รบ.ปลุกความเชื่อมั่นผู้ส่งออกไทย ย้ำเร่ง FTA เปิดตลาดโลก-ลดกำแพงภาษี


07 ส.ค. 2569 | 11:46น.
รบ.ปลุกความเชื่อมั่นผู้ส่งออกไทย ย้ำเร่ง FTA เปิดตลาดโลก-ลดกำแพงภาษี

นายกฯ พบผู้ส่งออกไทยปลุกความเชื่อมั่น ย้ำเร่ง FTA เปิดตลาดโลก-ลดกำแพงภาษี ดันเอกชนไทยขึ้นห่วงโซ่อุปทานโลกสร้างรายได้ ย้ำ รบ.เตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับภาคธุรกิจ 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2569 หรือ Prime Minister’s Export Award 2026 โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน เอกอัครราชทูต และผู้ประกอบการ เข้าร่วม

นายอนุทิน กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลว่า รางวัลนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่น ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ที่ทำให้สินค้าไทยได้รับการยอมรับในตลาดโลก ในวันที่เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนเร็วและโครงสร้างการผลิตโลกกำลังจัดตัวใหม่

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแข่งขันของประเทศวันนี้ไม่ใช่แค่การส่งออกให้ได้ปริมาณมากที่สุด แต่คือการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก หรือ Global Supply Chain ให้ลึกและกว้างขึ้น ตั้งแต่วัตถุดิบ ชิ้นส่วน เทคโนโลยี สินค้า ไปจนถึงบริการมูลค่าสูง

รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน กฎระเบียบ และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดต่างประเทศ เพื่อให้ไทยเป็นฐานผลิตและฐานส่งออกสำคัญของภูมิภาค

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลกำลังเร่งเปิดโอกาสทางการค้าผ่านความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA กับประเทศและภูมิภาคสำคัญ ควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากความตกลงที่มีอยู่แล้วให้เต็มศักยภาพ เพราะ FTA จะช่วยลดต้นทุน เปิดตลาดใหม่ และสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนที่ต้องการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก

จากการเดินทางพบผู้ประกอบการในต่างประเทศ พบว่าหลายธุรกิจขนาดใหญ่มีเจ้าของเป็นคนไทย และต้องการใช้วัตถุดิบหรือสินค้าประกอบจากไทย แต่ยังติดกำแพงภาษี หากการเจรจา FTA กับยุโรปสำเร็จ ภาษีบางรายการที่สูงถึง 25% จะหายไปทันที

สินค้าอย่างน้ำมันประกอบอาหาร ปลา เนื้อ กุ้ง บรรจุภัณฑ์ และวัตถุดิบจากไทย จะมีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตในต่างประเทศมากขึ้น หากกำแพงภาษียังอยู่ โอกาสสั่งซื้อจากไทยก็ลดลง

“ผมไปพบคู่ค้าหลายประเทศ ไม่มีใครบ่นว่าสินค้าไทยไม่มีคุณภาพ มีแต่บอกให้เราเร่งจบ FTA เร็วๆ เพื่อเพิ่มกำลังผลิต เพิ่มคำสั่งซื้อ และใช้ของจากไทยให้มากขึ้น”

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อ FTA กับประเทศใดเดินหน้าได้สำเร็จ มูลค่าการค้าระหว่างกันมีโอกาสเติบโต 3-5 เท่า ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่ตัวเลขส่งออก แต่คือการจ้างงาน รายได้ และโอกาสให้คนไทยเข้าไปเป็นซัพพลายเชนของสินค้าชั้นนำทั่วโลก

รัฐบาลยังเดินหน้าสร้างเศรษฐกิจใหม่ ผ่านอุตสาหกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีชีวภาพ การแพทย์สมัยใหม่ เศรษฐกิจสีเขียว และพลังงานสะอาด เพื่อให้ไทยไม่ใช่เพียงผู้ผลิตตามคำสั่ง แต่เป็นผู้สร้างนวัตกรรมและมูลค่าเพิ่ม

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยต้องเชื่อมั่นในสินค้าไทยไม่น้อยกว่าคู่ค้าต่างชาติ เพราะทุกเวทีที่รัฐบาลเดินทางไป ทุกฝ่ายยืนยันตรงกันว่าสินค้าไทยมีคุณภาพ เป็นที่ต้องการ และยังมีพื้นที่เติบโตอีกมาก หากคนไทยอุดหนุนกันเองควบคู่กับการส่งออก ความแข็งแกร่งจะเพิ่มขึ้นมหาศาล

ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมทำหน้าที่เปิดประตูตลาดโลก เชื่อมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะที่ภาคเอกชนต้องเดินหน้าสร้างนวัตกรรม รักษาคุณภาพ ยกระดับแบรนด์ และขยายกิจการ

“รัฐบาลได้เตรียมโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานไว้รองรับแล้ว ขอให้ผู้ประกอบการคิดเรื่องขยายกิจการ พัฒนาธุรกิจ และเพิ่มมูลค่าสินค้า รัฐบาลนี้จะเป็นพาหนะให้ท่านขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ต้องการ”