ปิดฉากแรงเงา ล่าขบวนการทุจริตทะเบียนต่างด้าว อธิบดีกรมการปกครองสั่งออกราชการไว้ก่อน-สอบวินัยร้ายแรง
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 กรกฏาคม ณ ห้องประชุม ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายวิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมแถลงข่าวใหญ่ DOPA N.I.C.E. เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา” ปราบปรามเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตจัดทำบัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนให้แรงงานเมียนมาโดยมิชอบ
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีการจับกุมนายหน้าค้าแรงงานเถื่อนชาวเมียนมา(ขนชาวโรฮิงญา) ในความผิดฐานช่วยเหลือซ้อนเร้นคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย เพื่อให้พ้นจากการจับกุม และคดีทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงเหนี่ยวชาวชาวเมียนมา (โรฮิงญา) เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2567 ตรวจพบว่า บุคคลดังกล่าวมีบัตรประจำตัวสองตัวตน คือ (1) บัตรประจำตัวบุคคลคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เมียนมา(บัตรสีชมพูเลข 00) และ (2) บัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาวเลข 0) จึงส่งให้กรมการปกครองตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวทั้ง 2 ใบ

กรมการปกครอง โดยคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E.) ได้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว พบว่ามี เจ้าหน้าที่ของรัฐอำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ในช่วงปี พ.ศ. 2564 – 2565 เป็นผู้จัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาวเลข 0) ไปจำนวนมากถึง 240 ราย จึงได้นำข้อมูลไปประสานกับศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ และเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปชก.ตร.) เพื่อตรวจเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลบัตรประจำตัวบุคคลคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เมียนมา (บัตรสีชมพูเลข 00)ด้วยระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของกรมการปกครอง และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ซึ่งปรากฏภาพใบหน้าและลายนิ้วมือตรงกับบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาที่มีหนังสือเดินทาง จำนวน 12 ราย
กรมการปกครอง จึงได้มอบหมายเจ้าหน้าที่เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.ดอนสัก เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ นายหน้า เจ้าบ้าน และแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาจำนวนอย่างน้อย 12 ราย จนนำไปสู่การออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง จำนวน 17 หมาย


จากนี้ กรมการปกครอง จะได้ดำเนินการยกเลิก เพิกถอน และจำหน่ายรายการทั้ง 12 ราย โดยทันที และได้ดำเนินการ ออกคำสั่งระงับความเคลื่อนไหวทางทะเบียนทั้งหมด จำนวน 240 รายแล้ว และดำเนินการทางวินัยและให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว และตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง
จากนี้ สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และดำเนินการยึดทรัพย์ เพื่อขุดรากถอนโคนขบวนการนี้ให้สิ้นซากซึ่งการต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียนนี้ จะขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นแบบนี้ต่อไป จนกว่าปัญหานี้จะหมดไปจากผืนแผ่นดินไทย
ท้ายนี้ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองจะเดินหน้าสอบสวนขยายผลคดีนี้อย่างต่อเนื่อง หากพบเจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด พร้อมมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนทันที ย้ำ “กรมการปกครองจะไม่ปกป้องคนผิด เพราะกรมทำงานเพื่อประชาชน เราจะไม่ยอมให้ผู้ใดฉวยโอกาสจากงานทะเบียนไปสร้างความเดือดร้อนหรือทำร้ายประชาชนของเราแม้แต่รายเดียว ผู้กระทำผิดทุกคนต้องได้รับโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด”







