ปธ.วิปรัฐบาล ไม่ขัดข้องชะลอ ถกแก้ รธน. รอภาคประชาชนเข้าชื่อ พ้อเร่งก็โดนด่า ช้าก็หาว่าเตะถ่วง

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร(วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประธานรัฐสภาบอกว่าสามารถบรรจุวาระพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 7-8 กรกฎาคมนี้ ได้เลย ขณะที่ภาคประชาชนขอให้ชะลอ ว่า มีการบรรจุไว้ว่าเป็นวันที่ 7-8 กรกฎาคมนี้ เพราะมีการคุยกันทั้ง 3 ฝ่าย ฝ่ายค้านเองก็มีการยื่นร่างเข้ามาแล้ว พรรคภูมิใจไทยก็ยื่นร่างเข้ามาแล้ว แต่หลังจากที่ได้มีการไปพบกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่าน ก็ไม่แน่ใจว่าฝ่ายค้านจะปรับปรุง หรือเขียนร่างใหม่หรือไม่ ส่วนร่างของภาคประชาชน จะรอก็ได้หรือจะพิจารณาไปก่อน เราไม่มีปัญหา เราอยากให้เกิดข้อตกลงร่วมกันมากกว่าระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล

“ผมเร่งพิจารณาวันนี้ กลายเป็นจะโดนพรรคฝ่ายค้านตำหนิว่าทำไมไม่รอภาคประชาชน ผมพิจารณาช้า ก็จะโดนตำหนิว่าทำไมเตะถ่วง ถ่วงรั้ง ไม่ยอมพิจารณาเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญอีก เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมคิดว่าในสัปดาห์นี้คงจะต้องมีการหารือร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย สส. สว. และทางฝ่ายค้าน ว่าตกลงแล้ว 7-8 กรกฎาคม เรายังจะเอาเรื่องแก้รัฐธรรมนูญอยู่หรือไม่ หรือคิดว่าภาคประชาชน ได้หลายหมื่นชื่อแล้ว แต่อย่างไรก็ตามต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อ ถ้าจะรอของภาคประชาชนเข้ามาแล้วพิจารณาในคราวเดียวทางรัฐบาลก็ไม่ได้ขัดข้อง” นายกรวีร์ กล่าว

เมื่อถามว่าการหารือระหว่างกรรมาธิการทั้ง 2 คณะคือ สส. สว. กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะส่งผลต่อเสียงส่วนใหญ่ของวุฒิสภาหรือไม่ และส่งผลต่อการโหวตร่างแรกหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า เรื่องการพิจารณาของทางฝั่ง สว. ตนไม่ทราบ แต่ในส่วนของพรรคที่ได้มีการคุยกัน คือเรามีบทเรียนแล้ว ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วก็มีการคุยในลักษณะแบบนี้กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่าน ก็ได้ให้ความเห็นว่าทำประชามติแค่ 2 ครั้งก็พอก็เดินหน้าทำกัน พอมีคำวินิจฉัยออกมาเป็นทางการต้องทำถึง 3 ครั้ง

ครั้งนี้ก็อยากที่จะให้เรียนรู้จากบทเรียนของพวกเราบ้าง ที่ผ่านมาพอเราไปฟังความคิดเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่าน แล้วมาคิดว่าเป็นแนวทางที่จะเดินหน้าไปสู่การยกร่างแก้รัฐธรรมนูญ เกิดถ้าไม่ได้เป็นไปตามที่เราวางแผนไว้ วันหนึ่งมีคนไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญและมีคำวินิจฉัยทางการออกมาและไม่ตรงกับความคิดเห็น พรรคภูมิใจไทยไม่ปรารถนาจะเห็นแบบนั้น เรื่องนี้ต้องมีการพูดคุยและตัดสินใจกันให้ชัดเจน

เมื่อถามว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้จริงจัง ไม่ใช่ละครปาหี่ที่สุดท้ายสว.จะไม่รับสักร่างใช่หรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ประการแรกพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคแรกที่ยื่นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรายืนยันมาโดยตลอดว่าเราเต็มที่และอยากเห็นการเดินไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ได้เป็นความต้องการของพรรคภูมิใจไทยแต่เป็นความต้องการของประชาชนที่ออกมาประทับประชามติ จึงคิดว่าหน้าที่ของทุกพรรคการเมืองต้องทำไปตามเจตจำนงที่ประชาชนได้ลงประชามติเอาไว้ ส่วน สว. ก็คงไม่ไปก้าวล่วงว่ามีแนวคิดอย่างไรในการพิจารณา เป็นเอกสิทธิ์ของ สว.

Advertisement