บ้านที่ไม่ต้อง ‘ว้าว’ แต่อยู่แล้วรู้สึกดี: ถอดรหัส 3 วิธีคิด Sansiri WELL เพื่อ Well-Being ในทุกวัน

ในยุคที่เราเห็นเทรนด์สถาปัตยกรรมสวยแปลกตาและบ้านสไตล์ต่างๆ ถูกส่งต่อกันบนโซเชียลมีเดียไม่เว้นแต่ละวัน เคยลองถามตัวเองไหมว่า “บ้านที่ดีจริงๆ สำหรับชีวิตเรา หน้าตาเป็นแบบไหน?”

ประเด็นสำคัญ

 
 

ความหมายของคำว่า ‘บ้าน’ ในยุคนี้อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ที่กว้างขวาง สไตล์ที่กำลังเป็นกระแส หรือความหรูหราอลังการเพียงอย่างเดียว แต่มันคือพื้นที่ที่เราสามารถ ‘ทิ้งตัว’ พักผ่อนได้อย่างปลอดภัย เป็นที่เติมพลังกาย พลังใจ และมอบสุขภาวะที่ดี (Well-Being) ให้เราทุกวันไปนานๆ

บ้านโครงการ แสนสิริ ที่เน้นสุขภาวะและ Well-Being 1

ล่าสุดเรามีโอกาสได้ฟัง Sansiri Insight Talk: WELL, IN EVERY DAY กับทีมดีไซน์ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแสนสิริ ได้แก่ เกน-วทัญญู ตันติวงศ์ (ผู้อำนวยการฝ่าย Creative House), แก๊ก-ปัทมาวดี ดีซอน (รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์) และพีร์ โปษยานนท์ (ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์) ถึงเบื้องหลังกระบวนการคิดแล้วสัมผัสได้เลยว่า กว่าจะออกมาเป็นบ้านหนึ่งหลัง มันมีรายละเอียดที่ลึกชนิดที่คาดไม่ถึง โดยเฉพาะการยกระดับ Well-Being ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผ่าน 4 มิติหลักอย่าง Well-Sensed, Well-Balanced, Well-Connected และ Well-Lived ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกถ่ายทอดและสอดประสานผ่าน 3 ศาสตร์แห่งการออกแบบได้อย่างน่าสนใจ

บ้านโครงการ แสนสิริ ที่เน้นสุขภาวะและ Well-Being 2

1. Landscape Design: เมื่อธรรมชาติไม่ได้มีไว้แค่ให้ดูสวย แต่คือ ‘ฟังก์ชัน’ ที่สร้างคุณภาพชีวิตได้จริง

บ่อยครั้งที่เรามองงานภูมิสถาปัตยกรรมหรือสวนในบ้านเป็นเพียงเรื่องของความสวยงามตกแต่ง แต่ในมุมมองของการสร้าง Well-Being ธรรมชาติคือ ‘ฟังก์ชัน’ สำคัญที่ส่งผลต่อเคมีในสมองและคุณภาพชีวิตของมนุษย์โดยตรง

มีงานวิจัยระดับโลกจากมหาวิทยาลัย Harvard ระบุว่า ผู้คนที่ได้อยู่อาศัยใกล้ชิดกับธรรมชาติ มีอัตราการเสียชีวิตลดลงและมีอายุยืนยาวขึ้นถึง 12% แสนสิริจึงไม่ได้ออกแบบสวนไว้แค่เพื่อความสวยงาม แต่คิดสเปซเพื่อชวนให้ผู้อยู่อาศัยออกมารับ Daily Dose of Nature อย่างน้อย 17 นาทีต่อวัน หรือราว 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ผ่านการดีไซน์เส้นทางเดินออกกำลังกาย หรือมุมพักผ่อนที่มี Soundscape อย่างเสียงน้ำและเสียงนก ซึ่งงานวิจัยรองรับว่าเพียงแค่ได้ยิน ก็ช่วยลดความเครียดและปรับอารมณ์ให้ดีขึ้นต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง

บ้านโครงการ แสนสิริ ที่เน้นสุขภาวะและ Well-Being 3

ที่สำคัญคือความใส่ใจในรายละเอียดระดับองศาของแสงแดด ทีมดีไซน์คำนวณทิศทางแดดช่วง 17.00 น. เพื่อจัดวางตำแหน่งต้นไม้ให้เงาทอดยาวกระทบกับ Facade ด้วยมุม 16-24 องศา ให้เกิดมิติแสงเงาธรรมชาติที่ผ่อนคลายที่สุดของวัน และเปลี่ยนสวนในบ้านให้กลายเป็นพื้นที่เติมพลังใจได้อย่างแท้จริง

2. Architecture Design: วางผังบ้านให้พอดีกับธรรมชาติ และคิดเผื่ออนาคต

งานสถาปัตยกรรมทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างสภาพแวดล้อมกับผู้อยู่อาศัย คอยกรองสิ่งที่ไม่ต้องการออกไป ทั้งความร้อน ฝุ่น มลพิษ และเสียงรบกวนภายนอก พร้อมเปิดรับช่องลมและแสงแดดธรรมชาติในทิศทางที่สอดคล้องกับพฤติกรรมคนในบ้าน

นอกจากนี้ยังเป็นการออกแบบที่คิดไปถึงภาพใหญ่ในอนาคต (Responsible Architecture) ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และเป้าหมาย Net Zero เพื่อให้บ้านสามารถปกป้องผู้อยู่อาศัยและโลกได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวอีก 30-50 ปีข้างหน้า

บ้านโครงการ แสนสิริ ที่เน้นสุขภาวะและ Well-Being 4

3. Interior Design: เลิกสร้างบ้านตัวอย่างแล้วหันมาสร้าง ‘สเปซของชีวิตจริง’

การออกแบบภายในยุคนี้เปลี่ยนจากการเน้นความ ‘ว้าว’ หรือเฟอร์นิเจอร์สุดหรู  มาเป็นการยึดความต้องการพื้นฐานของมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตจริงได้อย่างผ่อนคลาย

พื้นที่ภายในเปิดกว้างให้สะท้อนความเป็นตัวเองและสร้างความสงบทางใจ เช่น การออกแบบพื้นที่สูงโปร่งอย่าง Double หรือ Triple Volume ไม่ใช่แค่เรื่องความโปร่งหรูหรา แต่คือสเปซที่ช่วยเชื่อมโยงสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ต่างชั้นกัน ให้ยังคงมองเห็นและได้ยินเสียงกันได้เสมอ

บ้านโครงการ แสนสิริ ที่เน้นสุขภาวะและ Well-Being 5

จากแนวคิด…สู่พื้นที่การใช้ชีวิตจริง

แนวคิดทั้งหมดนี้ไม่ได้อยู่แค่บนกระดาษ แต่กำลังถูกยกระดับขึ้นเป็นคอมมูนิตี้การอยู่อาศัยจริงอย่าง Sansiri Wellscape Krungthep Kreetha Community โดยมีโครงการนำร่องอย่างบุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา ที่ออกแบบบ้านโดยยึดพื้นฐานการใช้ชีวิตและสุขภาวะเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการเปิดตัวสปอร์ตคอมเพล็กซ์อย่าง S Quarter เพื่อเติมเต็ม Ecosystem การอยู่อาศัยและการดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

บ้านโครงการ แสนสิริ ที่เน้นสุขภาวะและ Well-Being 6

ท้ายที่สุดแล้ว ดีไซน์ที่ตอบโจทย์ชีวิตเราได้ดีที่สุด อาจไม่ใช่ดีไซน์ที่หรูหราอลังการที่สุด… แต่คือดีไซน์ที่ทำงานเงียบๆ อยู่เบื้องหลัง เพื่อคืนสมดุลให้ร่างกาย เติมพลังให้จิตใจ และทำให้เราได้ยินเสียงความสุขของตัวเองในทุกๆ วันที่ได้กลับบ้าน