‘ยศชนัน’ ชี้ไทยต้องทำพื้นฐาน AI ให้แน่น หลัง​ ‘สหรัฐ’ ​กดดันพันธมิตรเลือกข้าง


17 ส.ค. 2569 | 10:28น.
ยศชนัน ชี้ไทยต้องทำพื้นฐานข้อมูล Ai ให้แน่น รับมือหลัง​ สหรัฐ ​กดดันพันธมิตรเลือกข้าง

‘ยศชนัน’ มอง​ สหรัฐ​กดดันประเทศพันธมิตรเลือกข้างศึก AI ชี้ไทยต้องสร้างพื้นฐานข้อมูล​ -​ ความรู้ให้แน่น หวังใช้​เป็นแต้มต่อเลือกความเหมาะสมทางเทคโนโลยี​ได้ มั่นใจไทยเตรียมพร้อมใช้ความเชื่อมั่นนักลงทุน

นายยศชนัน​ วงศ์สวัสดิ์​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกา เตรียมแจ้งประเทศพันธมิตร ต้องเลือกข้างในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับจีน ว่า เรื่อง AI มีหลากหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มที่ทำเรื่องเซมิคอนดักเตอร์​ ซึ่งมีการพูดคุยกันในกลุ่มพอสมควร​ และจากการที่ไปร่วมประชุม AI ประเทศจีน​ ในการประชุมสุดยอดอินเทอร์เน็ตโลก​ (WIC) ซึ่งก็อาจจำเป็นจะต้องเข้าร่วม

แต่ก็ต้องมีบางมุมที่ต้องพิจารณา​ แต่ในส่วนของประเทศไทยหากต้องการได้เปรียบที่สุด จะต้องเป็นประเทศที่เป็นกลาง ฉะนั้นในมุมการเข้าร่วมจะต้องมีมุมเหล่านี้ ซึ่งต้องมีการหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ​ ว่าจะวางตัวอย่างไร​ เพื่อหาแง่มุมต่างๆ

ส่วนมองว่าการเลือกข้างมีความจำเป็นหรือไม่ นาย​ย​ศชนัน​ ยืนยันว่า​ ท้ายที่สุดแล้ว เป็นอย่างที่ตนพูดมาตลอด ตอนนี้ภายในประเทศไทยเรามีความพยายามทำความเข้มแข็ง ในส่วนที่เรามีความจำเป็นจะต้องเข้มแข็งในเรื่องพื้นฐาน​ที่ขาดไม่ได้เลย​ ซึ่งที่ผ่านมาก็คุยกับหลายประเทศทั้ง ฝรั่งเศส​ ญี่ปุ่น​ เกาหลี​ ซึ่งในเรื่องพื้นฐาน​ของไทยให้เข้มแข็ง​ ไม่เช่นนั้นเราจะถูกต่อรองโดยตลอด

ฉะนั้นที่เร่งทำมา 2-3 เดือน เพื่อให้เรามีเรื่องพื้นฐานเป็นของเรา แม้จะถูกปฏิเสธบางเรื่องแต่ก็พออยู่ได้ และมีความคืบหน้าพอสมควร​ ไม่ต้องกังวลอะไร​ เพราะติดตามเรื่องนี้อยู่ตลอด

นอกจากนี้มีการเตรียมทีมคนทั้งในและต่างประเทศให้สามารถทำเรื่องเหล่านี้ร่วมกัน ฉะนั้นเรื่องเหล่านี้ควรเป็นตัวตั้ง และจากนั้นก็ไปดูว่าเรื่องไหนยอมได้หรือไม่ ไม่ใช่ไปดูว่าเรายอมใครหรือไม่ยอมใคร แต่ต้องอยู่ที่พื้นฐานของเราว่าเรื่องไหนเป็นของเรา และมีความเข้มแข็งในเรื่องใด จากนั้นจะนำไปสู่เรื่องการตั้งแผนต่างๆ ซึ่งเคยเป็นแผนที่เคยทำอยู่แล้ว และต้องเร่งทำให้เข้มแข็งเร็วที่สุด

เมื่อถามว่า การออกมากดดันของประเทศมหาอำนาจเช่นนี้ ไทยจะวางตัวเป็นกลางอย่างไรให้สามารถอยู่ได้ นายยศชนัน​ ยืนยันว่า​ ความรู้พื้นฐาน​ วิทยาศาสตร์​และเทคโนโลยี​ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก​ การลงทุนเรื่องนี้จริงจังต้องเกิดขึ้น พูดมาตลอดว่าเรื่องโครงสร้างพื้นฐานควรทำเรื่องนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ AI อย่างเดียว ซึ่ง AI คือชั้นบนสุดข้างล่างคือเรื่องข้อมูลทั้งหมด

โดยรัฐบาลคิดคนเดียวไม่ได้​ ภาคเอกชนต่างๆ ต้องเข้ามาร่วม​ แต่ตรงไหนเสี่ยงรัฐบาลจะเริ่มทำให้ก่อน ตรงไหนเริ่มเห็นผลทางธุรกิจ เอกชนก็จะเข้ามาเชื่อมโยง​ ฉะนั้นเรื่องความจำเป็นในการเก็บข้อมูลต่างๆ และความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ มีความเชื่อมโยงกันหมด เราก็ทำมาตลอด 3 เดือนนี้

ถ้าพูดถึงเรื่อง AI​ แล้วถามว่าต้องร่วมหรือไม่ร่วม แต่พื้นฐานจริงๆคือเรื่องของฮาร์ดแวร์ ความปลอดภัย และข้อมูลต่างๆ ฉะนั้นถ้าเรามีฐานข้อมูลก็จะมีเอกราชฐานข้อมูล ว่า AI ตัวใดจำเป็นที่จะต้องร่วมมือ กับใคร หรือตัวไหนที่จะสามารถร่วมมือกับใครได้บ้าง

นายยศชนัน​ ยังยอมรับว่า​ ถ้าเรามีพื้นฐานแน่น ก็จะตอบง่ายเลยว่า​เรื่องนี้ควรจะไปกับคนไหน หรือจะไปกับคนนี้ในเรื่องไหน แต่ถ้าเราไม่มีพื้นฐานก็จะกลัว และความกลัวจะเกิดขึ้น​

ฉะนั้นเรื่องนี้ มองว่าควรจะต้องลงทุนจริงๆ และทุกคนก็ต้องมาร่วมกัน ใช้คอนเนคชั่น​ทั้งรัฐและเอกชน​ ผ่านการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ​ (กรอ.)​ เพราะมองว่า AI เป็นสับเซตของเทคโนโลยี​ และอยากให้มองในภาพรวม ว่าจะเป็นโอกาสของประเทศไทยที่ทุกคนตระหนักและมองเห็นว่าจะต้องทำอย่างจริงจัง

เมื่อถามว่า จะให้ความมั่นใจกับนักลงทุนอย่างไร​ นายยศชนัน​ ระบุว่า ขอให้มั่นใจ​เพราะเราทำ กรอ.​4 ขา​ คือ 1.ด้านลงทุน กำกับดูแลโดยนายเอกนิติ​ นิติ​ทัณฑ์​ประภาศ​ รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การคลัง 2. การขาย​ กำกับดูแลโดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

3.คนและเทคโนโลยี ตนเป็นผู้กำกับดูแลจะเชื่อมโยงกับด้านการลงทุนและการค้าขาย และ 4 การพัฒนาและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ​ โดยมีนายปกรณ์​ นิลประพันธ์​ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ดู

ฉะนั้นขณะนี้เราเตรียมความพร้อม อย่างชัดเจน จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นกับนักลงทุน และเข้ามาลงทุนกับประเทศไทย มีความสามารถในการดึงดูดและถ่ายทอดเทคโนโลยีออกมาได้ โดยไม่เสียเปรียบประเทศใด ซึ่งเราสามารถมองในเรื่องกฎระเบียบในการใช้ กรอ.​ เป็นตัวขับเคลื่อน​