ฤทธิ์ โอเมก้าบล็อก หลายชาติยุโรปร้อนทุบสถิติ ปารีสทะลุ 40 องศา ฝรั่งเศสดับแล้ว 50

ยุโรปตะวันตกยังคงเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงในวันพุธที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเป็นผลจากรูปแบบสภาพอากาศที่เรียกว่า “โอเมก้าบล็อก” ทำให้อุณหภูมิของหลายประเทศพุ่งสูงกว่าปกติถึง 18 องศาเซลเซียส

ปรากฏการณ์นี้มีลักษณะคล้ายตัวอักษรกรีกโอเมกา โดยมีส่วนตรงกลางที่โป่งออกกักเก็บความร้อนไว้ในพื้นที่เป็นเวลานาน ในขณะที่มวลอากาศเย็นจะอยู่บริเวณขอบ ส่งผลให้คลื่นความร้อนและพายุต่างๆ กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สภาพอากาศร้อนผิดปกติได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายสิบราย ส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้า โรงเรียน และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง ขณะที่นักพยากรณ์อากาศเตือนว่า อุณหภูมิที่ร้อนจัดอาจคงอยู่ต่อไปจนถึงช่วงปลายสัปดาห์นี้

กรุงปารีสของฝรั่งเศสอุณหภูมิสูงถึง 40.9 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดสำหรับเดือนมิถุนายน หลังจากเพียงหนึ่งวันก่อนหน้านั้น ฝรั่งเศสเพิ่งบันทึกวันที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บสถิติเมื่อเกือบ 80 ปีก่อน โดยอุณหภูมิพุ่งขึ้นถึง 44.3 องศาเซลเซียสที่เมืองปิสโซส์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ

สหราชอาณาจักรทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเดือนมิถุนายน โดยวัดอุณหภูมิได้ถึง 36.1 องศาเซลเซียส ในพื้นที่ทางตอนใต้ของอังกฤษ ขณะที่ปรากฏการณ์ “โดมความร้อน” ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปตะวันตก

Advertisement

กระทรวงสาธารณสุขอิตาลีได้ประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับสูงสุดใน 16 เมือง รวมถึงฟลอเรนซ์ มิลาน โรม ตูริน และเวโรนา และเตือนว่าคลื่นความร้อนอาจทวีความรุนแรงขึ้นอีก โดยจะถึงจุดสูงสุดระหว่างในวันอาทิตย์และวันจันทร์ที่จะถึงนี้

ทางการฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ตั้งแต่คลื่นความร้อนเริ่มต้นขึ้น มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 48 รายจากการจมน้ำ เนื่องจากพยายามลงเล่นน้ำเพื่อคลายร้อน และยังมีเด็กเล็กอีก 2 รายเสียชีวิตจากความร้อนภายในรถยนต์ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมในฝรั่งเศสอยู่ที่อย่างน้อย 50 รายแล้ว

ในสเปน มีรายงานว่าผู้สูงอายุ 2 คนเสียชีวิตจากภาวะลมแดด หลังเผชิญอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสติดต่อกันหลายวัน แม้ว่าสภาพอากาศในสเปนจะเริ่มดีขึ้นในวันพุธ หลังจากเผชิญปลายเดือนมิถุนายนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตามข้อมูลของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสเปน

กลุ่มเกษตรกรรายงานว่า อุณหภูมิที่ร้อนจัดได้คร่าชีวิตสัตว์ปีกหลายแสนตัวในฟาร์มเลี้ยงไก่ของแคว้นบริตตานีและแคว้นเปอีเดอลาลัวร์ของฝรั่งเศส

ขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักของประเทศ ต้องลดกำลังการผลิตไฟฟ้าลงประมาณ 7% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงเกินไปทำให้มีน้ำใช้ไม่เพียงพอสำหรับระบบหล่อเย็น

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศส (Météo-France) ระบุว่าสภาพอากาศในครั้งนี้ใกล้เคียงกับคลื่นความร้อนครั้งใหญ่ในเดือนสิงหาคม ปี 2003 ซึ่งกินเวลานาน 16 วัน และทำให้มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าปกติราว 80,000 คนทั่วทวีปยุโรป

นักพยากรณ์คาดว่าสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวในฝรั่งเศสจะยังคงดำเนินต่อไปในวันพฤหัสบดี โดยได้ขยายการประกาศเตือนภัยระดับสีแดงไปครอบคลุม 72 เขตทั่วประเทศ

ในเนเธอร์แลนด์ มีการประกาศเตือนภัยความร้อนรุนแรงทั่วประเทศ ส่งผลให้กิจกรรมกีฬากลางแจ้งถูกยกเลิก ระบบขนส่งสาธารณะลดการให้บริการ และโรงเรียนหลายแห่งลดเวลาเรียนหรือปิดทำการ เนื่องจากอุณหภูมิคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 36 องศาเซลเซียส

ส่วนในสวิตเซอร์แลนด์ ทางการท้องถิ่นเปิดโรงภาพยนตร์ที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้ประชาชนเข้าชมภาพยนตร์ฟรีในช่วงกลางวัน เพื่อเป็นสถานที่คลายร้อน

ภาคธุรกิจก่อสร้างทั่วยุโรปได้ปรับเปลี่ยนเวลาทำงานเพื่อลดการสัมผัสความร้อนของแรงงาน ขณะที่ร้านค้าต่างๆ ประสบปัญหาสินค้าประเภทพัดลมและเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ขาดแคลน เนื่องจากความต้องการพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ยุโรปยังไม่มีมาตรฐานร่วมกันในการกำหนดกฎเกณฑ์การทำงานท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด โดยแต่ละประเทศมีกฎหมายแตกต่างกันไป

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ยุโรปกำลังมีอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเร็วกว่าอัตราเฉลี่ยของโลกมากกว่าสองเท่า ทำให้เหตุการณ์คลื่นความร้อนที่ยาวนานและรุนแรงมีแนวโน้มเกิดบ่อยขึ้น