
อนุทิน ชาญวีรกูล
‘อนุทิน’ แถลงร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ 69 เพื่อเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาความมั่นคง-เศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม หวัง สส.รับหลักการเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดประเทศชาติ-ประชาชน
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. … โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงหลักการว่า ในนามนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอนำเสนอร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ พ.ศ. …
โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ หลักการให้โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของหน่วยรับงบประมาณเป็นบางรายการไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่าย งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 1.03 หมื่นล้านบาท โดยมีเหตุผลคือในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเทศไทยเผชิญวิกฤตการณ์ด้านเศรษฐกิจและสังคม จากปัจจัยทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและระบอบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

ฉะนั้น รัฐบาลจึงมีภารกิจเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้จ่ายรายจ่ายงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นที่ตั้งไว้จำนวน 9.9 หมื่นล้านบาทมีไม่เพียงพอ
รวมถึงอาจมีเหตุฉุกเฉินจำเป็นจากสถานการณ์และสถานภัยอื่นที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ 2569 จึงมีความจำเป็นต้องโอนงบประมาณรายจ่ายบางรายการที่หน่วยรับงบประมาณได้รับจัดสรรตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2569 ไปตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายฉุกเฉิน หรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาฟื้นฟูและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว รวมทั้งกรณีมีเหตุฉุกเฉินอื่นหรือจำเป็นเร่งด่วนอื่น ๆ จึงจำเป็นที่จะต้องตรา พ.ร.บ.
นายอนุทินกล่าวต่อว่า สำหรับวัตถุประสงค์ ได้แก่ 1.เพื่อนำงบประมาณรายจ่ายปี 2569 ของหน่วยรับงบประมาณที่คาดว่าไม่สามารถดำเนินการได้ทันในปีงบประมาณ หรือสามารถชะลอการดำเนินการได้จำนวน 1.03 หมื่นล้านบาท ไปตั้งเป็นงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และ
2.เพื่อให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินให้ทันต่อสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และเกิดประโยชน์สูงสุด
ซึ่งรัฐบาลเห็นว่าจุดหมายของการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี มีความสอดคล้องกับกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ รวมทั้งจะทำให้การบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการแก้ไขปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

นายอนุทินกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ดังกล่าวมีความสอดคล้องกับ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 35 วรรคหนึ่งที่กำหนดให้งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายจะโอนหรือนำไปใช้สำหรับหน่วยรับงบประมาณอื่นไม่ได้ เว้นแต่จะมี พ.ร.บ.ให้โอนหรือนำไปใช้ได้
อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ฉบับดังกล่าวที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เป็นการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งได้พิจารณาดำเนินการตามหลักเกณฑ์และแนวทางการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569
โดยงบประมาณและรายจ่ายที่นำมาจัดทำร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ฉบับนี้ประกอบด้วย 1.รายจ่ายประจำ ในทุกงบรายจ่ายที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายและไม่มีข้อผูกพัน หรือสามารถชะลอข้อผูกพันได้ ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 อาทิ ค่าใช้จ่ายในการสัมมนา การฝึกอบรม การประชาสัมพันธ์และการเดินทางไปราชการต่างประเทศ
และ 2.รายจ่ายลงทุนในทุกงบลงทุน อาทิ รายการปีเดียวและการผูกพันข้ามปีงบประมาณที่ยังไม่สามารถประกาศ ประกวดราคา หรือจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2569 หรือรายการที่หน่วยรับงบประมาณพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถชะลอการดำเนินการได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการหรือไม่สามารถเบิกจ่ายได้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

นายอนุทินกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ รัฐบาลได้คำนึงถึงการบริหาร งบประมาณรายจ่ายในไตรมาสสามหรือไตรมาสที่สี่ของปีงบประมาณตามแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐที่จำเป็น การให้บริการสาธารณะภาครัฐ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์และสวัสดิการเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคมรวมถึงการสร้างงานและรายได้ในระดับพื้นที่ ตลอดจนรายจ่ายตามข้อผูกพันต่าง ๆ ที่ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้บนพื้นฐานที่มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
โดยงบประมาณที่นำมาจัดทำร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ฉบับดังกล่าว จำนวน 1.03 หมื่นล้านบาท จำแนกเป็น 1.งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ จำนวน 9.03 พันล้านบาท และ 2.งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ จำนวน 1.28 พันล้านบาท เมื่อร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ดังกล่าว มีผลใช้บังคับหน่วยรับงบประมาณจัดสามารถขอรับการจัดสรรงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อนำไปดำเนิน ภารกิจที่มีความเร่งด่วน ฉุกเฉิน หรือจำเป็นได้ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง เงินจ่ายเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ. 2562
“รัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะให้การสนับสนุนและรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เพื่อให้รัฐบาลได้นำงบประมาณแผ่นดินไปดำเนินการในเรื่องที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อความคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประเทศชาติต่อไป” นายอนุทินกล่าว





