
จากกรณีดราม่าในรอบชิงชนะเลิศ ในรายการ ISTAF Sepaktakraw World Cup 2026 ที่ทีมชาติไทย พบกับ เจ้าภาพ มาเลเซีย โดยทีมไทย วอล์กเอาต์ เนื่องจากไม่พอใจกับการตัดสินของ มูฮัมหมัด ราดี กรรมการชาวสิงคโปร์
ล่าสุด คณะกรรมการวินัย ISTAF มีมติให้ผู้เล่นทีมไทยชุดที่ 3 (ชุดซี) จำนวน 5 คน และเจ้าหน้าที่ 3 คน เข้าสู่กระบวนการสอบสวนทางวินัย
จากแถลงการณ์ระบุว่า “การประชุมคณะกรรมการวินัยของสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) ซึ่งจัดขึ้นทางออนไลน์เมื่อเย็นวานนี้ และมีผู้แทนจากหลายประเทศจำนวน 10 คนเข้าร่วม ได้พิจารณาอย่างละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบชิงชนะเลิศประเภททีม ระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย ในการแข่งขัน ISTAF Sepaktakraw World Cup Kuala Lumpur 2026 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา
หลังจากตรวจสอบรายงานอย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน คำร้องเรียนจากสมาคมเซปักตะกรอมาเลเซีย (PSM) หลักฐานวิดีโอ และคำชี้แจงจากสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย (TAT) แล้ว คณะกรรมการวินัยเห็นว่ามีมูลเพียงพอที่จะดำเนินกระบวนการทางวินัยต่อผู้เล่นทีมไทยชุดเรกูที่ 3 จำนวน 5 คน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าปฏิเสธที่จะลงแข่งขันต่อ
นอกจากนี้ ยังมีผู้ฝึกสอน 2 คน และผู้บริหารทีมไทย 1 คน ที่ถูกกล่าวหาว่าสั่งการ สนับสนุน หรือไม่ยับยั้งการกระทำดังกล่าว ซึ่งจะต้องเข้าสู่กระบวนการทางวินัยเช่นกัน
คณะกรรมการวินัยเห็นว่าประเด็นนี้จำเป็นต้องได้รับการจัดการอย่างจริงจังและเป็นธรรม เพื่อรักษาความซื่อสัตย์ ความมีวินัย และอนาคตของกีฬาเซปักตะกร้อในเวทีนานาชาติ โดยเฉพาะเพื่อให้กีฬาชนิดนี้ยังคงได้รับการบรรจุแข่งขันในมหกรรมกีฬาสำคัญ เช่น เอเชี่ยนเกมส์ นาโกยา 2026 และ เอเชี่ยนเกมส์ โดฮา 2030
หนังสือแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการจะถูกออกภายในวันที่ 20 มิถุนายน 2026 โดยบุคคลทั้ง 8 คนที่เกี่ยวข้อง จะได้รับเวลา 14 วัน ในการยื่นคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อข้อกล่าวหา หลังจากนั้นคณะกรรมการวินัยจะดำเนินการไต่สวนและมีคำตัดสินตามข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ได้รับ โดยยึดตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับของ ISTAF
สำหรับผู้เล่นทีมไทยอีก 7 คน จากเรกูที่ 1 และเรกูที่ 2 ซึ่งอยู่ในสนามระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว และถูกพิจารณาว่ามีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายการยั่วยุ คณะกรรมการวินัยมีมติให้ ตักเตือนอย่างรุนแรง (Severe Warning)
นอกจากนี้ ผู้เล่นทั้ง 7 คนจะต้องลงนามในหนังสือรับรอง (Undertaking) ซึ่งมีข้อผูกพันดังต่อไปนี้
เคารพคำตัดสินของผู้ตัดสินและเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับของ ISTAF ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำใด ๆ ที่อาจกระทบต่อการดำเนินการแข่งขัน รักษาน้ำใจนักกีฬาและหลักการเล่นอย่างยุติธรรม (Fair Play) ในการแข่งขันระดับนานาชาติทุกครั้ง
ขณะเดียวกัน สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย (TAT) จะถูกขอให้แสดงคำขอโทษต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการต่อชุมชนเซปักตะกร้อนานาชาติและผู้ชมทั่วโลก สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งกีฬาอันเป็นรากฐานสำคัญของกีฬาชนิดนี้
ISTAF ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างจริงจังต่อการกระทำผิดทางวินัยทุกกรณี ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ โดยกระบวนการทั้งหมดจะเป็นไปอย่างยุติธรรม โปร่งใส และยึดหลักกระบวนการที่ถูกต้อง (Due Process) เพื่อรักษาศักดิ์ศรี ความน่าเชื่อถือ และอนาคตของกีฬาเซปักตะกร้อ”
ทั้งนี้ปัจจุบัน ตำแหน่งประธานสหพันธ์ตะกร้อโลก มีคนไทยรายหนึ่ง ทำหน้าที่ “รักษาการ” อยู่ในปัจจุบัน และกำลังจะมีกำหนดจัดเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานสหพันธ์ฯ ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2569 นี้




