ความหวังเศรษฐกิจใหม่ของไทย อยู่ที่ Gen X และ Gen Z Ipsos บอก แบรนด์ควรเจาะ 2 กลุ่มนี้ เพราะมีกำลังซื้อสูงถึง 7.6 ล้านล้านบาท

สังคมสูงวัย เด็กเกิดใหม่น้อย งั้นอนาคตประเทศไทย ใครจะเป็นกำลังหลัก?

gen x gen z

หลายคนคงทราบดีอยู่แล้วว่า ทุกวันนี้ ประเทศไทยมีสัดส่วนผู้สูงวัยมากขึ้น สวนทางกับเด็กเกิดใหม่ที่น้อยลงจนเป็นวิกฤติ ซึ่ง ‘Ipsos’ บริษัทวิจัยทางการตลาดระดับโลก เผยว่า ภายในปี 2050 ราว 1 ใน 3 ของประชากรประเทศจะมีอายุมากกว่า 60 ปี ขณะที่อัตราการมีลูกยังลดลงอย่างต่อเนื่องในอัตรา 5% จาก 5 ปีที่ผ่านมา

เมื่อเทียบสัดส่วนประชากรตามเจเนอเรชันแล้ว Ipsos พบว่า ประเทศไทยมี

  • Gen Alpha: 9.8 ล้านคน (13.63%)
  • Gen Z: 14.8 ล้านคน (20.67%)
  • Gen Y: 16.5 ล้านคน (22.97%)
  • Gen X: 16.8 ล้านคน (23.41%)
  • Baby Boomers: 11.7 ล้านคน (16.39%)
  • Silent: 2.1 ล้านคน (2.88%)
  • Greatest: ~28,000 คน (0.04%)

จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นว่าประชากรวัยทำงานส่วนใหญ่อย่าง Gen X และ Gen Y ยังคิดเป็นกว่า 46% ของประชากรไทยทั้งหมด แต่เมื่อพิจารณาตามกำลังซื้อแล้ว Ipsos เผยว่า ความหวังของเศรษฐกิจไทยทุกวันนี้คือ Gen Z กับ Gen X ต่างหาก ซึ่งเป็นเพราะอะไร? มาดูกัน

Gen X กำลังซื้อ 5 ล้านล้าน เครื่องยนต์หลักปัจจุบัน แต่ส่วนมากไม่มั่นใจในการเงินของตนเอง

สินเชื่อส่วนบุคคล

มาเริ่มที่ Gen X (1965-1980) ซึ่ง Ipsos มองว่า นี่คือเจเนอเรชันที่มั่งคั่งที่สุดในประเทศ แถมยังตีเป็นมูลค่ากำลังซื้อถึง 5 ล้านล้านบาท แต่ก็พบความย้อนแย้งภายในตัวอยู่ไม่น้อย

Ipsos อธิบายว่า แม้จะเป็นเจเนอเรชันที่มีกำลังซื้อมากที่สุด แต่ 62% ของ Gen X รู้สึกว่า การเงินของตนเองยังไม่พร้อมสำหรับชีวิตหลังเกษียณ เนื่องจากครึ่งหนึ่งยังต้องดูแลทั้งพ่อแม่สูงวัย ลูกๆ วัยเด็ก และบริหารจัดการทุกอย่างในบ้านเองทั้งหมด

ที่สำคัญ 68% ของ Gen X ยังเน้นถือเงินสดมากกว่าเอาเงินไปลงทุนด้วย ซึ่งสะท้อนถึงความไม่มั่นใจในการเงินของตนเองเลย และราว 54% มีความมั่นใจต่ำลงว่า จะสามารถนำเงินไปลงทุน รวมถึงลงเงินให้กับแผนการเกษียณหรือการศึกษาลูกๆ ในอนาคตได้

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนหนึ่งที่ Gen X มีความมั่นใจทางการเงินน้อยขนาดนี้ ก็อาจเป็นเพราะ 81% กลัวตนเองเผลอโอนเงินให้บัญชีต้องสงสัยหรือผิดบัญชี ขณะที่ 73% กลัวตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพ 

Gen Z กำลังซื้อ 2.6 ล้านล้าน เครื่องยนต์ใหม่แห่งอนาคต ยินดีจ่ายเพื่อคุณภาพ แต่ต้องเก็บออมด้วย

ในส่วนของ Gen Z (1997 – 2012) พวกเขามีกำลังซื้อรวมกันมากถึง 2.6 ล้านล้านบาท และจำนวนไม่น้อยเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงานแล้ว

Ipsos เผยว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้ 90% ของ Gen Z ถือคติ “อยู่กับปัจจุบัน” แต่การเก็บออมสำหรับอนาคตก็ยังสำคัญ ซึ่งในมุมมองของพวกเขา ความสำเร็จในชีวิตไม่ใช่การการแต่งงานมีลูก หรือซื้อบ้าน แต่คือ ‘ความมั่นคง’ ต่างหาก

60% ของ Gen Z ไทยจึงมองว่า ความเป็นอิสระทางการเงินคือหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของชีวิต ส่งผลให้ส่วนใหญ่เริ่มชะลอแผนการใช้เงินออกไปบ้างแล้ว และยังลงทุนอย่างต่อเนื่องในทุกเดือน

Ipsos คาดว่า Gen Z จะเป็นเครื่องยนต์หลักของภาคธุรกิจในอนาคต โดยทุกวันนี้ กลุ่มที่เพิ่งเริ่มทำงานก็หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีคุณค่า และมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นแล้ว ขณะที่ในภาพรวม ยังเน้นสินค้าที่มีภาพลักษณ์โดนใจตนเองอยู่

สรุปแล้ว กำลังซื้อของ Gen X และ Gen Z นั้นมีมูลค่ารวมกันมากถึง 7.6 ล้านล้านบาท ซึ่งแม้พวกเขาจะมีมุมมองต่อการเงินที่ต่างกัน แต่ Ipsos เชื่อว่า แบรนด์ในประเทศก็ควรทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งสองวัยนี้ไว้ เพราะพวกเขานี่ล่ะคือตัวขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจในปัจจุบัน จนถึงอนาคต

ที่มา: Ipsos

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา