ภราดร ชี้โครงการขอ 2 แสนล้าน ‘พ.ร.ก.กู้ฯ’ ต้องไม่ซ้ำซ้อนงบฯ 70


10 ก.ค. 2569 | 10:01น.
ภราดร ปริศนานันทกุล

ภราดร แจงขั้นตอนหลัง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เผยใช้แล้ว 1.7 แสนล้าน รอกระทรวงการคลังประเมินมาตรการ ชี้ต้องไม่ซ้ำโครงการงบฯ 70 ตรวจสอบได้

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า หลังจากนี้หน่วยงานต่าง ๆ จะต้องเสนอโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระยะยาว

แนวทางเบื้องต้น จะต้องเป็นโครงการที่ช่วยเหลือประชาชนโดยตรง เช่น โครงการสนับสนุนด้านดอกเบี้ย หรือช่วยเงินดาวน์ให้กับประชาชน อย่างกระทรวงคมนาคมได้เสนอโครงการช่วยเงินดาวน์สำหรับผู้ขับรถแท็กซี่ รถตู้หรือรถขนส่งสาธารณะ ในการเปลี่ยนผ่านยานพาหนะไปสู่พลังงานแบบ EV หรือกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะสนับสนุนเงินดาวน์ให้กับประชาชนที่ต้องการทำหลังคาโซลาร์รูฟท็อป เป็นต้น

นายภราดรกล่าวว่า แต่ละหน่วยงานจะเสนอโครงการเข้ามา และจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ

ส่วนคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน, กรรมการ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ และกรมบัญชีกลาง ซึ่งจะมาทำหน้าที่กลั่นกรองโครงการว่า โครงการใดผ่าน หรือโครงการใดควรมีการปรับปรุง หรือแก้ไข

เมื่อถามว่าโครงการต่าง ๆ ที่หน่วยงานเสนอจะซ้ำซ้อนกับโครงการต่าง ๆ ที่ใช้งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2570 ที่ขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของสภาฯหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า จะต้องไม่ซ้ำซ้อน และสามารถตรวจสอบได้ โดยนำโครงการที่ปรากฏในงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2570 มาดำเนินการ ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะมีความทับซ้อนกัน

นายภราดรกล่าวอีกว่า ในเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ขณะนี้ใช้วงเงินไปแล้วราว 1.7 แสนล้านบาท ในการเยียวยาเศรษฐกิจ ซึ่งในวงเงินกู้ 4 แสนล้านบาทนี้ รัฐบาลไม่จำเป็นจะต้องใช้เต็มวงเงินก็ได้ แต่สามารถดำเนินการใช้จ่ายได้จนถึงสิ้นสุดปี 2570

ส่วนหลังจากนี้จะมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือเยียวยาเศรษฐกิจโครงการใดออกมาอีกหรือไม่นั้น นายภราดรกล่าวว่า ต้องรอกระทรวงการคลังพิจารณาว่าจะมีโครงการใดออกมาบ้าง โดยจะต้องประเมินจากสถานการณ์อีกครั้ง