
นายกฯ หารือ ปลัดกลาโหมสหรัฐ ย้ำจุดยืนไทยไม่นำความร่วมมือกลาโหมต่อรอง ‘ภาษีทรัมป์‘ เร่งสรุปเจรจาการค้าต่างตอบแทนเร็วที่สุด ขอบคุณประธานาธิบดีสหรัฐช่วยทำให้ปมไทย-กัมพูชา คลี่คลายโดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
นายเอลบริดจ์ โคลบี ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาฝ่ายนโยบาย เข้าพบหารือกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ กล่าวต้อนรับปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฝ่ายนโยบาย โอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก พร้อมแสดงความยินดีต่อพัฒนาการเชิงบวกของความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
นายกรัฐมนตรียืนยันจุดยืนที่ชัดเจนของรัฐบาลไทยว่าความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐเป็นหนึ่งในเสาหลักของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และไทยไม่มีนโยบายนำความร่วมมือด้านกลาโหมมาเป็นเงื่อนไข หรือเครื่องมือต่อรองในการเจรจาการค้า โดยการหารือด้านการค้า และความมั่นคงต่างดำเนินไปบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน และผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องของแต่ละด้าน
ขณะที่ด้านความร่วมมือทางการทหาร นายกฯเน้นย้ำว่าไทยและสหรัฐเป็นพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ยาวนานถึง 193 ปี โดยไทยให้ความสำคัญกับความเป็นพันธมิตร และหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับสหรัฐมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ แต่ยังมีส่วนสำคัญต่อสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพของภูมิภาค

ทั้งสองฝ่ายจึงควรร่วมกันเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรไทย-สหรัฐให้เข้มแข็งและสอดรับกับบริบทระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งสามารถรับมือกับภัยคุกคาม และความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า ไทยเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐ ขณะเดียวกันสหรัฐให้ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อภูมิภาค และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับประเทศที่มีหลักการและเป้าหมายร่วมกันในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ และความมั่นคงของภูมิภาค พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับไทย เพื่อร่วมกันรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนและสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยมุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงสมัยใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถและความทันสมัยของกองทัพ ตลอดจนต่อยอดความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างกัน
สำหรับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ นายกฯ กล่าวถึงการพบหารือกับนายแคช พาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการยกระดับความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาค ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญ

นายกฯยังกล่าวถึงประเด็นสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการสนับสนุนการคลี่คลายสถานการณ์ พร้อมยืนยันว่าไทยยังคงยึดมั่นในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลักการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และการแก้ไขปัญหาอย่างสันติผ่านกลไกทวิภาคี รวมทั้งการปฏิบัติตามข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ (KL Accords) โดยมุ่งรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง และเสถียรภาพในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ด้านเศรษฐกิจ นายกฯยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการเร่งสรุปการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade) ระหว่างไทยกับสหรัฐโดยเร็วที่สุด
ในตอนท้าย นายกฯกล่าวด้วยว่า ไทยพร้อมสานต่อความสัมพันธ์อันยาวนาน และเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรไทย-สหรัฐ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น มุ่งขยายความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ และร่วมกันส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพของภูมิภาคต่อไป




