อินไซด์ โยกย้ายมหาดไทย 20 ตำแหน่ง ‘สิงห์สีน้ำเงิน’ ผงาดคลองหลอด


25 ส.ค. 2569 | 15:40น.
อนุทิน ชาญวีรกูล

คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 25 สิงหาคม 2569 มีมติโยกย้าย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ลอตใหญ่ 20 ตำแหน่ง

ตั้งแต่รองปลัดกระทรวง อธิบดี และผู้ว่าราชการจังหวัด

อาจกล่าวได้ว่า เป็นการปรับทัพ ดัน “สิงห์สีน้ำเงิน” ขึ้นไลน์อำนาจบริหารกระทรวง

ในบรรดา 20 ชื่อ มีดังนี้ ระดับรองปลัดกระทรวงมหาดไทย (4 ราย) นายจำเริญ แหวนเพ็ชร จากผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ให้ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายรัฐพล นราดิศร จากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นางสาวอโรชา นันทมนตรี จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ให้ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย

ระดับอธิบดีกรม และผู้ตรวจราชการกระทรวง (5 ราย) ประกอบด้วย นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล จากอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้ไปดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายสมชาย ลีหล้าน้อย จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมที่ดิน

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร จากรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ จากอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายปิยะ ปิจนำ จากผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

ระดับผู้ว่าราชการจังหวัด (11 ราย) นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ จากผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ย้ายไปเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายทศพล เผื่อนอุดม จากผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่ง จากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

นางสาวฉัตรประอร นิยม จากผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ย้ายไปเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นายภาสกร บุญญลักษม์ จากรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ไปดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร จากผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ย้ายไปเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ จากผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ย้ายไปเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์

นายเอกวิทย์ มีเพียร จากผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ย้ายไปเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์
นางสาวธนียา นัยพินิจ จากผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ย้ายไปเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายชาธิป รุจนเสรี จากผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ย้ายไปเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว นายพิริยะ ฉันทดิลก จากผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ย้ายไปเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และ ฃนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม จากรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี

@โปรไฟล์-เบื้องหลังย้ายเก้าอี้

โดยตำแหน่งที่น่าจับตาในการโยกย้ายครั้งนี้ อาทิ นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ขึ้นแท่นเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ในยุคพรรคภูมิใจไทยเป็นเจ้ากระทรวง ได้นั่งในตำแหน่งอธิบดี โดยนายปิยะนั้น เติบโตในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และเคยเป็นหน้าห้องคณะทำงานนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายนายเนวิน ชิดชอบ เมื่อครั้งนายศักดิ์สยาม เป็นหัวหน้าคณะทำงานนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็น รมว.มหาดไทย โดยนายปิยะ ถือเป็นรุ่นน้อง “สิงห์แดง” รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ของนายศักดิ์สยาม

เช่นเดียวกับ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ใฟ้ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง ก็เป็น “สิงห์แดง” และเคยเป็นคณะทำงาน เป็นทีมล่วงหน้าของนายศักดิ์สยาม ในเวลาเดียวกับนายปิยะ นอกจากนี้ ภรรยาของนายอนุพงศ์ คือ นางสาวภคนันท์ ศิลาอาสน์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ซึ่งกำกับ กองงานนายกรัฐมนตรี กองประสานงานการเมือง ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต

นายจำเริญ แหวนเพ็ชร จากผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ให้ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็เป็นอีกหนึ่งที่เคยนั่งเก้าอี้ รองผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ และ รองผู้ว่าฯ สุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่การเมืองของพรรคภูมิใจไทย และได้นั่งเป็นผู้ว่าฯ สุรินทร์ ก่อนได้รับไฟเขียวให้นั่งเป็นรองปลัดกระทรวง

ขณะที่ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล จากอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งถูกคำสั่งให้มาประจำกระทรวงมหาดไทย ภายหลังเกิดกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น ถูกดันให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจกระทรวง เพื่อหลบกระแสการเมือง โดยก่อนหน้านี้มีกระแสว่า นายธีรุตม์ มีความใกล้ชิดกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม แกนนำภาคใต้คนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย

สวนทางกับ นายสมชาย สีหล้าน้อย จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมที่ดิน ด้วยอายุเพียง 49 ปีเศษ ถือเป็นอธิบดีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะได้เป็นผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช แค่จังหวัดเดียว และได้ดำรงตำแหน่งเพียง 1 ปีเศษ ก็ได้ขึ้นเป็นอธิบดี

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ จากอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ไปเป็นอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เติบโตจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นท้องถิ่นจังหวัด นครสวรรค์ อ่างทอง โดยจังหวะพลิกของชีวิตราชการได้นั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ อุทัยธานี ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านใหญ่ ”ไทยเศรษฐ์“ อย่างไรก็ตาม การขยับจากกรม ปภ. ไปกรมโยธาธิการและผังเมือง ก็ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ “เจเศรษฐ ไทยเศรษฐ์” รมช.มหาดไทย เช่นเดิม