เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่อาคาร FA Thailand สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวและจับสลากการแข่งขันฟุตบอล เยาวชนไทย รายการ “โค้ก คัพ ยู 17 ไทยแลนด์ ฟุตบอล แชมเปี้ยนชิพ 2026” รอบชิงแชมป์ประเทศไทย
การแถลงข่าวและจับสลากในครั้งนี้ นำโดย ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อุปนายกสมาคมฯ พร้อมด้วย เอกพล พลนาวี เลขาธิการสมาคมฯ, มนูญ อุทะกะวารี รองเลขาธิการสมาคมฯ , กุลวรรธน์ โคมิน ผู้อำนวยการ ผลิตภัณฑ์โคคา-โคล่า ประเทศไทย และ พรพนา ชัยประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมและปฏิบัติการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พบทอง สวัสดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน), มนูญ อุทะกะวารี รองเลขาธิการฝ่ายสื่อสารองค์กร สมาคมฯ และผู้แทนจาก 12 ทีมที่ผ่านเข้ารอบ รวมถึงสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน
สำหรับ การแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทย จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม แข่งขันระหว่างวันที่ 18-20 สิงหาคม 2569 ที่ ธันเดอร์โดม สเตเดียม และ แพท สเตเดียม โดย 12 ทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงแชมป์ ประเทศไทย มีดังนี้
โซนภาคกลางและตะวันตก แชมป์ ชัยนาท ฮอร์นบิล รองแชมป์ นครปฐม ยูไนเต็ด
โซนภาคตะวันออก แชมป์ ชลบุรี เอฟซี รองแชมป์ ระยอง เอฟซี
โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แชมป์ โรงเรียนกันทรารมณ์ รองแชมป์ : โรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ
โซนภาคใต้ แชมป์ : โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาพิทยานุสรณ์ รองแชมป์ : โรงเรียนกีฬาจังหวัดยะลา
โซนภาคเหนือ แชมป์ : เชียงใหม่ เอฟซี รองแชมป์ แม่โจ้ ยูไนเต็ด
กรุงเทพและปริมณฑล แชมป์ : อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด รองแชมป์ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
โดยผลการจับสลากมีดังนี้
กลุ่ม A – โรงเรียนกันทรารมณ์, อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด, นครปฐม ยูไนเต็ด
กลุ่ม B – เชียงใหม่ เอฟซี, ชลบุรี เอฟซี, ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
กลุ่ม C – ชัยนาท ฮอร์นบิล, โรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ, ระยอง เอฟซี
กลุ่ม D – โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาพิทยานุสรณ์, แม่โจ้ ยูไนเต็ด, โรงเรียนกีฬาจังหวัดยะลา
โดยรูปแบบการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม ทั้งสามทีมจะพบกันหมด โดยทีมที่ชนะจะได้ 3 คะแนน ทีมที่แพ้จะไม่ได้คะแนน กรณีที่เสมอกัน จะตัดสินกันที่การดวลจุดโทษทันที โดยทีมชนะจุดโทษ จะได้ 2 คะแนน และ แพ้จุดโทษ ได้ 1 คะแนน
หลังจากนั้น จะนำทีมแชมป์ทั้ง 4 กลุ่ม ไปแข่งขันกันต่อในรอบรองชนะเลิศ (แชมป์กลุ่ม A VS แชมป์กลุ่ม B) และ (แชมป์กลุ่ม C VS แชมป์กลุ่ม D) รอบชิงชนะเลิศ โดยทั้งสองรอบจะแข่งขันกัน ที่ สนามศุภชลาศัย กรุงเทพฯ วันที่ 22 – 23 สิงหาคม 2569 ต่อไป โดยทีมชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติ และรองแชมป์รับเงินรางวัล 500,000 บาท
สำหรับ การแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทย ทุกนัดจะถ่ายทอดสดผ่าน แฟนเพจ FA Thailand และ Youtube FA Thailand , นัดขิงชนะเลิศ ถ่ายทอดสดผ่าน สถานีโทรทัศน์ PPTV HD ช่อง 36
การแข่งขันในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงฝีเท้าระดับภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเฟ้นหา และพัฒนานักเตะดาวรุ่งที่มีศักยภาพเข้าสู่ ทีมชาติไทย ยู17 ผ่านโมเดล T-MASC อย่างเป็นระบบ โดยรวบรวมนักเตะเยาวชนอายุไม่เกิน 17 ปี จาก 32 ทีมทั่วภูมิภาคตะวันออก ที่พร้อมลงสนามแข่งขันอย่างเต็มที่ เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1.5 ล้านบาท ในรอบชิงชนะเลิศต่อไป และโอกาสก้าวสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพและเวทีฟุตบอลระดับโลกในอนาคต





