
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งเดินทางไปถึงตุรกีเพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กล่าวว่า เขาอาจจะคว่ำบาตรหรือไม่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ หากไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวที่มีกับประธานาธิบดีตุรกี ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุม พร้อมทั้งไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะถอนกำลังทหารสหรัฐออกจากยุโรปเพิ่มเติมในอนาคต
ทรัมป์กล่าวว่า เขาผิดหวังอย่างมากกับนาโต และมองว่าสหรัฐไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมระหว่างสงครามระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลกับอิหร่าน และว่า “ทำไมเราต้องใช้เงินหลายแสนล้านดอลลาร์ แต่เมื่อถึงเวลาที่เราต้องการ พวกเขากลับไม่อยู่เคียงข้างเรา เราอยู่เคียงข้างพวกเขามาโดยตลอด” เพื่อตำหนิที่ยุโรปไม่ยอมให้กองทัพสหรัฐใช้ห้วงน่านฟ้าและฐานทัพระหว่างการทำสงครามกับอิหร่าน
ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า กรีนแลนด์ ดินแดนปกครองตนเองที่อยู่ภายใต้เดนมาร์ก ซึ่งเป็นสมาชิกนาโต ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐ เดนมาร์ก และย้ำว่ากรีนแลนด์เป็นส่วนสำคัญของสหรัฐ ทำให้ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ซึ่งอยู่ที่กรุงอังการาเช่นกัน กล่าวว่า เธอคาดหวังให้ประเทศพันธมิตรเคารพอธิปไตยของราชอาณาจักรเดนมาร์ก และยืนกรานว่ากรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย
คำตำหนิของทรัมป์มีขึ้นแม้สมาชิกนาโตพยายามแสดงให้เห็นว่า กำลังตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของทรัมป์ที่ต้องการให้ยุโรปเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมและลดการพึ่งพาสหรัฐ โดยประกาศข้อตกลงจัดซื้ออาวุธหลายฉบับ รวมมูลค่าอย่างน้อย 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในระหว่างการพบกับ เรเจพ เทยิป แอร์โดอาน ประธานาธิบดีตุรกี ทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อตุรกี ซึ่งเริ่มใช้หลังจากที่ตุรกีซื้อระบบป้องกันภัยอากาศหรือ S-400 จากรัสเซียในปี 2019 และทำให้ตุรกีถูกถอดถอนออกจากโครงการเครื่องบินรบ F-35 การซื้อ S-400 ของตุรกีจึงเป็นชนวนที่ก่อให้เกิดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและตุรกีมานับตั้งแต่นั้นมา
การยกเลิกการคว่ำบาตรทำให้ทรัมป์พิจารณาการขายเครื่องบิน F-35 ให้ตุรกีอีกครั้ง โดยทรัมป์กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการขายว่า กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ท่ามกลางความสัมพันธ์ของทรัมป์และแอร์โดอานที่ปรากฎให้เห็นความแน่นแฟ้นมากขึ้น โดยทรัมป์ระบุว่า ตุรกีเป็นพันธมิตรที่ซื่อสัตย์ในหลากหลายมิติมากกว่าประเทศอื่นๆ ที่สหรัฐคิดว่าซื่อสัตย์เสียอีก อีกทั้งยังเสริมว่าทั้งสองประเทศมีเคมีที่ลงตัวระหว่างกัน ขณะที่แอร์โดอานแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่าต้องการได้รับสิทธิซื้อเครื่องบินไล่ F-35 อีกครั้ง
ในวันเดียวกัน นาโตได้นำเสนอแผนการใช้จ่ายงบประมาณทางทหารซี่งมีมูลค่าสูงกว่าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในที่ประชุมสุดยอด โดยเป็นการใช้งบประมาณที่มาร์ค รุตเตอ เลขาธิการนาโตกล่าวเพื่อเอาใจทรัมป์ว่าคุ้มค่ามาก แผนการดังกล่าวรวมถึงข้อตกลงในการเปลี่ยนจากเครื่องบินตรวจการณ์ AWACS สัญชาติสหรัฐ ซึ่งมีอายุการใช้งานกว่า 50 ปีเป็นเครื่องบินตรวจการณ์ Globaleye สัญชาติสวีเดน โดยนายอูล์ฟ คริสเทอร์สัน นายกรัฐมนตรีสวีเดน ประกาศว่า บริษัท Saab ผู้ผลิตจากสวีเดน จะเป็นฝ่ายจัดหาเครื่องบินตรวจการณ GlobalEye รุ่นใหม่มากถึง 10 ลำ ให้แก่กลุ่มประเทศพันธมิตร 10 ประเทศ
นอกจากนี้ บางโครงการจะได้รับเงินทุนจากระบบเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการป้องกันประเทศที่จัดตั้งขึ้นโดยสหภาพยุโรป ซึ่งประกอบด้วยเงินทุนสูงถึง 1.7 แสนล้านดอลลาร์จากตลาดทุน ขณะเดียวกัน ตัวแทนจาก 15 ประเทศประกาศถึงความร่วมมือข้ามชาติในการจัดซื้อเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศและเครื่องบินขนส่งจากแอร์บัส และถัดมา รุตเตอก็ประกาศความร่วมมือของ 4 ประเทศในการจัดซื้อโดรนสอดแนมไทรทันใหม่มากถึง 5 ลำ




