นายกฯ ชี้คนไทยควรสามัคคี ไม่ต้องเกี่ยว กม.นิรโทษฯ ย้ำแก้ จชต.ใช้แนวทางเดิม


23 ส.ค. 2569 | 19:47น.
นายกฯ ชี้คนไทยควรสามัคคี ไม่ต้องเกี่ยว กม.นิรโทษฯ ย้ำแก้ จชต.ใช้แนวทางเดิม

นายกฯ บอกคนไทยต้องสามัคคีกันไว้ ไม่เกี่ยวได้รับการนิรโทษฯแล้วถึงจะสามัคคี หลังราชกิจจาฯ ประกาศกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมืองครอบคลุมเหตุชุมนุม – แสดงออกทางการเมืองกว่า 20 ปี ชี้ทางการรุกปราบผู้ก่อการร้าย ยึดทรัพย์ จับของเถื่อนเป็นเหตุถูกโต้กลับ ย้ำไม่เปลี่ยนการทำงาน-ลุยเอาผิดต่อ 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 หรือ กฎหมายนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมหรือแสดงออกทางการเมือง ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2548 – 16 ก.ค.2568 มองบรรยากาศการเมืองหลังจากนี้อย่างไร

นายกฯ กล่าวว่า เราคนไทยควรจะสามัคคีกันไว้ ไม่เกี่ยวกับคนที่จะต้องได้รับการนิรโทษกรรมถึงจะมาสามัคคีกัน เราเป็นคนไทยด้วยกันเอง ศัตรูคนที่ไม่หวังดีกับประเทศมีมากมาย สิ่งที่จะทำให้ชัยชนะเกิดขึ้น และทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ เกิดความสามัคคีของคนในชาติ เราต้องไม่ว่ากล่าวให้ร้ายพวกกันเอง ไม่พูดอะไรที่เป็นการบั่นทอน หรือทำให้ขวัญกำลังใจของคนในชาติ

รวมถึงเจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องได้รับผลกระทบ เราต้องเชียร์เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ทหารอาสาสมัครทั้งหลาย ให้มีกำลังใจในการป้องกันประเทศ ป้องกันบ้านของเรา

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนหลายจุด ว่า ได้รับรายงานตั้งแต่เมื่อคืน ซึ่งทางกองทัพบก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และได้หารือกับแม่ทัพภาค 4  เพื่อประเมินสถานการณ์

โดยที่ผ่านมามีปฏิบัติการในการนำตัวผู้กระทำผิดกฎหมายมาลงโทษ การตรวจค้นการยึดทรัพย์ การปราบปรามอย่างเข้มข้น ต่อขบวนการทำผิดกฎหมายทุกอย่าง ไม่ใช่เฉพาะผู้ก่อการร้าย แต่รวมไปถึงเรื่องการปราบปรามยาเสพติดอย่างรุนแรง รวมทั้งของเถื่อน เช่น บุหรี่

พร้อมย้ำว่าการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งหมด ในช่วงหลังเราดำเนินการอย่างเต็มที่ จึงมีการตอบโต้จากฝ่ายตรงข้ามบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าจะต้องท้อถอย ถอยร่น หรือเปลี่ยนแนวทางการทำงาน แต่ยังคงต้องดำเนินการปราบปรามการกระทำที่ผิดกฎหมายต่อไปอย่างเต็มที่

ส่วนเรื่องของการข่าวที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมถึงไม่รู้ล่วงหน้า นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การข่าวมีมาโดยตลอด แต่การกระทำที่ไม่สงบ หากดูจากรูปแบบที่มีการรายงานมาก็คือ ไม่ได้มุ่งไปที่ชีวิต แต่เป็นการก่อกวน ทำให้เกิดสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการส่งสัญญาณ และเป็นการโต้ตอบกับฝ่ายเรา แต่ทางการไม่ได้ถือว่าสิ่งเหล่านี้ จะต้องเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินงาน 

เมื่อถามถึงแนวทางการเจรจา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเจรจาเป็นขั้นตอนที่เรามีความพยายามเจรจาอยู่แล้วซึ่งเราคิดว่าระหว่างการเจรจาก็ไม่ควรมีเหตุร้ายแต่ถ้าหากฝั่งของเขาไม่หยุดก่อเหตุเรื่องของการเจรจาก็เป็นเรื่องการเจรจาไปส่วนเรื่องของการป้องกันประชาชนการต่อสู้เพื่อไม่ให้คนเหล่านี้เข้ามาทำลายบ้านเมืองทรัพย์สินและประชาชนก็จะดำเนินการในแนวทางของเรา