รมว.ยธ.จี้สอบเอกสารหลุดคดีฮั้ว ส.ว. ดีเอสไอรับลูกแจ้งความกองปราบหาตัวคนผิด กกต.ปัดนัดลงมติฮั้วสว. 28 ส.ค.

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยกรณีที่โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เปิดข้อมูลคดีฮั้วส.ว. เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ว่า เอกสารดังกล่าวเป็นสำนวนขกองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะทางในสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีข้อสงสัยว่าเอกสารดังกล่าวได้มาอย่างไร ขณะนี้ปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่า บุคคลใดทำให้เอกสารหลุดออกไป จะให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษชี้แจงต่อตน และยังทราบว่าอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม ทั้งนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องหมายถึงผู้ที่นำเอกสารและสำนวนไปใช้ในการตรวจสอบ อาจมีความผิดทั้งในคดีอาญาและตามกฎหมายพิเศษ เอกสารที่หลุดออกมาเกิดขึ้นจากการตรวจสอบสมัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนก่อน ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่ง

ต่อมาที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) เจ้าหน้าที่กองกฎหมาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่นำเนื้อหาภายในสำนวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ออกเผยแพร่ต่อสาธารณะ โดยพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษก DSI เปิดเผยว่า การเปิดเผยเนื้อหาในสำนวนจะกระทำได้เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ในชั้นศาลและเปิดเผยต่อหน้าจำเลย การนำเอกสารดังกล่าวออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณะจึงอาจสร้างความเสียหายต่อการดำเนินคดีเป็นอย่างมาก จึงเข้าแจ้งความ ประเด็นที่พนักงานสอบสวนจะตรวจสอบมี 2 ส่วนสำคัญ คือ เอกสารที่ถูกนำมาเผยแพร่นั้นเป็นเอกสารจริงหรือไม่ และหากเป็นเอกสารจริง เอกสารดังกล่าวหลุดออกไปอยู่ในมือของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลภายนอกได้อย่างไร รวมถึงจะตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือเอื้อประโยชน์ให้มีการนำเอกสารออกไปเผยแพร่หรือไม่ ยืนยันว่าการแจ้งความดำเนินคดีครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส ไม่ได้มีเจตนาแจ้งความเพื่อปิดปากบุคคลหรือองค์กรใด และพร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีทนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ilaw) เปิดข้อมูลอ้างว่ามีหลักฐานเชื่อมการฮั้วเลือกส.ว.กับรัฐมนตรี และสส.ของพรรคภูมิใจไทย ว่า ก็ไปสู้กันในศาล วันนี้ก็มีการแจ้งความ ทุกอย่างมีกระบวนการยุติธรรม ไม่สามารถจะไปเชื่อความเห็นคนใดคนหนึ่งได้ มีการพิสูจน์การดำเนินการ และการสอบสวนทุกอย่างแล้ว ต้องเคารพกระบวนการนั้น เราก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะให้ความร่วมมือในทุกๆอย่าง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวชี้แจงว่า ตามที่ปรากฏข่าวเผยแพร่ทางสื่อมวลชนว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประชุมเพื่อลงมติกรณีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นั้น สำนักงานกกต.ขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง กกต.อยู่ระหว่างพิจารณาสำนวนส.ว. และลงมติสำนวนดังกล่าวต่อไป สำนักงานกกต. ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการพิจารณาสำนวน ส.ว.ดังกล่าว ดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และยึดหลักกฎหมาย เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือ ของกระบวนการเลือกตั้ง และคุ้มครองเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างสูงสุด

Advertisement

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ใจความว่า ข้อมูลประเภทหนึ่งที่ได้รับและเชื่อว่าอยู่ในสำนวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในคดีโกงส.ว. คือข้อมูลประวัติการโทรของผู้ถูกกล่าวหา วันก่อนไอลอว์เปิดข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับการโทรหากันระหว่างส.ว. อ่างทอง กับส.ส.พรรคภูมิใจไทย วันนี้ตนขอเปิดข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการโทรของบุคคลปริศนาคนหนึ่งที่มีการโทรคุยกับส.ว. มากถึง 19 คน รวมกันมากถึง 62 ครั้ง ภายในห้วงเวลาแค่ 80 วัน ที่คาบเกี่ยวกับช่วงการเลือก ส.ว. และการเริ่มปฎิบัติหน้าที่ของส.ว. ในระหว่างวันที่ 21 มิถุนายน- 9 กันยายน 2567 โดยบุคคลนี้มีชื่อว่า น.ส.รัตนา เป็น 1 ใน 229 คนที่คณะไต่สวนชุดที่ 26 สรุปว่ามีมูลความผิดในคดีโกง สว. ด้วยปริมาณ ความถี่ และจังหวะเวลาการโทร หลายคนคงอดคิดไม่ได้ว่าน.ส.รัตนา น่าจะมีบทบาทสำคัญเป็นผู้ประสานงานกับ สว. สีน้ำเงิน โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่การประชุมวุฒิสภานัดแรกวันที่ 23 กรกฎาคม 2567 ในเมื่อน.ส.รัตนา ไม่ได้เป็นบุคคลสาธารณะ เราอาจจะติดต่อเพื่อหาคำตอบเรื่องนี้จากน.ส.รัตนาโดยตรงได้ไม่ง่ายนัก เชื่อว่าคนที่เป็นบุคคลสาธารณะที่เราน่าจะติดต่อได้ และที่น่าจะตอบเรื่องนี้ได้แน่นอนคือ ส.ส.บัญชีรายชื่อและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากจากข้อมูลของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรพบว่า น.ส.รัตนาถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวช่วงปี 2566-2568 ซึ่งคาบเกี่ยวกับการเลือก ส.ว.ในปี 2567