
ยิ่งเทคโนโลยีทำให้โลกก้าวไกลและหมุนไวเท่าไร มนุษย์ก็ยิ่งโหยหาช่วงเวลาที่จะทำให้วิถีของตัวเองก้าวเดินช้าลงมากเท่านั้น นอกจากกิจกรรมเชิง Wellness จะกลับมาเป็นเทรนด์นิยมใหม่ของคนยุคนี้แล้วกิจกรรมลักษณะนี้ก็ยังปรับตัวและครีเอทได้น่าสนใจมากขึ้นทุกวัน แล้วอีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญของยุคนี้ก็คือการคัดสรรสถานที่เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดใจชวนให้อยากเข้าร่วมกันมากยิ่งขึ้น อย่างเช่นพิพิธภัณฑ์ไปจนถึงโบราณสถานทรงคุณค่า รวมถึงเทรนด์กำลังมาล่าสุดอย่าง ‘ห้องสมุด’ ซึ่งกลับกลายเป็นว่านี่คือความลงตัวที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุดเลยทีเดียว
ประเด็นสำคัญ

ทำไมห้องสมุดจึงกลายเป็นพื้นที่น่าสนใจใหม่สำหรับวัฒนธรรม Wellness ในยุคปัจจุบัน? คำถามนี้น่าสนใจทีเดียว เดิมทีห้องสมุดมีภาพจำในหัวเราทุกคนว่าคือแหล่งสะสมตำราและพื้นที่เรียนรู้อันเคร่งขรึมมีกฎระเบียบเคร่งครัด ถึงแม้จะเต็มไปด้วยผู้คนแต่ความเงียบสงัด (จนบางทีอาจรู้สึกอึดอัด) กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติจนกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญไปแล้ว ข้อดีนี้เริ่มกลายเป็นข้อด้อยในยุคปัจจุบันที่ทำให้คนเริ่มห่างหายจากห้องสมุดมากไปทุกที นั่นเลยทำให้ห้องสมุดยุคนี้เริ่มปรับตัวเพื่อทำให้พื้นที่นี้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างประโยชน์ต่อสังคมได้อีกครั้ง จากแค่แหล่งเรียนรู้เริ่มกลายเป็นแหล่งกิจกรรมสำหรับชุมชน เปลี่ยนสถานที่ปิดให้กลายเป็นสถานที่เปิดโอบรับสิ่งใหม่ให้มีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิม
Aesthetic Healing – แหล่งเสพศิลป์พร้อมบำบัดจิตใจ

คนยุคใหม่ไม่ได้ต้องการวิถี Wellness แค่การออกกำลังกายหรือกินอาหารสุขภาพเท่านั้น แต่ต้องการบำบัดทางสายตาและอารมณ์ไปพร้อมกันด้วย (Visual & Emotional Healing) ซึ่งนี่เสมือนอุบายแต่ก็กลับเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำกิจกิจกรรม Wellness ประสบความสำเร็จและได้ผลดีมากขึ้นอย่างไม่คาดคิดเลยทีเดียว โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ทรงคุณค่าไปจนถึงบรรยากาศเงียบสงบต้องมนต์ขลัง นั่นเลยทำให้กิจกรรมเสียเหงื่ออย่างสงบไปจนถึงกิจกรรมฮีลใจที่จัดในโบราณสถานหรือแม้แต่ห้องสมุดเก่าแก่นั้นจึงได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษสำหรับคนยุคใหม่
Silent Soul – จิตวิญญาณแห่งความเงียบสงบ

แน่นอนว่าไม่ว่าจะยุคสมัยไหนเอกลักษณ์ห้องสมุดที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยก็คือ ‘ความเงียบ’ สิ่งนี้ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของห้องสมุดเสมอ และความ ‘สงบ’ ก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับทำกิจกรรมเชิง Wellness ด้วยเช่นกัน ความเงียบสงบนี้สามารถสร้างสมาธิและเยียวยาจิตใจได้เป็นอย่างดี ทำให้กิจกรรมเชิงบำบัดกายและใจทั้งหลายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะเดียวกันความเงียบก็กลับทำให้กิจกรรมใช้เสียงอย่างดนตรีบำบัด, เสียงฮีลใจ (Sound Healing), หรือแม้แต่คอนเสิร์ตทรงพลังมากยิ่งขึ้น มันคือความคอนทราสต์เชิงบวกที่กลับลงตัว เพราะทำให้ผู้คนได้โฟกัสในดนตรีและลงลึกถึงแก่นแท้ของเสียงตลอดจนทำให้เสียงเดินทางเข้าสู่จิตใจผู้ฟังได้ลึกซึ้งแบบไร้สิ่งรบกวน
Unique Experience – ประสุดการสุดพิเศษไม่ซ้ำใคร

เรามักคุ้นเคยกับภาพจำเดิม ๆ ว่าห้องสมุดคือสถานที่สำหรับ (แค่) อ่านหนังสือ และกิจกรรม Wellness ต้องทำให้ห้องสี่เหลี่ยมคลีน ๆ หรือท่ามกลางธรรมชาติเท่านั้น แต่ยุคนี้เราเริ่มเห็นการครีเอทกิจกรรม Wellness แปลกใหม่ หรือแม้แต่เห็นห้องสมุดสร้างสรรค์กิจกรรมดึงดูดใจมากมาย ทั้งนี้ก็ล้วนแล้วแต่ต้องการสร้างประสบการณ์พิเศษแบบ Special Event หรือแม้แต่ Once-in-a-lifetime Experience ที่กระตุ้นให้คนอยากมาสัมผัสมากยิ่งขึ้น ซึ่งในยุคที่มีความหลากหลายขณะเดียวกันอะไรก็แมสได้ง่ายเต็มไปหมด ผู้คนจึงแสวงหาความแตกต่าง ให้คุณค่ากับความไม่เหมือนใคร และประทับใจกับสิ่งไม่คาดคิด การทำอะไรแปลกใหม่จึงกลายเป็นค่านิยมสำหรับคนยุคนี้ไปแล้ว เช่นเดียวกับการทำกิจกรรม Wellness ในห้องสมุด หากเป็นวิถีชีวิตปกติของคนทั่วไปอาจดูเป็นเรื่องยาก การสร้างสรรค์กิจกรรมสุดพิเศษลักษณะนี้จึงกลายเป็น Value of Life ในชีวิตทันที
Historical Value – ซึมซับประวัติศาสตร์แบบวิถียุคใหม่

สิ่งที่ห้องสี่เหลี่ยมแสนสะดวกสบายหรือแม้แต่ธรรมชาติสุดเฟรชอาจให้ไม่ได้เหมือนห้องสมุดก็คือ ‘คุณค่าทางประวัติศาสตร์’ ซึ่งปัจจุบันกลับกลายเป็นเทรนด์ที่คนรุ่นใหม่โหยหา การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และซึมซับศิลปวัฒนธรรมแบบเดิม ๆ นั้นอาจเป็นการท่องเที่ยวโบราณสถานยืนดูนิทรรศการตามพิพิธภัณฑ์ หรือแม้แต่เข้าห้องสมุดเพื่ออ่านตำรา ทว่ายุคใหม่นี้เรากำลังผสมผสานวิถีชีวิตให้กลมกลืนกับสิ่งเหล่านี้มากยิ่งขึ้น เราเลยได้เห็นการจัดกิจกรรมใหม่ ๆ หรือแม้แต่กิจกรรมเชิง Wellness ท่ามกลางสถาปัตยกรรมและศิลปะทรงคุณค่าทั้งหลาย เพื่อเป็นอีกวิถีในการเสพและซึมซับประวัติศาสตร์ที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยด้วยนั่นเอง
Visual Quietness – ความเงียบสงบทางสายตา
[Error: Image 7 not found]
นิยามใหม่นี้เป็นคุณค่าที่เราคุ้นเคยกันดีแต่มักมองข้ามหรือไม่เคยคิดถึงความสำคัญ โลกอันแสนวุ่นวายทุกวันนี้ทำให้มีสิ่งเร้ารอบตัวมากมาย เทคโนโลยีทำให้มนุษย์ต้องรายล้อมไปด้วย ‘สิ่งเคลื่อนไหว’ แทบตลอดเวลาจนทำให้สายตาไปจนถึงจิตใจเหนื่อยล้าอย่างไม่รู้ตัว (และแทบไม่ได้พัก) ห้องสมุดเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สิ่งรอบตัวมักหยุดนิ่ง มีสิ่งเร้าทางสายตาที่เคลื่อนไหวน้อย ทำให้เราได้พักผ่อนสายตาได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ และทำให้สมองผ่อนคลายได้ไม่คาดคิดเลยทีเดียว แล้วด้วยโครงสร้างของห้องสมุด (โดยเฉพาะห้องสมุดยุคเก่า) จะเน้นเพดานสูงที่โล่งโปร่งสบาย ให้มุมมองผ่อนคลาย การจัดเรียงหนังสืออย่างเป็นระเบียบกลายเป็นสิ่งที่สบายตายไปเลยสำหรับยุคนี้ พื้นที่นี้จึงสามารถช่วยลดสภาวะ “สมองตื้อ (Brain Fog)” ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย รวมถึงทำให้เราหันมาโฟกัสกับกิจกรรมได้อย่างเต็มที่ นั่นเลยทำให้กลายเป็นสถานที่ที่จะทำให้กิจกรรม Wellness ยอดเยี่ยมได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยอีกด้วย




