
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงความคืบหน้ากระบวนการประนอมภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS ว่า ศาลประจำอนุญาโตตุลาการ หรือ PCA มีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตแคทรีนา คูเปอร์ ชาวออสเตรเลีย เป็นผู้ประนอมบุคคลที่ 5 ซึ่งจะปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการประนอม โดยเอกอัครราชทูตคูเปอร์เป็นนักการทูต และนักกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ไทยสนับสนุน ได้รับการยอมรับในวงการกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ตลอดจนมีประสบการณ์ทั้งในด้านกฎหมายระหว่างประเทศและการเจรจา
นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ด้านการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเอื้อต่อความเข้าใจบริบทและประเด็นละเอียดอ่อนในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยที่ผ่านมาเคยปฏิบัติหน้าที่เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำเม็กซิโก และตัวแทนร่วม หรือ Co-Agent ของรัฐบาลออสเตรเลียในการประนอมภายใต้ UNCLOS ระหว่างออสเตรเลียกับติมอร์-เลสเต ซึ่งสะท้อนถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
นายสาวใจไทยกล่าวถึงขั้นตอนหลังจากนี้ว่า เมื่อมีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการประนอมโดยสมบูรณ์ทั้ง 5 คนแล้ว โดยฝ่ายไทยมีการแต่งตั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนร่วม และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต ทำหน้าที่รองผู้แทน ซึ่งคณะกรรมาธิการประนอมจะกำหนดวันประชุมครั้งแรก ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าน่าจะสามารถจัดขึ้นได้ภายในเดือนกันยายน 2569 ยังต้องรอฟังรายละเอียดที่แน่นอนอีกครั้ง ส่วนวาระสำคัญจะรวมถึงการพิจารณาจัดทำข้อบังคับ เพื่อเป็นหลักเกณฑ์ และกรอบดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ ตลอดจนเป็นแนวทางสำหรับการประชุมและการดำเนินกระบวนการที่เกี่ยวข้อง
นายสาวใจไทย กล่าวย้ำว่า กระบวนการประนอมไม่ใช่การขึ้นศาล ผลลัพธ์ไม่ใช่คำพิพากษา และมีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็นข้อเสนอแนะที่ทั้งสองฝ่ายจะนำไปพิจารณา โดยกรรมาธิการทั้ง 5 คน ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง และเข้าใจในบริบทของสถานการณ์ และจะช่วยทำให้ข้อเสนอแนะหรือทางออกมีความสมดุล ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องมีการเสนอมุมมองและชี้แจงข้อเท็จจริง สุดท้ายก็จะต้องพิจารณาว่าข้อเสนอแนะจากคณะกรรมาธิการว่า ท้ายที่สุดจะเป็นพื้นฐานให้ทั้งสองฝ่ายนำไปพูดคุยต่อไปอย่างไร โดยในฐานะที่ไทยเป็นสมาชิกสมาคมระหว่างประเทศ ที่มีความรับผิดชอบ และเคารพในกฎหมายระหว่างประเทศ ไทยก็พร้อมจะสนับสนุน และเข้าร่วมกระบวนการอย่างเต็มที่บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน โดยกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างดีที่สุด
เมื่อถามถึงกรณีที่วันนี้ (17 ส.ค.) ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่จังหวัดอุบลราชธานี กระทรวงการต่างประเทศได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วหรือไม่ว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าหรือทุ่นใหม่ และจะมีการประท้วงหรือไม่ นางสาวใจไทย กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจกับทหารที่ได้รับบาดเจ็บในกรณีนี้ ซึ่งขณะนี้รอรายละเอียดจากกองทัพ




