ชัยวัฒน์ ตรวจพื้นที่ตึกถล่มแยกหมอมี ชี้ กทม.ต้องมีหลักประกันสร้างความปลอดภัยคนกรุง
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน(ปชน.) พร้อมด้วยนายอมร พิมานมาศ ทีมบริหาร กทม. พรรคปชน. ลงพื้นที่บริเวณเหตุอาคารถล่มแยกหมอมี เขตสัมพันธวงศ์
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ หากนับตั้งแต่วันที่มี เหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ในจุดตัดทางแยกมักกะสัน วันนี้เป็นอีกครั้งที่ต้องเผชิญกับเรื่องสลดใจ สะท้อนว่าชีวิตของคนกรุงเทพฯ เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายในทุกๆ วัน ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ได้รับและจากการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่พบว่า ส่วนที่ถล่มนั้นไม่ใช่ตัวอาคารทั้งหลัง แต่น่าจะเป็นส่วนระเบียงที่มีกันสาดยื่นออกมา เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการติดตามและตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้เกิดต่อไป
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์นี้ต้องยืนยันว่า ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร นายตรวจหรือนายช่างโยธาซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน กทม. มีอำนาจและหน้าที่ตรวจตราอาคารเก่าและแจ้งให้เจ้าของอาคารแก้ไขให้มีความมั่นคงแข็งแรง หากไม่แก้ไข กทม. มีอำนาจเข้าไปปรับปรุงแก้ไข และเรียกค่าชดเชยจากเจ้าของตึกได้ในภายหลัง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
นายชัยวัฒน์ กล่าวด้วยว่า จากเหตุการณ์นี้ยังสะท้อนว่า กทม.ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนมากขึ้น ตั้งแต่เรื่องความปลอดภัยในการก่อสร้างที่ควรจะบังคับเปิดเผยภาพกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยและบังคับเปิดเผยสัญญาประกันภัยเอกชนให้ประชาชนที่เสียหายเคลมได้เลย ไม่ต้องรอฟ้องศาล การสำรวจโพรงใต้ดิน ที่ทำให้เกิดถนนยุบและอาคารทรุดในหลายพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการซ้อมรับมือแผ่นดินไหวประจำปี ทีมกู้ภัยจากเหตุแผ่นดินไหว และการประเมินความแข็งแรงอาคารสูงในพื้นที่กรุงเทพ

“ขอเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่หน้างาน ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการติดตามและตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อย่างเป็นธรรม” นายชัยวัฒน์ กล่าว
ด้านนายอมร กล่าวว่า จากลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์พบข้อมูลที่น่าจะเป็นสาเหตุของการพังถล่มเพิ่มเติม โดยจากเดิมคาดการณ์ว่าเกิดสนิมในเหล็กที่ใส่ในพื้นและโครงสร้างที่มีลักษณะยื่น แต่เมื่อได้ตรวจสอบซากพื้นที่ถล่มลงไป พบว่ามีประเด็นสำคัญเพิ่มเติมคือ มีจุดยึดระหว่างพื้นกับตัวอาคารเพียงไม่กี่ตำแหน่ง และใช้เหล็กเส้นกลมในการยึด ซึ่งอาจทำให้จุดยึดไม่แข็งแรง
ดังนั้นปัญหาของการถล่มจึงอาจเกิดจากการเสื่อมสภาพของอาคารเก่า เหล็กเป็นสนิม และจุดยึดไม่เพียงพอ ซึ่งทั้งสามปัจจัยร่วมกันนี้ อาจเป็นสาเหตุให้ระเบียงกันสาดถล่มได้ อย่างไรก็ตาม อาคารหลังดังกล่าวควรต้องตรวจสอบโครงสร้างส่วนที่เหลือว่าได้รับผลกระทบเพียงใด และยังคงมั่นคงแข็งแรงหรือไม่ นอกจากนี้ยังขอให้ กทม. เร่งตรวจสอบระเบียงกันสาดในอาคารข้างเคียงด้วย เนื่องจากมีลักษณะการก่อสร้างคล้ายกัน มีความเสี่ยงจะถล่มได้เช่นกัน






