
บริษัท แอร์บัส ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอากาศยานยักษ์ใหญ่ของยุโรปประกาศเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนว่า จะดำเนินการตรวจสอบเครื่องบินแอร์บัสรุ่น A380 จำนวน 16 ลำ โดยจะตรวจสอบทันที 5 ลำ หลังจากพบรอยแตกร้าวในชิ้นส่วนปีกของเครื่องบินพาณิชย์รุ่นดังกล่าวที่สายการบินเอมิเรตส์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และสายการบินแควนตัสของออสเตรเลียใช้งานอยู่
การประกาศดำเนินการข้างต้นของทางแอร์บัสมีขึ้นหลังจากสำนักงานความปลอดภัยทางการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) ได้สั่งการให้ตรวจสอบเครื่องบินรุ่นดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยกำหนดให้สายการบินต่างๆ ตรวจสอบโครงสร้างคานปีกของเครื่องบินที่ได้รับผลกระทบหลังจากผู้ตรวจสอบพบรอยแตกร้าวตรงชิ้นส่วนปีกของเครื่องบินในระหว่างการตรวจสอบซ่อมบำรุงตามปกติ
แอร์บัสระบุว่ารอยแตกที่พบบริเวณคานโครงสร้างที่ทอดยาวไปตามปีกของเครื่องบินรุ่นนี้ ซึ่งอาจลดความแข็งแรงของโครงสร้างปีกได้นั้น ถูกพบในระหว่างการตรวจสอบตามคำสั่งของ EASA ที่ออกเมื่อเดือนธันวาคมปี 2025 และว่า ทางแอร์บัสจะหารือกับ EASA ต่อไปว่าจำเป็นจะต้องมีการซ่อมแซมหรือไม่
ข่าวระบุว่า เครื่องบิน A380 จำนวน 16 ลำ ที่จะทำการตรวจสอบเป็นการด่วนในครั้งนี้นั้น 15 ลำ เป็นของสายการบินเอมิเรตส์ และอีก 1 ลำเป็นของสายการบินแควนตัส โดย 5 ลำที่ต้องตรวจสอบในทันทีเป็นของสายการบินเอมิเรตส์ซึ่งจะเริ่มตรวจสอบในวันที่ 24 มิถุนายน โดยเครื่อง A380 ทุกลำที่มีประวัติการผลิตเดียวกัน ได้รับการระบุตัวเครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับสายการบินที่ใช้เครื่องบินแอร์บัส A380 เชิงพาณิชย์ มีรวมถึงสายการบินเอมิเรตส์, สิงคโปร์แอร์ไลน์, บริติชแอร์เวย์ส, สายการบินแควนตัส, ลุฟท์ฮันซา, กาตาร์แอร์เวย์ส, โคเรียนแอร์, เอธิโอเปียแอร์เวย์ส, ออลนิปปอนแอร์เวย์ส (ANA) และเอเชียนาแอร์ไลน์ส โดยเอมิเรตส์เป็นสายการบินที่มีฝูงบิน A380 ใหญ่ที่สุดในโลก
ทั้งนี้เครื่องบิน A380 เคยประสบปัญหาเกี่ยวกับปีกมาก่อนแล้ว โดยในปี 2012 EASA ได้สั่งให้ตรวจสอบหลังจากพบรอยแตกในตัวยึดที่เชื่อมต่อพื้นผิวปีกกับโครงภายใน ปัญหาที่พบครั้งนั้นส่งผลกระทบต่อฝูงบิน A380 ทั่วโลกและนำไปสู่การซ่อมแซมที่มีค่าใช้จ่ายสูงซึ่งแอร์บัสได้แก้ไขโดยการปรับเปลี่ยนการออกแบบในเครื่องบินที่ผลิตในภายหลัง




