ได้ข้ออ้างทักหาแฟนเก่าอีกแล้วสิเรา 🤪

เป็นที่ทราบกันดีว่า ‘Instagram’ ไม่ใช่แค่โซเชียลมีเดียสำหรับลงรูปอีกต่อไป เพราะมันได้วิวัฒนาการขึ้นมาเป็นช่องทางการสื่อสารของคนทั่วโลก ซึ่งถ้าถามว่าผู้ใช้งานยุคนี้คุยอะไรกัน ทางแพลตฟอร์มก็ตอบว่า เน้นส่ง ‘Reels’ ยังไงล่ะ
Instagram เผยว่า Reels คือวิดีโอสั้นที่เติบโตเร็วที่สุดในไทยนับตั้งแต่ปี 2023 โดยผู้ใช้งานทั่วโลกใช้เวลามากกว่า 50% บนแอปฯ ไปกับการดู Reels แถมยังเป็น 85% ของคอนเทนต์ที่ถูกแชร์ผ่าน Instagram Direct Message (DM) ด้วย
‘Revie Sylvania’ Director of Global Partnerships ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดเกิดใหม่จาก Meta กล่าวว่า นี่คือพฤติกรรมที่ไม่ต่างจากการหาคู่ของเพนกวินเลย เพราะปกติแล้ว สัตว์ชนิดนี้จะเลือกคู่ด้วยการเอาหินไปให้ตัวที่ตนเองชอบ ไม่ต่างจากในโลกออนไลน์ ที่เราเลือกส่ง Reels ไปให้คนที่เรารัก
“ตอนนี้ Reels กลายเป็นอีกหนึ่งวิธีแสดงความรัก หรือที่คนเรียกกันว่า Reels-lationship มันกลายเป็นวิธีที่คนเลือกใช้เพื่อเชื่อมต่อกับเพื่อนและครอบครัว มันหมดยุคของการบอกรักหรือคิดถึงกันแล้ว แต่ผู้ใช้งานเลือกส่งคอนเทนต์ที่สะท้อนตัวตนของพวกเขาแทน” Sylvania กล่าว
คนไทยใช้ Instagram ได้สร้างสรรค์มาก และชอบคอนเทนต์ที่มีความเฉพาะทาง

ในยุคนี้ที่ใครๆ ต่างก็ทำคอนเทนต์ได้ Sylvania มองว่า การจะเป็นแบรนด์หรือครีเอเตอร์ที่ประสบความสำเร็จบน Instagram ต้องรู้จักสร้างคอมมูนิตี้เป็นของตนเองด้วย
Reels ก็เป็นอีกช่องทางในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตาม และทำคอนเทนต์ให้ผู้ชมแชร์ต่อ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา Sylvania เห็นถึงความครีเอทีฟของผู้ใช้งานไทยในการสร้างคอมมูนิตี้เป็นของตัวเอง ชนิดที่ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้งาน Instagram ได้มีชีวิตชีวาที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากนั้น Sylvania บอกว่า การทำคอนเทนต์เฉพาะทางก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะทุกวันนี้ ผู้บริโภคไม่ได้ติดตามแค่คนมีชื่อเสียง แต่ต้องมีความเชี่ยวชาญในสิ่งที่พวกเขาสนใจด้วย
จากผลวิจัยในปี 2026 ของ Meta พบว่า 81% ของผู้ใช้งานไทยมองว่า คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดในตัวครีเอเตอร์คือ ‘ความรู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน’ ส่งผลให้ Instagram จึงเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมครีเอเตอร์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะกลุ่ม ตั้งแต่สายบิวตี้ สายกิน ไปจนถึงสายลงทุน
สำหรับ Sylvania แล้ว “ต่อให้จะเพิ่งเริ่มสร้างฐานแฟนคลับบน Instagram ก็สามารถมียอดวิว Reels แตะ 2-3 ล้านครั้งได้ เพราะอัลกอริธึมของเราไม่ได้ดูแค่ยอดผู้ติดตาม แต่เรามองหายอดเอนเกจเมนต์และคอนเทนต์ที่ตรงใจกับผู้ชม ดังนั้น มันไม่เกี่ยวว่าคุณจะมีผู้ติดตามเยอะขนาดไหน คุณก็มีโอกาสที่จะเติบโตบน Instagram ได้”
วัฒนธรรมไทยไประดับโลกด้วยคอนเทนต์

ไม่ใช่แค่นั้น อีกหนึ่งเทรนด์ที่ Instagram เห็นจากผู้ใช้งานชาวไทยคือ การที่วัฒนธรรมบ้านเราไปไกลถึงระดับโลกได้ด้วย Reels
Sylvania เผยว่า ไม่ว่าจะซีรีส์วาย, T-POP, อาหารไทย, วงการบิวตี้ไทย หรือมวยไทย คอนเทนต์เหล่านี้ล้วนไปถึงผู้ชมต่างประเทศ โดยเฉพาะซีรีส์วายที่เข้าถึงกลุ่มผู้ชมในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และลาตินอเมริกาอย่างมาก
ขณะเดียวกัน Sylvania พบว่า ศิลปิน T-POP ก็เข้าถึงแฟนเพลงทั่วโลกง่ายขึ้น จนสามารถยกระดับตนเองเป็นศิลปินนานาชาติ ไม่ใช่แค่ศิลปินในไทยอีกต่อไป
นี่คือโลกยุคใหม่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงกันได้อย่างไร้พรมแดน และเพื่อให้การสื่อสารเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น Instagram จึงพัฒนาฟีเจอร์ ‘AI Reels Translation’ ขึ้นมา เพื่อแปลเสียงพูดในคลิปวิดีโอแบบอัตโนมัติ แถมยังปรับการขยับริมฝีปากให้ตรงด้วย
Sylvania กล่าวว่า “มันไม่สำคัญแล้วว่าคุณจะอยู่ที่ไหน แพลตฟอร์มเราจะช่วยให้ครีเอเตอร์ในไทยเติบโตได้ ทุกวันนี้ วัฒนธรรมไทยก็เปรียบเสมือนวัฒนธรรมระดับโลก เพียงแค่ Instagram ช่วยให้คุณเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกได้ง่ายขึ้นเท่านั้น”
Instagram ยังมีเครื่องมือสร้างการเติบโตและรายได้ให้ครีเอเตอร์อีกเพียบ

ในปี 2026 Instagram ก็จะยังคงเดินหน้าลงทุนในการพัฒนาเครื่องมือเพื่อสร้างการเติบโตให้ครีเอเตอร์ต่อไป ซึ่ง Sylvania ได้ยกตัวอย่างฟีเจอร์เด็ดๆ มาดังนี้
- Edits App: แอปพลิเคชันตัดต่อที่แยกตัวออกมาจาก Instagram โดยตั้งใจให้เป็นเครื่องมือในการช่วยครีเอเตอร์ทำคอนเทนต์ง่ายขึ้น ด้วยฟีเจอร์ที่ครบครัน จนมียอดดาวน์โหลดถึง 7 ล้านครั้งในสัปดาห์แรกของการเปิดตัว
- Meta AI Translation: หมดยุคของกำแพงภาษา เพราะ Instagram ต้องการให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างฐานผู้ติดตามจากหลายประเทศทั่วโลก โดยไม่ต้องไปเสียเงินและเวลาให้กับเครื่องมือช่วยแปล แต่ทำให้ครบเสร็จสรรพบนแพลตฟอร์มได้เลย
- Trial Reels: หากไม่มั่นใจว่า Reels ของตนเองจะโดนใจผู้ชมไหม Instagram เปิดโอกาสให้ทดลองโพสต์ก่อน เพื่อดูแนวโน้มของผลลัพธ์ ซึ่งถ้ามันไม่เวิร์ก ก็ไม่ต้องลงให้สาธารณะเห็น
- Your Algorithm: เพราะคนไทยชอบคอนเทนต์เฉพาะทาง ดังนั้น Instagram จึงเปิดโอกาสให้จัดสรรหน้าฟีดของตนเองแบบที่ชอบได้เลย
นอกจากนี้ Instagram ยังมุ่งหน้าพัฒนาฟีเจอร์สร้างรายได้ให้ครีเอเตอร์ด้วย อาทิ
- Subscription: จ่ายงานเพื่อแลกกับคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟของครีเอเตอร์ที่ชอบ
- Partnership Ads: โปรโมตแบรนด์หรือคอนเทนต์ของตนเองในรูปแบบโฆษณา
- Creator Marketplace: ฟีเจอร์จับคู่แบรนด์ที่กำลังมองหาครีเอเตอร์ที่ใช่มาร่วมงาน
- Affiliate Commerce (เปิดตัวภายในสิ้นปี 2026): เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์สร้างรายได้ผ่านการแปะลิงก์สินค้า หลังจากนำร่องบน Facebook จนมีผู้ใช้งานกว่า 5 ล้านคน
สุดท้าย ถึงเราจะไม่ใช่ Reels แต่ก็ส่งบทความนี้ไปให้คนที่คุณรักอ่านได้นะ 😚
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




