ภราดร โต้ ‘อภิสิทธิ์’ ถ้าตามน้ำทำงบแบบเดิมถึงจะไร้อนาคต จ่อวัดเคพีไอการใช้งบหน่วยงานรัฐ

เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 1 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ในวันที่ 3 ซึ่งนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่มีสมาชิกอภิปรายว่า การจัดทำงบประมาณแบบนี้ เรียกว่าการจัดทำงบประมาณแบบไร้อนาคต ตนบอกตั้งแต่วันแรกแล้ว ว่าเห็นด้วยเกือบทุกอย่างในการอภิปรายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่พูดถึงอุปสรรคในการจัดทำงบประมาณของประเทศนี้

ซึ่งเราเห็นตรงกันทั้งหมด แต่ตนไม่เห็นด้วยอยู่ข้อเดียว คือชื่อที่ตั้งให้ว่าเป็นงบประมาณที่ไร้อนาคต เพราะถ้าไม่ทำงบประมาณแบบปี 70 ตนขอย้ำว่าในปี 71-72 ถ้ายังทำงบประมาณแบบเดิมที่เคยทำ แบบนั้นถึงจะไร้อนาคตแน่นอน แต่เมื่อรัฐบาลนี้เห็นว่ากำลังจะเดินสู่หายนะ จึงจำเป็นที่จะต้องทำงบประมาณกันในแบบปี 70 และได้ยอมรับกับสภาว่าคงไม่สมบูรณ์แบบ ด้วยระยะเวลา และข้อจำกัดของตัวเลขที่ผูกพันมาหลายปี เป็นความเจ็บปวดของประเทศนี้ที่ผูกพันหมักหมมกันมาหลายปีหลายรัฐบาล และเชื่อว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา เห็นเหมือนที่ท่านเห็น และเห็นเหมือนกับที่รัฐบาลนี้เห็น แต่น่าแปลกใจที่ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมามาแก้ไข หรือปฏิรูปวิธีการจัดทำงบประมาณ

นายภราดร กล่าวว่า สิ่งที่ตนเคยพูดไปจะเป็นประโยชน์กับประเทศ ถ้าหลังจากนี้ถูกนำไปปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริง และจะไม่เป็นเพียงวาทกรรมที่หลอกล่อให้พวกเราลงมติเห็นชอบแล้วจบไป โดยที่ปีหน้าก็กลับมาทำแบบเดิมอีก ทั้งนี้ ตนได้หารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ มีหลายประเด็นที่ได้วางแผนไว้ว่าจะลงมือทำหลังจากนี้ รวมถึงได้ชวนเพื่อนสมาชิกหลายคนมาช่วยกันทำ เพราะเชื่อว่าถ้าไม่ทำแบบนี้ เชื่อว่าในอนาคตระบบโครงสร้างงบประมาณของประเทศจะไปต่อไม่ได้ จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูป

ทั้งนี้ ต้องใช้ความร่วมมือของสภาทั้งเรื่องการแก้กฎหมาย การขอความรู้จากผู้มีประสบการณ์ และร่วมกันระดมสมองว่าจะทำแบบไหน ซึ่งส่วนของการจัดเก็บรายได้รัฐ ทราบว่าขณะนี้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ได้เริ่มตั้งอนุกมธ.เพื่อศึกษาและปฏิรูปวิธีการจัดเก็บรายได้ของงรัฐแบบใหม่ ซึ่งตรงกับแนวคิดของนายเอกนิติ ที่กำลังวางแผนการปฏิรูปการจัดเก็บใหม่ทั้งหมด ขณะที่การจัดทำงบประมาณ เรื่องของการกู้ การเพิ่มการขาดดุลงบประมาณของการจัดทำงบประมาณไปเรื่อย ๆ เพราะรู้และเห็นตัวเลขที่สาธารณะเดียวกันว่าใกล้ชนเพดานแล้ว รัฐบาลตระหนักรู้และพยายามวางแผนในการลดการขาดดุลงบประมาณลง

รัฐบาลนี้ไม่พยายามทำตามน้ำเหมือนอย่างที่เคยทำมา ถ้าจะทำก็ทำได้ ยังมีเพดานให้กู้เพิ่มได้ แต่เราไม่ทำ เพราะเราพยายามลดการขาดดุลลงเรื่อย ๆ เพื่อรักษาวินัยการการคลังให้มั่นคงมากขึ้น” นายภราดร กล่าว

Advertisement

นายภราดร กล่าวด้วยว่า การจัดทำเรื่องความโปร่งใส สำหรับรัฐบาลนี้ไม่ต้องให้ขอ ปกติตอนอยู่ในคณะกรรมาธิการงบประมาณ ตนตั้งข้อสังเกตทุกปีเรื่องการขอไฟล์ Excel ของสำนักงบประมาณ เพื่อจะวิเคราะห์อย่างละเอียดในส่วนของงบประมาณ แต่ปีไม่ต้องขอรัฐบาลจัดให้ เพื่อที่ทุกคนจะได้นำข้อมูลไปวิเคราะห์ก่อนเป็นสัปดาห์ รวมถึงการตัดลดโครงการที่ไม่มีความจำเป็น ซึ่งมีนโยบายชัดเจนจากนายกฯ ในการจัดทำงบประมาณว่าพยายามต้องรัดเข็มขัด การติดตามประเมินผลก็ไม่เคยมีรัฐบาลไหนทำ แต่ตนได้ชวนสำนักงบประมาณทำเรื่องนี้แล้ว

เรามาเริ่มต้นกันว่างบประมาณที่ได้รับจัดสรรจากรัฐ หน่วยงานราชการต่าง ๆ นำไปทำให้เกิดประสิทธิผล หรือเกิดประโยชน์ต่อประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน หากหน่วยงานไหนมีเคพีไอที่ดีจะมีผลต่อการตั้งงบประมาณในปี 71 ต่อไป หน่วยงานไหนสอบตกปีหน้าให้ท่านเตรียมตัว นี่เป็นที่มาของการจัดทำงบประมาณแบบฐานสูงที่เริ่มจากปีนี้ ซึ่งฐานข้อมูลของปี 70 จะเป็นฐานสำคัญในการตั้งงบประมาณของปี 71 เราจะดูกันว่าหน่วยงานไหนที่มีผลการใช้งบประมาณที่ต่ำกว่าเกณฑ์ ปีหน้าก็เจอกัน ซึ่งจะถูกตัดลดงบประมาณกันไป

นอกจากนี้ ตนจะชวนสภาทำเรื่องการแก้กฎหมาย กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) วันนี้จะต้องตั้งประมาณในส่วนของงบกลาง เพื่อนำไปสมทบเงินของกองทุนกบข. ปีนี้ตั้งไว้ 70,000 กว่าล้านบาท ตรงนี้มีช่องทางที่จะทำได้โดยที่ไม่กระทบกับกบข. ซึ่งจะต้องแก้กฎหมายดังกล่าว

นายภราดร กล่าวถึงรายจ่ายประจำของบุคลากร และข้าราชการ ที่รัฐไทยต้องจ่ายในแต่ละปี วันนี้รายได้ที่หาได้ 3 ล้านล้านบาท นำมาจ่ายเป็นเงินเดือนข้าราชการ เป็นการใช้หนี้ก็หมดแล้ว ไม่ต้องไปใช้ในการลงทุน ซึ่งเงินลงทุนทั้งหมดมาจากเงินกู้ ตรงนี้ก็เห็นเหมือนกับท่านที่อภิปราย ดังนั้น เรามาหาทางที่จะช่วยกันบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐด้วยกันดีหรือไม่ ขณะที่เรื่องสวัสดิการของภาครัฐ จริง ๆ ตนคุยนอกรอบกับท่านอดีตนายกฯอภิสิทธิ์ ว่าเรื่องนี้ถ้าทำตั้งแต่สมัยท่านเป็นนายกฯ และนายกรณ์ จาติกวณิช เป็นรมว.คลัง เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ขนาดของงบประมาณที่ต้องจ่ายคงไม่เติบโตมาถึงจนขนาดนี้ ตนจึงพูดตั้งแต่แรกว่าเราเห็นปัญหานี้ร่วมกันมาหลายรัฐบาล แต่ไม่มีรัฐบาลไหนกล้าลงมือทำ รัฐบาลนี้จะเริ่มต้นให้ดู พวกเราตั้งใจที่จะปฏิรูปทั้งโครงสร้างงบประมาณจริง ๆ โดยที่เราจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย

นายภราดร กล่าวว่า ส่วนการตัดลดงบจังหวัด และกลุ่มจังหวัด เป็นไปตามข้อสังเกตของกมธ. ที่ภารกิจต้องไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยประจำ ตนไม่เห็นว่าจะมีใครเดือดร้อน คนเดือดร้อนเห็นจะมีแต่ผู้รับเหมาที่ไปวิ่งงานกับทางจังหวัด ขณะที่การกระจายอำนาจปีนี้ทุกหน่วยงานของภาครัฐถูกตัดลดงบลงทั้งหมด คงไว้เพียงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปถ.) แต่เราไม่สามารถดันให้ถึงเป้าหมายที่ทุกคนปรารถนาได้คือ 35% ด้วยความจำกัดของวงเงินงบประมาณที่มีอยู่เท่านี้ ที่ตนได้อธิบายมา 2-3 วัน ก็ไม่รู้ฟัง ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่รู้จะอธิบายท่าไหนแล้ว แต่เรื่องของการกระจายอำนาจเป็นเรื่องที่รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญ