็ถูกกล่าวถึงในบริบทของการตรวจสอบความเชื่อมโยงกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบและแพลตฟอร์ม โดยเจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมผิดกฎหมาย และพร้อมให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่

อย่างไรตาม การพบเพียงเส้นทางการโอนเงินอาจไม่เพียงพอ หากขาดพยานหลักฐาน เกี่ยวข้อง กับขบวนการเหล่านี้มากน้อยเพียงใด

คงต้องรอว่า สุดท้ายแล้ว คดีนี้บุคคลดังกล่าวจะถูกดำเนินคดี แจ้งข้อหากล่าว หรือไม่อย่างไร หรือเรื่องดังกล่าว เพียงแค่ลดกระแสประเด็นการเมือง อย่างที่พรรคประชาชน ตั้งข้อสงสัยหรือไม่ ต้องจับตาและโปรดติดตาม