‘ศักดิ์ชัย แตงฮ่อ’ คัมแบ๊ก
ชูนโยบาย ‘ทำจริง โปร่งใส ไร้ทุนเทา’
ไม่เอาเงินแลกคะแนน
เข้าโค้งสุดท้ายแล้วสำหรับสนามเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา ก่อนหย่อนบัตรเลือกตั้งวันที่ 28 มิถุนายน ท่ามกลางการแข่งขันที่เป็นไปอย่างคึกคักเข้มข้น
อีกหนึ่งทางเลือกชาวพัทยา นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 3 กลุ่มพัทยา 2030 เปิดใจถึงการตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาว่า นับตั้งแต่วันรับสมัครรับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทีมพัทยา 2030 ได้เริ่มลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเดินพบประชาชนให้ครบทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง และ 42 ชุมชนในเมืองพัทยา เดินหาเสียงทุกวัน วันละประมาณ 8-10 ชั่วโมงตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น เพราะต้องการพบปะประชาชนด้วยตัวเอง รับฟังปัญหา และนำเสนอนโยบายโดยตรง
โดยระหว่างการลงพื้นที่บริเวณย่านหลังวัดธรรมสามัคคี ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีบุคคลบางกลุ่มเข้าไปจดรายชื่อชาวบ้าน พร้อมกล่าวอ้างเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ทำให้รู้สึกตกใจและไม่สบายใจ เนื่องจากตลอดการหาเสียงที่ผ่านมา กลุ่มพัทยา 2030 ยืนยันมาโดยตลอดว่า “จะไม่มีนโยบายซื้อสิทธิขายเสียง”
ผมขอยืนยันชัดเจนว่า ไม่ว่าจะเป็นตัวผมหรือผู้ใดที่อ้างว่าจะซื้อเสียงให้ผม ผมไม่รับและไม่เห็นด้วยอย่างเด็ดขาด เพราะเราอยากได้คะแนนจากความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของประชาชน ไม่ใช่จากเงิน
นายศักดิ์ชัยกล่าวว่า หากประชาชนพบเห็นการแอบอ้างชื่อกลุ่มพัทยา 2030 หรือมีการซื้อเสียงโดยใช้ชื่อของตนเอง สามารถแจ้งข้อมูลกลับมายังเพจหรือช่องทางสื่อสารของกลุ่มได้ทันที เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และขณะนี้ได้ส่งข้อมูลบางส่วนให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบแล้ว
สำหรับนโยบายหลักที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนมากที่สุด คือการจัดระเบียบ “ทุนเทาต่างชาติ” ที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่เมืองพัทยา โดยเสนอให้ยกระดับเป็นวาระสำคัญของเมือง ผมไม่ได้ต่อต้านชาวต่างชาติ แต่เราต้องแยกให้ออกระหว่างคนที่เข้ามาทำงานและลงทุนอย่างถูกกฎหมาย กับกลุ่มที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทย หรือกระทำผิดกฎหมาย เราต้องมีฐานข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีใครอยู่ในเมืองพัทยาบ้าง และดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ ปัญหายาเสพติดถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ประชาชนสะท้อนอย่างต่อเนื่อง โดยเสนอให้ยกระดับเป็นวาระเร่งด่วนของเมืองเช่นกัน พร้อมประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามและบำบัดผู้เสพ อีกหนึ่งปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนจำนวนมาก คือปัญหาคนจรจัดและผู้ไร้บ้านในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเสนอแนวคิดจัดตั้งศูนย์ดูแลคนจรจัด เพื่อคัดกรอง ฟื้นฟู และสร้างโอกาสให้กลับเข้าสู่สังคม
บางคนยังมีศักยภาพในการทำงาน เราสามารถบำบัดและหางานให้ทำได้ เมืองพัทยามีงานจำนวนมาก เช่น งานดูแลความสะอาด งานสาธารณะต่างๆ หากเขามีรายได้และมีคุณค่าในตัวเอง โอกาสกลับไปใช้ชีวิตปกติก็จะมีมากขึ้น
ด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะในพื้นที่จอมเทียน รวมถึงปัญหาขยะ น้ำเสีย และความสะอาดของเมือง เป็นเรื่องที่ประชาชนร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง จึงเตรียมผลักดันระบบคัดแยกขยะที่ประชาชนมีส่วนร่วม และปรับปรุงระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
ส่วนปัญหาน้ำท่วมเมืองพัทยา มองว่าการแก้ไขต้องเริ่มจากการสำรวจทางน้ำ ลำคลอง และพื้นที่สาธารณะที่ถูกบุกรุก พร้อมจัดทำฐานข้อมูลระบบระบายน้ำทั้งเมืองอย่างเป็นระบบ การแก้น้ำท่วมต้องใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ต้องรู้ว่าน้ำมาจากไหน ไหลไปทางไหน จุดไหนเป็นคอขวด จุดไหนถูกรุกล้ำ แล้วใช้กฎหมายเข้าไปจัดการอย่างจริงจัง
สำหรับโครงการพัฒนาต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ยืนยันว่า “จะไม่ล้มโครงการเดิม แต่จะสานต่อและปรับปรุงให้เกิดประโยชน์สูงสุดอะไรที่ทำไว้ดีแล้ว ก็ต้องทำต่อ เพราะใช้งบประมาณไปแล้ว เราไม่ควรทิ้งของที่มีอยู่ แต่ควรต่อยอดให้สมบูรณ์”
นายศักดิ์ชัยกล่าวถึงแนวคิดการบริหารงานภาครัฐว่า จะผลักดันให้เมืองพัทยาเป็นศูนย์กลางบริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่ประชาชน และสนับสนุนเครื่องมือเทคโนโลยีให้หน่วยงานต่างๆ ทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังมีแนวคิดเปิดให้ประชาชนเป็นผู้ประเมินผลการทำงานของผู้บริหารและข้าราชการเมืองพัทยาโดยตรง เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการบริการจากผู้รับบริการตัวจริง
“ผมอยากให้คนพัทยาเป็นคนประเมิน ตั้งแต่นายกเมืองพัทยาไปจนถึงเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ใครทำงานดีต้องได้รับการสนับสนุน ใครทำงานไม่ดีต้องปรับปรุง”
นายศักดิ์ชัยย้ำถึงความมั่นใจในนโยบายที่นำเสนอว่า เป็นแนวทางที่ผ่านการศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้มาแล้วทั้งหมด ผมพูดในสิ่งที่คิดว่า ทำได้จริง ถ้าประชาชนเลือกผมเข้าไปทำงาน แล้วผมทำไม่ได้ตามที่สัญญาไว้ ผมพร้อมรับผิดชอบ และถ้าจำเป็นผมพร้อมลาออกไม่ต้องรอครบวาระ 4 ปี
พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา ในวันที่ 28 มิถุนายน ย้ำว่า “กลุ่มพัทยา 2030 จะยึดมั่นการหาเสียงอย่างสุจริต โปร่งใส และปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างเด็ดขาด”





