อีกไม่นาน โลโก้ขวดสีฟ้าที่หลายคนคุ้นตาจากโตเกียว โซล เซี่ยงไฮ้ หรือทริปต่างประเทศ กำลังจะกลายเป็นภาพที่เราเห็นได้ในกรุงเทพฯ
ประเด็นสำคัญ
หลังจากมีข่าวให้คอกาแฟลุ้นกันมาสักพัก ตอนนี้การมาถึงของ Blue Bottle Coffee ในประเทศไทยเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยแบรนด์เตรียมเปิดให้บริการที่ Dusit Central Park วันที่ 21 สิงหาคมก่อน ตามด้วยแฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกที่ EmQuartier บนพื้นที่กว่า 200 ตารางเมตรในช่วงปลายเดือนสิงหาคม
ทำความรู้จักต้นกำเนิดและแนวคิดแบรนด์
แต่ก่อนจะต่อคิวสั่งกาแฟแก้วแรก เราอยากชวนย้อนกลับไปทำความรู้จัก Blue Bottle กันสักหน่อย
เพราะถ้ามองเพียงภายนอก Blue Bottle อาจดูเหมือนร้านกาแฟมินิมัลที่มีโลโก้ขวดสีฟ้า โต๊ะไม้ และกาแฟดริปหน้าตาเรียบง่าย แต่เบื้องหลังความเรียบง่ายนั้นมีทั้งเรื่องของดนตรี วัฒนธรรมกาแฟญี่ปุ่น ความหลงใหลในความสดใหม่ และแนวคิดที่เชื่อว่า กาแฟหนึ่งแก้วควรค่าแก่การตั้งใจทำ

Blue Bottle Yeonnam Cafe in Seoul, South Korea

Blue Bottle Busan Gijang Cafe in Gijang-gun, South Korea
ถ้าใครเคยเดินเข้า Blue Bottle อาจเคยสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมแบรนด์ที่เกิดในแคลิฟอร์เนียถึงให้ความรู้สึก ‘ญี่ปุ่น’ ขนาดนี้
คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ในวัฒนธรรม Kissaten หรือก็คือร้านกาแฟแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้เราซื้อกาแฟแล้วรีบเดินออกจากร้าน แต่เป็นพื้นที่ที่เจ้าของร้านให้ความสำคัญกับรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกเมล็ด การบด การชงทีละแก้ว ไปจนถึงเสียงเพลง แสง เฟอร์นิเจอร์ และบรรยากาศภายในร้าน
ทำให้กาแฟจึงไม่ใช่เพียงเครื่องดื่ม แต่เป็นช่วงเวลาหนึ่งของวัน แน่นอนว่าแนวคิดนี้มีอิทธิพลต่อ James Freeman และกลายเป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอของ Blue Bottle ที่เราเห็นจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์เปิดที่ทำให้เราเห็นบาริสต้าชงกาแฟ การดริปแบบแก้วต่อแก้ว ไปจนถึงพื้นที่ที่มักถูกออกแบบให้สงบและลดสิ่งรบกวนที่ไม่จำเป็นออกไป

แน่นอนว่าพระเอกยังคงเป็นกาแฟ Blue Bottle เติบโตมากับวัฒนธรรม Pour Over และความเชื่อในการชงกาแฟอย่างแม่นยำ เมนูกาแฟดริปจึงเป็นหนึ่งในประสบการณ์คลาสสิกของแบรนด์ ขณะเดียวกันก็มีเมนูเอสเพรสโซและเครื่องดื่มอื่นๆ ที่แตกต่างกันไปในแต่ละตลาด
สิ่งที่แบรนด์พยายามขายมาตลอดคือประสบการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่กลิ่นกาแฟ การมองบาริสต้าชงเครื่องดื่ม ไปจนถึงการได้นั่งลงแล้วใช้เวลากับกาแฟตรงหน้า พูดง่ายๆ คือ Blue Bottle ไม่ได้อยากให้เราแค่ ซื้อกาแฟ แต่อยากให้เรา มีเวลากับกาแฟ

Blue Bottle Coffee at the West Bund Dream Center in Shanghai, China

Blue Bottle Daikanyama Cafe in Tokyo, Japan
กว่า 20 ปีหลังจากกาแฟล็อตแรกถูกคั่วขึ้นในโรงรถที่โอ๊คแลนด์ ในที่สุด Blue Bottle ก็กำลังเดินทางมาถึงประเทศไทยสักที
โดยมีแผนเปิดสาขาที่ Dusit Central Park ก่อนในวันที่ 21 สิงหาคม ตามด้วย Flagship Store ขนาดกว่า 200 ตารางเมตรที่ EmQuartier ในช่วงปลายเดือน
การเลือกเปิดสองโลเคชันสำคัญของกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาใกล้กันก็น่าสนใจ เพราะวันนี้กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเมืองที่เพิ่งเริ่มรู้จัก Specialty Coffee อีกต่อไป
เรามีทั้งโรงคั่วไทย ร้านกาแฟอิสระ บาริสต้าฝีมือดี และคนดื่มที่จริงจังกับเมล็ด แหล่งปลูก และวิธีการชงมากขึ้นเรื่อยๆ การเข้ามาของ Blue Bottle จึงไม่ได้เกิดขึ้นในตลาดที่ว่างเปล่า แต่กำลังเดินเข้าสู่วัฒนธรรมกาแฟที่แข็งแรงและมีคาแรกเตอร์ของตัวเองอยู่แล้ว
และนั่นอาจเป็นเรื่องที่น่าติดตามที่สุด ไม่ใช่แค่ว่า Blue Bottle จะนำอะไรมาให้กรุงเทพฯ แต่เมื่อแบรนด์กาแฟที่ให้ความสำคัญกับความช้า ความเรียบง่าย และรายละเอียด มาเจอกับเมืองที่เคลื่อนไหวเร็วอย่างกรุงเทพฯ แล้ว Blue Bottle ในเวอร์ชันประเทศไทยจะหน้าตาเป็นอย่างไร อีกไม่นานเราคงได้รู้กัน
แต่ระหว่างนี้ อย่างน้อยครั้งหน้าที่เห็นโลโก้ขวดสีฟ้าเราก็น่าจะรู้จักเรื่องราวมากขึ้นอีกนิด
ภาพ: Blue Bottle




