
การเป็นแบรนด์เครื่องหอม ไม่จำเป็นต้องโฟกัสแค่ความหอม เพราะผู้บริโภคหันมาเลือกกลิ่นเพื่อให้เข้ากับตัวตนมากขึ้น
จนทำให้ ‘Antidotes’ แบรนด์เครื่องหอมไทย ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากสิงคโปร์ เดินหน้าขยายสาขาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง จนมียอดขายทะลุ 100 ล้านบาทต่อปี
ก่อนหน้าที่จะเริ่มทำแบรนด์ จุดเริ่มต้นของ Antidotes มาจาก 3 ผู้ก่อตั้งคนไทยที่ทำงานในประเทศสิงคโปร์ ได้แก่ มิกค์-วุฒินันท์ ปฐมภควันต์ ฝน-กัญญารัตน์ อาจชน และ นู่-ทรัพย์กุลธร อุทัยไพศาลวงศ์
จากความหลงใหลที่มีต่อศาสตร์เครื่องหอม ได้กลายมาเป็นการเริ่มต้นเรียนรู้และทดลองด้วยตัวเอง โดยทำงานร่วมกับนักปรุงจากทั้งไทยและต่างประเทศ จนกลายมาเป็น Antidotes ในปี 2564
โดยชื่อแบรนด์ Antidotes มีความหมายก็คือ ‘ยาถอนพิษ’ ที่ต้องเป็นชื่อนี้เพราะความตั้งใจที่จะทำแบรนด์ให้มีเรื่องราวมากกว่าความหอม แต่เชื่อมโยงทั้งกับความรู้สึก ลดความหม่นหมอง และเพิ่มความมั่นใจ
จากปรัชญาเบื้องหลังก็คือ “Fragrance Beyond Function” หรือใช้กลิ่นเป็นสื่อกลางในการสะท้อนตัวตน และทำหน้าที่เชื่อมโยงกับความทรงจำ ควบคู่กับการปรุงกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ เข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน

จากความตั้งใจที่จะทำแบรนด์เครื่องหอมที่มีมากกว่าความโดดเด่นของกลิ่น ได้ถูกสะท้อนออกมาผ่านทุกองค์ประกอบของแบรนด์
ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโครงสร้างกลิ่นของ Body Oil ที่นำประสบการณ์กลิ่นหอมมาผสานเข้ากับเทคโนโลยีพิเศษ Soft Touch Technology จากน้ำมันธรรมชาติเพื่อการดูแลผิวและมาพร้อมกับกลิ่นที่มีเอกลักษณ์
Scotland’s Golf Course กลิ่นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ที่หยิบยกอินไซต์ที่ว่ากลิ่นดินและหญ้าช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย เกิดเป็นการปรุงกลิ่นที่ให้บรรยากาศและความรู้สึกของสนามกอล์ฟ
หรือจะเป็นกลิ่น Sol & Marine ที่นำโมเลกุลของกลิ่นน้ำทะเลจากสถานที่จริงมารังสรรค์เป็นกลิ่นทะเลและแสงแดด เพื่อให้ได้น้ำหอมที่มีโทนสะอาดแต่ยังคงมิติและความน่าสนใจ
การใส่ความหมายและดีเทลต่างๆ เหล่านี้ยังกระจายไปสู่ทุกส่วนของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า ประสบการณ์ของลูกค้า ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ ที่เลือกใช้สี Seafoam Green ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์
ทั้งหมดนี้คือการลงมือสร้าง ‘โลกของแบรนด์’ ขึ้นมาเพื่อมอบคุณค่าทางอารมณ์ให้กับลูกค้า นอกเหนือจากการแข่งขันด้านราคาและสินค้าเพียงอย่างเดียว

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ Antidotes เติบโตอย่างก้าวกระโดดคือการย้ายกลับมาลุยธุรกิจในประเทศไทยอย่างเต็มตัว และเป็นจังหวะที่ถูกที่ถูกเวลาพอดี กับกระแสของแบรนด์เครื่องหอมไทยที่หันมาให้ความสำคัญกับการเป็นตัวของตัวเอง
สำหรับภาพรวมของตลาดเครื่องหอมไทยที่ผ่านมาเติบโตอย่างน่าจับตาด้วยมูลค่าราวๆ 12,900 ล้านบาท และยังเติบโตเฉลี่ยถึง 5.86% ต่อปี
ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมให้ตลาดเครื่องหอมไทยเติบโตในปีนี้ก็คือการที่ผู้บริโภคไม่ได้โฟกัสแค่เรื่องของความหอมเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังสนใจในเรื่องของการสร้างตัวตนผ่านกลิ่นที่บอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ออกมาให้กับผู้อื่นได้รับรู้
ทำให้น้ำหอม หรือสินค้าเครื่องหอมประเภทอื่นๆ เปลี่ยนสถานะจากสินค้าลักชัวรี สู่การเป็น Identity-driven Product ที่เชื่อมโยงตัวตน อารมณ์ และไลฟ์สไตล์มาไว้ด้วยกัน ซึ่งก็ตรงกับความตั้งใจและสิ่งที่ Antidotes มุ่งพัฒนาอย่างพอดี
หลังจากกลับมาสานต่อในประเทศไทย Antidotes เดินหน้าขยายสาขาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสาขา CentralWorld, ICONSIAM, Siam Discovery และ Dusit Central Park รวมถึง Flagship Store ล่าสุดในย่านทรงวาด ไปจนถึงการขยายช่องทางมาสู่แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Lazada
ทำให้ Antidotes สามารถทำยอดขายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 100 ล้านบาทภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รับกระแส Masstige หรือ Mass + Prestige ที่หมายถึงความพรีเมียมที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ในวงกว้างด้วยคุณภาพที่จับต้องได้
นอกจากนี้การเลือกใช้ช่องทางช้อปปิงออนไลน์อย่าง Lazada ยิ่งขยายการรับรู้ของแบรนด์ และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงของลูกค้าได้อย่างมาก จนทำให้มีมูลค่ายอดคำสั่งซื้อบน Lazada สูงกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ ถึง 30-50%
แน่นอนว่ากลิ่นยังคงเป็นปัจจัยสำคัญของแบรนด์เครื่องหอม แต่สิ่งที่เห็นได้จากการเติบโตของ Antidotes ก็คือความเข้าใจว่าเทรนด์ของผู้บริโภคขณะนี้กำลังมองหาอะไร
จนนำมาสู่การออกแบบสินค้าที่ไม่ได้โฟกัสแค่เรื่องของกลิ่นหอมเพียงอย่างเดียว แต่ได้นำพาทั้งอารมณ์และความรู้สึกให้ทำงานผ่านประสาทสัมผัส และกลายมาเป็นการสื่อสารความหมายถึงตัวตนของผู้บริโภคได้อีกช่องทางหนึ่ง
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




