ถ้าเราขาย ‘น้ำพริก’ ได้ 100,000 กระปุก เรายังต้องกลับไปกินน้ำพริกถ้วยเก่าอยู่ไหม? 😔✌🏻

น้ำพริกคืออาหารที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน จนพัฒนาเป็นหลายรูปแบบ ชนิดที่ว่าจะทานคู่กับข้าว จิ้มกับผักเคียง หรือทานเปล่าๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน
‘เอมโอชา’ คือหนึ่งในแบรนด์น้ำพริกสัญชาติไทยที่ประสบความสำเร็จมาก เพราะสินค้าที่เพิ่งเปิดตัวไปล่าสุดอย่าง ‘พริกผัดน้ำมันมะกอกอัลมอนด์’ ก็สามารถทำยอดขายกว่า 100,000 กระปุกในเวลา 2 สัปดาห์
แต่เคยสงสัยไหมว่า น้ำพริกที่ดูเป็นอาหารง่ายๆ ของคนไทย จริงๆ แล้ว ต้องขายยังไงถึงจะประสบความสำเร็จ? มาดูกัน
ธุรกิจที่เกิดจากความเชื่อในพลังของผู้หญิง จนทำยอดขายทะลุ 100 ล้านบาทในเซเว่นฯ

จุดเริ่มต้นของเอมโอชาเกิดขึ้นในปี 2019 จากความมุ่งมั่นของผู้หญิงที่ชื่อว่า ‘เก้-ลดาวัลย์ เลห์มันน์’ ที่มีความตั้งใจในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการให้ผู้บริโภค
‘เก้’ เริ่มทำธุรกิจอาหารจากการทดลอง พัฒนา และรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง บนพื้นฐานของความเชื่อในพลัง ‘ผู้หญิง’ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญขององค์กรกว่า 90%
ในมุมมองของเอมโอชาแล้ว “รากฐานที่สำคัญของทุกบริษัทคือทีมงานที่มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนแบรนด์และผลิตภัณฑ์ให้ก้าวไปอีกระดับ เราเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร ผู้ควบคุมคุณภาพ นักบัญชี นักออกแบบกราฟิก ผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าคงคลัง และบุคลากรเฉพาะในสายการผลิตตลอดจนสำนักงานส่วนหลัง”
จากความตั้งใจนี้ เอมโอชาจึงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมีโอกาสร่วมงานกับผู้ค้าปลีกรายใหญ่มากมาย ซึ่งในปี 2025 ทางแบรนด์สามารถทำยอดขายบน ‘เซเว่น-อีเลฟเว่น’ ได้มากถึง 137 ล้านบาท
สินค้าที่ดีมาจากการรับฟังผู้บริโภค

เอมโอชาเริ่มวางจำหน่ายที่เซเว่นฯ ในปี 2022 ด้วยน้ำพริกน้ำย้อย น้ำพริกลงเรือกรอบ และน้ำพริกตะไคร้ ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าในช่องทางนี้ถึง 24 รายการ อาทิ
- กลุ่มท็อปปิ้งหรือน้ำพริกอบกรอบ เช่น น้ำพริกน้ำย้อย น้ำพริกลงเรือกรอบ น้ำพริกแซลมอนรสต้มยำ และน้ำพริกแซลมอนรสผัดฉ่า
- กลุ่มพริกผัดน้ำมัน เช่น พริกผัดน้ำมันมะกอกอัลมอนด์
- กลุ่มกึ่งสำเร็จรูป เช่น ก๋วยเตี๋ยวแห้ง หมี่คลุกน้ำพริกหนังแซลมอน และหมี่ชมพูน้ำพริกหนังแซลมอน
รายการสินค้าของเอมโอชาเกิดจากการเปิดรับฟีดแบ็กมาพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้า โดยเก้เล่าว่า “น้ำพริกแบบเดิมเป็นสินค้าที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ยาก เราจึงปรับสูตรโดยไม่ลดทอนความเป็นไทย แต่เปลี่ยนวิธีการบริโภคให้ร่วมสมัยมากขึ้น จนเกิดเป็นน้ำพริกอบกรอบในรูปแบบท็อปปิ้ง ที่สามารถนำไปสร้างสรรค์เมนูฟิวชันหรือเมนู DIY ได้หลากหลาย”
หรืออย่างพริกผัดน้ำมันมะกอกอัลมอนด์เอง ก็เกิดจากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในนานาประเทศที่มีแนวโน้มต้องการอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น
ใช้วัตถุดิบไทยเป็นหลัก พร้อมเติบโตไปสู่ตลาดโลก

นอกจากนั้น เอมโอชายังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยเลือกใช้วัตถุดิบในประเทศถึง 90% ซึ่งล้วนถูกคัดสรรผ่านระบบที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงที่มาที่ไปได้ เช่น หอมและกระเทียมจากศรีสะเกษ หรือกะปิจากกระบี่
เอมโอชามองว่า การใช้วัตถุดิบไทยเป็นหลักเช่นนี้ช่วยให้เกษตรกรท้องถิ่นมีช่องทางระบายผลผลิตที่แน่นอน แถมมีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนด้วย
จากความสำเร็จดังกล่าว เอมโอชาจึงสามารถต่อยอดสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศง่ายขึ้น ซึ่งปัจจุบันแบรนด์ได้ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์แล้ว
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของเอมโอชาไม่ใช่แค่อยากเป็นแบรนด์ที่ส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังต้องการเป็นธุรกิจที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อผลักดันน้ำพริกไทยให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์บนเวทีโลกด้วย
“เรานำเสนออาหารไทยในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคทั่วโลกเข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยที่เราไม่เคยลดทอนความเป็นไทย แต่เราเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงความเป็นไทยแทน และนี่คือสิ่งที่เรายึดมั่นมาตั้งแต่วันแรก” เก้กล่าว
เอมโอชาจึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของแบรนด์ไทยที่ผลักดันสินค้าไทยสู่เวทีโลกได้ และบทความหน้า Brand Inside จะพาไปอ่านเรื่องราวความสำเร็จของแบรนด์ไทยเจ้าไหนอีก รอติดตามไว้เลย
ที่มา: เอมโอชา
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




